Minor International กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณานำธุรกิจร้านอาหารในเครืออย่าง Minor Food Group Pcl เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ของสิงคโปร์แทนเป้าหมายเดิมอย่างฮ่องกง เนื่องจากบริษัทประเมินว่าตลาดสิงคโปร์จะสามารถดึงดูดความสนใจจากกลุ่มนักลงทุนที่มีศักยภาพได้มากกว่า
Bloomberg รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวระบุว่า ขณะนี้ทีมที่ปรึกษาทางการเงินกำลังประเมินทิศทางและจัดทำแผนงานให้กับ Minor Food ซึ่งเป็นบริษัทผู้บริหารจัดการแบรนด์ร้านอาหารชื่อดังระดับโลก อาทิ Burger King, Dairy Queen และ The Pizza Company โดยปัจจุบันบริษัทมีเครือข่ายให้บริการครอบคลุมกว่า 2,700 สาขาใน 24 ประเทศ
ก่อนหน้านี้ ฮ่องกงเคยเป็นตัวเลือกหลักที่บริษัทคาดว่าจะสามารถระดมทุนได้สูงกว่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.31 หมื่นล้านบาท) แม้ว่าตัวเลขการระดมทุนผ่าน IPO ของตลาดฮ่องกงในปี 2026 จะสูงทะลุ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.24 แสนล้านบาท) ทิ้งห่างตลาดสิงคโปร์ที่มียอดระดมทุนเพียง 912 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3 หมื่นล้านบาท)
ทว่าปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้สิงคโปร์กลับมาผงาดและมีความน่าดึงดูดมากกว่า คือความแข็งแกร่งของตลาดหุ้น โดยพบว่าดัชนี Straits Times Index ของสิงคโปร์สามารถทำผลงานปรับตัวบวกขึ้นถึง 7% ในปีนี้ สวนทางกับดัชนี Hang Seng Index ของฮ่องกงที่ปรับตัวร่วงลงไปราว 5%
อย่างไรก็ตาม กระบวนการพิจารณาและประเมินความคุ้มค่ายังคงดำเนินอยู่ และบริษัทยังไม่ได้มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด ขณะเดียวกันทาง Minor International ก็ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นหรือให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นข่าวนี้กับ Bloomberg แต่อย่างใด
ทั้งนี้จากรายงานที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของ Minor International หรือ MINT ระบุว่า ณ สิ้นปี 2568 ธุรกิจร้านอาหารมีสาขาทั้งหมด 2,716 แห่ง มีรายได้รวม 32,594 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวม 8,158 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 37.54 บาท ณ วันที่ 11 มิถุนายน 2569
อ้างอิง:

