วันนี้ (5 กรกฎาคม) ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข แสดงความคิดเห็นถึงกรณีการใช้ป้ายหาเสียงดิจิทัลขนาดใหญ่ในการเลือกตั้ง โดยระบุว่า แม้การติดตั้งป้ายดังกล่าวอาจเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือข้อกำหนดของการเลือกตั้ง แต่ประเด็นที่สังคมควรให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือจริยธรรมของผู้นำและหลักธรรมาภิบาลในการแข่งขันทางการเมือง
ดร.มัลลิกา กล่าวว่า ผู้ที่ดำรงตำแหน่งบริหารบ้านเมืองมาเป็นเวลานาน ย่อมควรตระหนักได้ด้วยตนเองว่าสิ่งใดอาจก่อให้เกิดความได้เปรียบหรือเสียเปรียบในการแข่งขัน และสิ่งใดอาจถูกสังคมมองว่าเป็นการเอาเปรียบผู้สมัครรายอื่น แม้การกระทำนั้นจะไม่ขัดต่อข้อกำหนดทางกฎหมายโดยตรงก็ตาม
“การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่เพียงการแข่งขันภายใต้ตัวบทกฎหมาย แต่เป็นการคัดเลือกผู้แทนและผู้นำที่มีจิตสำนึก มีคุณธรรม และยึดถือหลักความเท่าเทียมในการแข่งขัน ผู้นำที่ดีควรรู้ด้วยตนเองว่าอะไรคือความเหมาะสม และไม่ควรแสวงหาช่องทางที่อาจทำให้ตนเองได้เปรียบเหนือผู้อื่น แม้จะอ้างว่าเป็นการปฏิบัติตามกติกาก็ตาม” ดร.มัลลิกา กล่าว
ดร.มัลลิกา ระบุว่า ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่การตีความว่าการกระทำดังกล่าวสอดคล้องกับข้อกำหนดหรือไม่ แต่เป็นเรื่องของจิตสำนึก ความรับผิดชอบ และมาตรฐานทางจริยธรรมที่ผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะพึงมี เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการประชาธิปไตย
นอกจากนี้ ดร.มัลลิกา ยังกล่าวถึงภาพรวมการบริหารราชการว่า หากสังคมมองเห็นความผิดปกติหรือข้อครหาเกี่ยวกับการใช้งบประมาณหรือการจัดซื้อจัดจ้างแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องปกติ ก็อาจสะท้อนถึงปัญหาด้านวัฒนธรรมธรรมาภิบาลที่ควรได้รับการแก้ไข พร้อมย้ำว่าประเด็นดังกล่าวควรได้รับการตรวจสอบผ่านกระบวนการตามกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ดร.มัลลิกา กล่าวว่า ความยั่งยืนของระบอบประชาธิปไตยในกรุงเทพมหานครจะเกิดขึ้นได้จากผู้นำที่มีจิตสำนึก เคารพความเท่าเทียม และยึดหลักธรรมาภิบาล มากกว่าการยึดเพียงกติกาอย่างเคร่งครัด แต่ละเลยหลักคุณธรรม


