วันนี้ (6 กรกฎาคม) ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ชาดา ไทยเศรษฐ์ กรรมาธิการฯ อภิปรายถึงปัญหารายจ่ายประจำของภาครัฐ โดยเฉพาะงบบุคลากร ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้รัฐมีข้อจำกัดในการนำงบประมาณไปลงทุนหรือพัฒนาด้านอื่นที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนประเทศ
ชาดา กล่าวว่า ตลอดหลาย 10 ปีที่ผ่านมา ได้ยินนโยบายเรื่องการลดจำนวนข้าราชการมาโดยตลอด แต่ในทางปฏิบัติกลับมีการขยายตัวของตำแหน่งและภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเงินเดือน ค่ารักษาพยาบาล และบำเหน็จบำนาญ ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ารวมกันสูงถึงระดับหลายแสนล้านบาท และเมื่อรวมกับเงินเดือนข้าราชการแล้ว ภาระงบประมาณด้านบุคลากรมีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี
ชาดา ระบุว่า การขยายตัวในตำแหน่งของส่วนราชการต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย อาทิ ในกระทรวงมหาดไทย ในราชการส่วนภูมิภาคมีตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (บริหารต้น) มากถึงจังหวัดละ 4 คน ในส่วนกลางตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (บริหารสูง) มากเกินความจำเป็น รวมถึงข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่มีการกำหนดกรอบเพิ่มตำแหน่งระดับสูงมากเกินความจำเป็น และทำให้ภาครัฐต้องแบกรับเงินค่าตอบแทนสำหรับข้าราชการระดับสูงที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด
ในขณะที่ตำแหน่งจำนวนมากของข้าราชการระดับปฏิบัติถูกนำไปแลกให้หน่วยงานของตน เพื่อให้มีแต่ข้าราชการระดับสูง สะท้อนปัญหาโครงสร้างกำลังคนที่ไม่สมดุล จนเกิดสภาพ “มีแต่คนสั่ง ไม่มีคนทำงาน”
ชาดา กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นขยะที่ซุกอยู่ใต้พรมของระบบราชการไทย และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานด้านการบริหารงานบุคคลภาครัฐ ทบทวนการขยายกรอบตำแหน่งบริหารอย่างจริงจัง เพราะหากยังปล่อยให้มีการเพิ่มตำแหน่งโดยไม่มีความจำเป็น จะยิ่งเพิ่มภาระงบประมาณของประเทศในระยะยาว และกระทบต่อศักยภาพของรัฐในการจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาประเทศ
นอกจากนี้ ชาดายังเสนอให้ภาครัฐเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรภาครัฐ อาทิ การผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในหน่วยงานราชการเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM2.5 การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนอาคารราชการเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน รวมถึงการทบทวนงบประมาณค่าเช่ารถราชการ ซึ่งปัจจุบันมีวงเงินรวมเกือบ 10,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐเกิดความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


