รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่สำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อติดตามการบริหารงบประมาณและการแก้ไขปัญหาความคลาดเคลื่อนของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการแสดงผลยอดหนี้ ซึ่งพบว่ามีผู้กู้จำนวนมากประสบปัญหาการชำระเงินแต่ยอดหนี้ไม่ลดลง โ
โดย กยศ. ได้ดำเนินการคำนวณยอดหนี้ใหม่สำหรับผู้กู้กว่า 4 ล้านรายเสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังคงเหลือกรณีซับซ้อนอีก 18,300 รายที่อยู่ระหว่างการเร่งแก้ไข พร้อมกันนี้ กยศ. ได้ฝากข้อกังวลถึงฝ่ายการเมืองให้ออกแบบนโยบายที่รัดกุมและหลีกเลี่ยงการหาเสียงด้วยนโยบายประชานิยมที่อาจส่งผลกระทบต่อความอยู่รอดของกองทุนในระยะยาว
รักชนกอธิบายถึงปัญหาที่ผู้กู้ร้องเรียนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า เมื่อชำระเงินแล้วยอดหนี้ในระบบไม่ได้รับการปรับปรุง ทาง กยศ. ยอมรับว่า ระบบที่ผ่านมามีปัญหาและกำลังดำเนินการแก้ไข โดยปัจจุบันได้ทำการปิดระบบการตรวจสอบยอดหนี้ผ่านเว็บไซต์ เพื่อป้องกันความสับสนจากตัวเลขที่ไม่ตรงกัน และขอให้ผู้กู้ตรวจสอบข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือเพียงช่องทางเดียว
สำหรับระยะเวลาในการปรับปรุงยอดการชำระเงิน หากเป็นการชำระเป็นรายเดือนผ่านแอปพลิเคชัน ยอดหนี้จะปรับปรุงภายในระยะเวลา 2 ถึง 3 วัน แต่ในกรณีที่เป็นการหักชำระหนี้ผ่านการตัดเงินเดือนโดยนายจ้าง อาจใช้เวลาดำเนินการตั้งแต่ 7 วัน 1 เดือน หรือมากกว่านั้น เนื่องจากต้องรอการตัดรอบบัญชีเงินเดือน กยศ. ยืนยันว่า จำนวนเงินที่ผู้กู้ชำระเข้ามาจะถูกนำไปตัดลดต้นเงินและดอกเบี้ยตามระบบ
สาเหตุหลักของปัญหาดังกล่าวเกิดจากการเปลี่ยนแปลงข้อกฎหมายในปี 2566 ที่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลในอดีตที่กำหนดให้นำเงินที่ได้รับชำระไปตัดเงินต้นก่อนตัดดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลให้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ กยศ. ต้องปรับเปลี่ยนการทำงาน
นอกจากนี้ กยศ. มีการเปลี่ยนระบบฐานข้อมูลถึง 2 ครั้ง ทำให้ต้องถ่ายโอนข้อมูลเก่าที่เคยบันทึกในรูปแบบเอกสารกระดาษเข้าสู่ระบบใหม่ ส่งผลให้เกิดความคลาดเคลื่อนของข้อมูล โดยเฉพาะในกลุ่มผู้กู้ที่มีบัญชีเงินกู้ 2 บัญชี หรือผู้ที่กู้ยืมและหยุดพักการศึกษาเพื่อไปทำงานก่อนกลับมาศึกษาต่อ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มกรณีซับซ้อนจำนวน 18,300 ราย กยศ. จะดำเนินการติดต่อผู้กู้กลุ่มนี้โดยตรงเพื่อแก้ไขปัญหาเป็นรายกรณี และทางคณะกรรมาธิการจะติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้กู้ที่พบปัญหาสามารถติดต่อศูนย์บริการตอบรับทางโทรศัพท์ของ กยศ. ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการจำนวน 30 คู่สาย โดยคณะกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตว่าจำนวนคู่สายดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ และเสนอให้พิจารณาปรับเพิ่มในอนาคต
รักชนกได้ให้ความมั่นใจให้แก่ผู้กู้ว่า เงินที่ชำระคืนจะเข้าสู่ระบบกองทุนและถูกนำไปคำนวณทั้งหมด ไม่มีการสูญหายหรือถูกดึงออกไปใช้ในโครงการอื่น เงินดังกล่าวจะหมุนเวียนกลับไปเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษารุ่นต่อไป พร้อมยกประสบการณ์ส่วนตัวในฐานะอดีตผู้กู้ กยศ. ที่เร่งชำระหนี้คืนเมื่อมีความพร้อมทางการเงิน เพื่อส่งต่อโอกาสให้แก่เยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ต่อไป
นอกจากการตรวจสอบระบบ คณะกรรมาธิการยังได้รับฟังข้อเสนอแนะจากบุคลากรของ กยศ. เพื่อนำไปสื่อสารต่อรัฐบาลและฝ่ายการเมือง โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ประเด็นแรกคือการรักษาวินัยทางการเงินของผู้กู้ หากผู้กู้รายใดประสบปัญหาไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ขอให้ติดต่อ กยศ. เพื่อเจรจาปรับโครงสร้างหนี้และหาทางออกร่วมกันแทนการหลีกเลี่ยงการติดต่อ
ประเด็นที่สองคือเรื่องงบประมาณ ปัจจุบัน กยศ. จัดเก็บเงินคืนจากผู้กู้รายเดิมได้ประมาณ 25,000 ถึง 30,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งไม่เพียงพอต่อการจัดสรรให้แก่ผู้กู้รายใหม่ คณะกรรมาธิการจะนำข้อสังเกตนี้ไปหารือกับสำนักงบประมาณเพื่อหาแนวทางสนับสนุนไม่ให้ผู้กู้รายใหม่เสียโอกาส
ประเด็นสุดท้ายซึ่งมีความสำคัญต่อเสถียรภาพของกองทุนคือ กยศ. ได้ฝากข้อกังวลถึงพรรคการเมืองทุกพรรคให้หลีกเลี่ยงการหาเสียงด้วยนโยบายประชานิยมที่เกินความจริง หรือนโยบายที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินของกองทุน การกำหนดนโยบายควรพิจารณาถึงผลกระทบระยะยาว เพื่อป้องกันไม่ให้กองทุนสูญเสียสภาพคล่อง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเยาวชนอีกนับล้านชีวิตที่รอรับโอกาสทางการศึกษาในอนาคต







