วันนี้ (4 กรกฎาคม) พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงถึงกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคประชาธิปัตย์ มีมติงดออกเสียง ในการลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระที่ 1 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าการลงมติดังกล่าวไม่ได้มีวาระซ่อนเร้นทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น และที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ยังคงเดินหน้าทำหน้าที่เป็นพรรคฝ่ายค้านอย่างมีคุณภาพและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น
พงศกร ชี้แจงถึงเหตุผลหลักว่า สำหรับการอภิปรายในวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2570 พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนชัดเจนคือ “ไม่เห็นด้วย” กับวิธีการจัดทำงบประมาณของรัฐบาล ซึ่งยังมีหลายจุดที่จำเป็นต้องปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากในการประชุมสภาฯ มติเสียงส่วนใหญ่โหวตคัดค้านจนทำให้ร่างงบประมาณไม่ผ่านความเห็นชอบในวาระแรก จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ทำให้ในปีงบประมาณ 2570 ประเทศต้องเผชิญกับวิกฤติงบประมาณ และจะกลายเป็นการซ้ำเติมปัญหาทางเศรษฐกิจรวมถึงปากท้องของประชาชนที่มีความเดือดร้อนอยู่แล้วในปัจจุบันให้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
ด้วยเหตุนี้ พรรคประชาธิปัตย์จึงเลือกแนวทางงดออกเสียง เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ให้รัฐบาลตระหนักว่า วิธีการจัดสรรงบประมาณยังต้องมีการแก้ไขและปรับปรุงต่อไปในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) ซึ่งในอดีตพรรคฯ ก็เคยลงมติในลักษณะเดียวกันนี้ เพื่อเปิดทางให้นำไปสู่การปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณให้มีความเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
ในทิศทางเดียวกัน กรณ์ จาติกวณิช สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อชี้แจงข้อสงสัยของประชาชนจำนวนมากถึงกรณีมติดังกล่าว โดยระบุว่า ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ในอดีตที่ผ่านมาการพิจารณาร่างงบประมาณในวาระแรก พรรคฯ มักจะเลือกใช้แนวทางงดออกเสียงเป็นส่วนใหญ่ แม้อาจจะไม่ได้ทำทุกครั้งก็ตาม
สำหรับเหตุผลสำคัญในการลงมติครั้งนี้ กรณ์ระบุว่า ทางพรรคประเมินแล้วว่าประเทศมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องถูกขับเคลื่อนด้วยงบประมาณ จึงไม่ได้โหวตคัดค้านเพื่อคว่ำร่าง พ.ร.บ. แต่ที่เลือกงดออกเสียงและไม่โหวตสนับสนุน เป็นเพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับวิธีการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล ซึ่งสมาชิก สส. ของพรรคหลายคนได้ร่วมกันอภิปรายชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องต่างๆ อย่างชัดเจนไปก่อนหน้านี้แล้ว


