จากกรณีที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศระงับการพิจารณาวีซ่าประเภทอยู่อาศัยถาวร (Immigrant Visa) สำหรับ 75 ประเทศ รวมประเทศไทย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 มกราคมเป็นต้นไปนั้น สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงชี้แจงในวันนี้ (15 มกราคม) ว่า เป็นเรื่องที่สหรัฐฯ ประกาศกะทันหัน ซึ่งไม่คาดคิดมาก่อน พร้อมชี้ว่าเป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้อง ไม่ควรเหมารวมไทยในรายชื่อดังกล่าว
สีหศักดิ์เผยว่า เช้านี้ได้เชิญ เอลิซาเบธ โคนิก อุปทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยมาสอบถามเหตุผลที่ดำเนินการเช่นนั้นและให้ชี้แจงว่าสหรัฐฯ มีหมายความอะไร ซึ่งทางอุปทูตตอบว่า ทางสถานทูตก็ยังไม่มีข้อมูลทั้งหมด และพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แต่ทางอุปทูตชี้แจงเบื้องต้นว่า เหตุผลที่รัฐบาลสหรัฐฯ ตัดสินใจเช่นนั้นเป็นเพราะมองว่า ผู้อพยพที่มาจากประเทศเหล่านี้พึ่งพาระบบสวัสดิการของสหรัฐฯ เป็นจำนวนมาก ซึ่งกระทบงบประมาณที่จะจัดสรรสำหรับสวัสดิการของคนอเมริกัน ซึ่งก็เป็นไปตามแนวทางนโยบายของทรัมป์ในเรื่อง America First
รัฐมนตรีระบุว่า วีซ่าที่มีการประกาศระงับการพิจารณานั้น มีผลเฉพาะวีซ่าของกลุ่มคนที่ขอไปพำนักอาศัยระยะยาว หรืออยู่ถาวร หรือกลุ่มคนที่มุ่งหวังที่จะขอสัญชาติอเมริกัน ดังนั้นจึงไม่กระทบวีซ่านักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และนักศึกษา
นอกจากนี้สีหศักดิ์ชี้แจงว่า มาตรการนี้ไม่ได้มีผลบังคับใช้ถาวร แต่เป็นการพิจารณาระงับการออกวีซ่าประเภทนี้ชั่วคราว เพื่อทบทวนภาพรวมสถานการณ์เกี่ยวกับกลุ่มผู้อพยพจากชาติในลิสต์ดังกล่าวก่อน
สีหศักดิ์เผยด้วยว่า ได้แสดงความไม่สบายใจและความกังวลต่ออุปทูตสหรัฐฯ ว่า การเหมารวม 75 ประเทศเหมือนกันหมดนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะประเทศไทยไม่เหมือนกับหลายประเทศในกลุ่มนั้น พร้อมตั้งคำถามว่า ทำไมสหรัฐฯ ไม่พิจารณาแต่ละประเทศเป็นรายๆ ไป ซึ่งน่าจะเป็นวิธีการที่ดีกว่า
รัฐมนตรีต่างประเทศยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ถ้าดูจำนวนคนไทยที่ไปอยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกาอย่างผิดกฏหมายนั้นมีไม่มาก เมื่อเทียบกับบางประเทศในภูมิภาคถือว่ามีมากกว่าเยอะ แต่ประเทศดังกล่าวกลับไม่อยู่ในรายชื่อนี้
นอกจากนี้สีหศักดิ์ยังระบุด้วยว่า คนไทยที่ไปอยู่ในสหรัฐฯ จำนวนมากประกอบอาชีพสุจริต ทำงานในสาขาอาชีพต่างๆ มีทั้งแพทย์ พยาบาล รวมถึงไปประกอบธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งเป็นการช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้สหรัฐฯ ด้วยเหตุนี้สีหศักดิ์จึงแสดงความสงสัยว่า เหตุผลแท้จริงคืออะไรกันแน่ที่ประกาศเหมารวมเช่นนี้
พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ ให้ความกระจ่าง เพราะสหรัฐฯ กำลังส่งสัญญาณที่ผิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี ซึ่งไทยและสหรัฐฯ มีความสัมพันธ์ที่พิเศษ เป็นพันธมิตรสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และพันธมิตรสำคัญนอกกลุ่มนาโต้


