วันนี้ (9 มกราคม) ร็อกเกต มีเดีย แล็บ (Rocket Media Lab) ร่วมกับมูลนิธิแพธทูเฮลท์ (p2h) และเครือข่ายเยาวชน Feel Good เปิดเผยผลสำรวจทัศนคติทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และ ปวช. จำนวน 515 คน จาก 49 จังหวัดทั่วประเทศ เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 โดยพบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ ดังนี้
พฤติกรรมการเสพข่าว: TikTok ยืนหนึ่ง แต่ยังกังวลข่าวปลอม
ผลสำรวจระบุว่า เยาวชนส่วนใหญ่มีความสนใจทางการเมืองในระดับปานกลาง (ระดับ 3 จาก 5 คะแนน) คิดเป็น 37.09% โดยมี TikTok เป็นช่องทางติดตามข่าวสารอันดับหนึ่ง (41.36%) ตามมาด้วย Facebook (17.86%) และโทรทัศน์ (13.98%)
ทั้งนี้ เยาวชนส่วนใหญ่เลือกที่จะ “ตรวจสอบบ้าง” เมื่อเจอข่าวปลอม (54.56%) ขณะที่มีเพียง 34.76% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่าเยาวชนนิยมติดตามข่าวจาก “สื่อหลักหรือสำนักข่าว” (32.62%) มากกว่าตัวบุคคลหรืออินฟลูเอนเซอร์
อย่างไรก็ตาม เยาวชนเกินครึ่ง (55.73%) ระบุว่าไม่ได้ติดตามโซเชียลมีเดียของนักการเมืองคนใดเป็นพิเศษ แต่ในกลุ่มที่ติดตาม พบว่าพรรคประชาชนและแกนนำได้รับความสนใจมากที่สุด (25.83%)
ความรู้ทางการเมือง: รู้จัก ‘สว.-สส.เขต’ แต่เกินครึ่งไม่เข้าใจ ‘แลนด์สไลด์’
ในด้านความรู้ความเข้าใจ เยาวชนส่วนใหญ่รู้จักคำศัพท์พื้นฐาน เช่น สมาชิกวุฒิสภา (84.08%) และ สส.เขต (80.39%) แต่คำศัพท์เทคนิคที่คนส่วนใหญ่ “ไม่รู้” คือ Gerrymandering หรือการแบ่งเขตเลือกตั้งที่สร้างความได้เปรียบ (79.22%) รวมถึงคำว่า “ปาร์ตี้ลิสต์” และ “แลนด์สไลด์” ที่เยาวชนเกิน 50% ยังไม่เข้าใจความหมายชัดเจน
สำหรับความพึงพอใจต่อการเมืองไทยในปัจจุบัน เยาวชนส่วนใหญ่รู้สึก “เฉยๆ” (61.17%) รองลงมาคือ “ไม่พอใจ” (34.56%) และมีเพียง 4.27% เท่านั้นที่รู้สึกพอใจ
ความเชื่อมั่นองค์กรอิสระ: “ศาลปกครอง” นำโด่ง “กกต.” รั้งท้าย
เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระ พบข้อมูลที่น่าสนใจว่าเยาวชนให้ความไว้วางใจสถาบันตุลาการมากกว่าองค์กรตรวจสอบ โดยมีระดับความเชื่อมั่นดังนี้:
– เชื่อมั่นมากที่สุด: ศาลปกครอง (62.14%), ศาลรัฐธรรมนูญ (57.28%) และ กสม. (52.43%)
– ไม่เชื่อมั่นมากที่สุด: กกต. (48.93%) ตามมาด้วย สตง. (46.41%) และ ปปง. (40.39%)
การมีส่วนร่วมทางการเมือง: เป็นนักส่องมากกว่านักโพสต์
เยาวชนส่วนใหญ่ (50.87%) ไม่เคยแสดงความคิดเห็นทางการเมืองบนโซเชียลมีเดียเลย โดยรูปแบบการมีส่วนร่วมที่พบบ่อยที่สุดคือการ “กดไลก์ แชร์ หรือรีโพสต์” (53.82%) ขณะที่การลงถนนเข้าร่วมชุมชนมีเพียง 2.60% และเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเห็นต่างบนโลกออนไลน์ เยาวชนส่วนใหญ่ (78.45%) เลือกที่จะ “นิ่งเฉยหรือไม่ทำอะไรเลย”
เยาวชนกว่า 52.82% รับทราบว่าอาจมีการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2569 โดยปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองและ สส. คือ “นโยบายที่ชอบ” (43.30%) และ “ผลงานในอดีต” (21.55%)
อย่างไรก็ตาม เยาวชนส่วนใหญ่ (56.50%) “ไม่เห็นด้วย” กับข้อเสนอปรับลดอายุผู้มีสิทธิเลือกตั้งเหลือ 16 ปี โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 15-16 ปีที่มีสัดส่วนไม่เห็นด้วยสูงถึง 60-64%
ปัญหาเร่งด่วน: ‘ชายแดนไทย-กัมพูชา’ แซง ‘เศรษฐกิจ-การศึกษา’
– ปัญหาเร่งด่วนที่สุด: ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา (14.56%) พุ่งขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง แซงหน้าปัญหาเศรษฐกิจ (13.66%) และคุณภาพการศึกษา (12.88%)
– นายกรัฐมนตรีในฝัน: ต้องเป็นคนที่รับฟังและเข้าใจประชาชน (38.45%) มีคุณธรรมโปร่งใส (20.00%) และมีภาวะผู้นำ (19.22%)
– กระทรวงในฝัน: หากมีโอกาสเป็นรัฐมนตรี เยาวชนอยากบริหาร กระทรวงศึกษาธิการ มากที่สุด (16.50%) เพื่อแก้ปัญหาเรื่องใกล้ตัว
ทั้งนี้ เยาวชนส่วนใหญ่ (55.73%) ยังคงมีมุมมองเชิงบวกและเชื่อว่าหลังการเลือกตั้งปี 2569 ประเทศจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น


