วันนี้ (19 มกราคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ชัยพจน์ สุวรรณรักษ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเลขานุการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปปง.ตร.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานเชิงรุกในการปราบปรามอาชญากรรมผ่านกลไกการดำเนินคดีฟอกเงิน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการตัดวงจรอาชญากรรมตามนโยบายของ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ
จากการรวบรวมสถิติคดีความผิดมูลฐานและคดีอาญาฟอกเงินของ ศปปง.ตร. ในปี พ.ศ. 2568 พบว่ามีการดำเนินการในความผิดมูลฐานรวมกว่า 2.7 แสนคดี โดยลำดับสูงสุดได้แก่:
1. คดียาเสพติด: 182,078 คดี
2. คดีเกี่ยวกับทรัพย์: 69,617 คดี
3. คดีฉ้อโกงประชาชน: 22,768 คดี
ในส่วนของการดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงินที่มีความเชื่อมโยงจากคดีมูลฐาน หน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศได้ดำเนินคดีรวมทั้งสิ้น 580 คดี โดยคดีที่มีการสั่งฟ้องสูงสุดคือคดียาเสพติด (293 คดี) รองลงมาคือการพนันออนไลน์ (127 คดี) และฉ้อโกงประชาชน (73 คดี)
ศปปง.ตร. ได้แถลงผลสัมฤทธิ์จากปฏิบัติการสำคัญในปีที่ผ่านมา ได้แก่:
- ปฏิบัติการขยี้หัวใจทศกัณฐ์: บูรณาการกำลังขุดรากถอนโคนขบวนการจัดหาบัญชีม้าและตัดเส้นทางฟอกเงินธุรกิจสีเทา สามารถอายัดบัญชีธนาคารได้กว่า 800 บัญชี และคืนเงินเยียวยาให้แก่ผู้เสียหายได้ถึง 33 ล้านบาท
- ปฏิบัติการทลายเครือข่ายสแกมเมอร์: จับกุมผู้ต้องหารวม 32 ราย พร้อมยึดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดมูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท
พล.ต.ท.ชัยพจน์ฯ ระบุว่าในปี พ.ศ. 2569 นี้ ศปปง.ตร. ได้รับข้อสั่งการให้ทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการสืบหาทรัพย์สินเพื่อคืนให้แก่ผู้เสียหายและนำกลับมาเป็นของรัฐ ผ่าน 2 โครงการหลัก คือ:
1. โครงการยกระดับการสืบสวนสอบสวนและบังคับใช้กฎหมาย: เพิ่มความรวดเร็วในการประสานงานกับสำนักงาน ปปง. เพื่อส่งสำนวนความผิดมูลฐานและดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงินให้เป็นรูปธรรม มุ่งเน้นการตัดท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มอาชญากรอย่างมีประสิทธิภาพ
2. โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพิ่มทักษะทีมสอบสวน: จัดอบรมข้าราชการตำรวจทั่วประเทศให้มีความเชี่ยวชาญในข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 เพื่อให้สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและยึดอายัดทรัพย์สินได้อย่างถูกต้องแม่นยำตามหลักสากล
“เป้าหมายสำคัญของ ศปปง.ตร. ในปีนี้ คือการทำให้การบังคับใช้กฎหมายฟอกเงินเป็นเครื่องมือหลักในการทลายโครงสร้างอาชญากรรม ไม่ใช่เพียงการจับกุมตัวผู้กระทำผิดเท่านั้น แต่ต้องนำผลประโยชน์ที่ได้จากการกระทำผิดกลับคืนสู่สังคมและผู้เสียหายให้ได้มากที่สุด” พล.ต.ท.ชัยพจน์ฯ กล่าวสรุป


