×

ชัชชาติสั่งยกระดับสู้ฝุ่น PM2.5 ประกาศห้ามรถบรรทุกนอกบัญชี Green List เข้าพื้นที่ 13 เขต กทม.

โดย THE STANDARD TEAM
21.01.2025

วันนี้ (21 มกราคม) เวลา 16.00 น. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงการยกระดับการรับมือฝุ่น PM2.5 ด้วยมาตรการ Low Emission Zone (LEZ) ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร และผ่านระบบออนไลน์

 

ชัชชาติกล่าวว่า จากการพยากรณ์พบว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานครตลอดสัปดาห์นี้มีอัตราการระบายอากาศ (VR) ต่ำ ซึ่งเราประกาศ Work from Home แล้ว 2 วัน ในวันจันทร์ที่ 20 และอังคารที่ 21 มกราคม 2568 แต่จากนี้ในวันพุธ พฤหัสบดี และศุกร์ (22-24 มกราคม 2568) สถานการณ์ก็จะยังคงหนักต่อเนื่อง ซึ่งเกิดจากมวลอากาศเย็นที่ยังคงปกคลุมพื้นที่ตอนเหนือของประเทศไทย ส่งผลให้อากาศนิ่งและจมตัว และเกิดสภาวะอากาศปิดใกล้ผิวพื้น ประกอบกับสภาพการจราจรที่อาจมีรถติด เนื่องจากมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าและมีการเผาในพื้นที่ข้างเคียง โดยเฉพาะจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ซึ่งจังหวัดนครนายกมีการเผาสูงขึ้นค่อนข้างมาก คือประมาณ 2 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ทั้งนี้ จากการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นจะสูงขึ้นในวันที่ 22-24 มกราคม 2568 และจะบรรเทาลงในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ (25-26 มกราคม 2568)

 

ด้วยเหตุนี้ กรุงเทพมหานครจึงจะออกมาตรการเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) โดยการออกเป็นประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง การห้ามรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปเข้าพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษกภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 37 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 เมื่อเกิดหรือใกล้จะเกิดสาธารณภัยขึ้นในพื้นที่ใดและการอยู่อาศัยหรือดำเนินกิจการใดๆ ในพื้นที่นั้นจะเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพประชาชน ซึ่งเป็นการห้ามรถบรรทุกตั้งแต่ 6 ล้อ (ยกเว้น EV, NGV, EURO 5 และ 6) ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนบัญชีสีเขียว (Green List) เข้าในพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษกในช่วงวิกฤตฝุ่น 

 

ทั้งนี้ มีผลบังคับใช้ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2568 เวลา 00.01 น. จนถึงวันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2568 เวลา 23.59 น. ทั้งนี้ หากฝ่าฝืนนำรถเข้าต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

สำหรับผู้ประกอบการรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป (ยกเว้น EV, NGV, EURO 5 และ 6) ที่ต้องวิ่งในพื้นที่เขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่ยังไม่ได้อยู่ใน Green List กรุงเทพมหานครได้เปิดให้ผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นมา เพียงนำรถเข้ากระบวนการบำรุงรักษา เช่น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนไส้กรอง 

 

จากนั้นกรอกข้อมูลพร้อมแนบหลักฐานการเข้ากระบวนการบำรุงรักษาทาง Google Form ‘แบบฟอร์มบัญชีสีเขียว’ ที่ https://bit.ly/47RK0Yy เพื่อขอยกเว้นมาตรการเขตมลพิษต่ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปที่ได้รับการยกเว้น (EV, NGV, EURO 5 และ 6) ก็สามารถร่วมลงทะเบียนบัญชีสีเขียวเพื่อความสะดวกต่อการกวดขันและตรวจสอบ

 

ตลอดจนเพื่อความสะดวกในการเข้าพื้นที่ Low Emission Zone ได้เช่นกัน ซึ่งผู้ประกอบการสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม โทร. 0 2203 2951 

 

ชัชชาติกล่าวต่อว่า ในการกวดขัน เราจะใช้กล้อง CCTV จำนวน 259 กล้องที่อยู่รอบวงแหวนฯ ในการตรวจจับป้ายทะเบียนรถ และใช้ AI ในการอ่านทะเบียนเพื่อไปแมตช์กับทะเบียนรถใน Green List ซึ่งหากรถที่ไม่ได้อยู่ใน Green List เข้ามาในช่วงที่มีการประกาศห้าม เราก็จะส่งหลักฐานไปปรับหรือต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ 

 

หากเราสืบได้ว่ารถคันนี้ไปให้บริการที่ไซต์งานไหนก็จะตามไปที่ไซต์งานนั้นเพื่อตักเตือนว่ากล่าว และอนาคตอาจให้หยุดการก่อสร้าง 

 

สำหรับหลักเกณฑ์การออกประกาศฯ เป็นการพิจารณาจากข้อมูลบ่งชี้ คือค่าเฉลี่ยฝุ่นละออง PM2.5 อยู่ในระดับสีแดง (ค่า PM2.5 ตั้งแต่ 75.1 มคก./ลบ.ม.) 5 เขต หรือจากการพยากรณ์ล่วงหน้า 2 วัน โดยค่าฝุ่นละออง PM2.5 ระดับสีแดง มากกว่า 5 เขต หรือระดับสีส้ม (ค่า PM2.5 ตั้งแต่ 37.6-75.0 มคก./ลบ.ม.) มากกว่า 15 เขต ประกอบกับอัตราการระบายอากาศ (VR) ต่ำกว่า 3,000 ตารางเมตรต่อวินาที (m2/s) 

 

จากการคาดการณ์ฝุ่นล่วงหน้าระหว่างวันที่ 22-24 มกราคม 2568 พบว่า วันที่ 22 มกราคม ค่าฝุ่นละออง PM2.5 อยู่ในระดับสีแดงมากกว่า 10 เขต ส่วนในวันที่ 23-24 มกราคม ค่าฝุ่นละออง PM2.5 อยู่ในระดับสีแดงทั้ง 50 เขต โดยอัตราการระบายอากาศวันที่ 22 มกราคม มีคาดการณ์อัตราการระบายอากาศอยู่ที่ 1,750 m2/s วันที่ 23 มกราคม มีคาดการณ์อัตราการระบายอากาศอยู่ที่ 1,125 m2/s และวันที่ 24 มกราคม มีคาดการณ์อัตราการระบายอากาศอยู่ที่ 2,125 m2/s

 

ส่วนพื้นที่บังคับใช้มาตรการเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) ในพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษก ได้แก่

 

ด้านในแนวถนน มีจำนวน 9 เขต ได้แก่ เขตดุสิต เขตพญาไท เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสัมพันธวงศ์ เขตคลองสาน เขตสาทร เขตปทุมวัน และเขตบางรัก



แนวถนนผ่าน 13 เขต (31 แขวง) ได้แก่ เขตบางซื่อ (วงศ์สว่าง) เขตจตุจักร (จตุจักร / ลาดยาว / จันทรเกษม / จอมพล) เขตห้วยขวาง (ห้วยขวาง / สามเสนนอก / บางกะปิ) เขตดินแดง (ดินแดง / รัชดาภิเษก) เขตราชเทวี (มักกะสัน) เขตวัฒนา (คลองเตยเหนือ) เขตคลองเตย (คลองเตย) เขตยานนาวา (ช่องนนทรี / บางโพงพาง) เขตบางคอแหลม (บางคอแหลม / บางโคล่) เขตธนบุรี (ดาวคะนอง / สำเหร่ / บุคคโล / ตลาดพลู) เขตบางกอกใหญ่ (วัดท่าพระ) เขตบางกอกน้อย (บางขุนนนท์ / อรุณอมรินทร์ / บางขุนศรี / บ้านช่างหล่อ / ศิริราช) และเขตบางพลัด (บางพลัด / บางบำหรุ / บางอ้อ / บางยี่ขัน)

 

“มาตรการ Green List เราไม่ได้ห้ามรถทุกคัน เพราะอาจมีผลกระทบทางเศรษฐกิจ แต่เป็นมาตรการจูงใจให้คนที่ทำดี คนที่เห็นแก่ส่วนรวม ในการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง/เปลี่ยนไส้กรอง สามารถเข้ามาได้ ปัจจุบันเรามีรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปขึ้นทะเบียน Green List แล้วประมาณ 31,041 คัน ส่วนรถที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน ยังเหลือเวลาพรุ่งนี้ (22 มกราคม) อีก 1 วันในการนำรถไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง/ไส้กรอง และกรอกข้อมูลเพื่อขึ้นทะเบียน” ชัชชาติย้ำ

 

ชัชชาติกล่าวด้วยว่า อย่างที่เคยบอกว่าฝุ่นไม่ได้เกิดจากธรรมชาติแต่เกิดจากคนทำขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเผาชีวมวล เผาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องขอความร่วมมือจากจังหวัดใกล้เคียงในการช่วยควบคุม ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานครเราสั่งห้ามเผาเด็ดขาดแล้ว ซึ่งหากตรวจพบจุดเผาเราจะเข้าไปดำเนินการทันที หรือการดูแลรักษารถยนต์ ที่หากเราไม่ร่วมมือกันก็ยากที่ฝุ่นจะลดลงได้

 

ขยายเวลา WFH

 

ในส่วนของการประกาศขอความร่วมมือ Work from Home เราประกาศขยายระยะเวลา WFH ต่อเนื่องจากวันจันทร์และอังคาร (20-21 มกราคม) โดยขอให้ WFH ในวันพุธถึงวันศุกร์นี้ (22-24 มกราคม ซึ่งหากใครสะดวกร่วม WFH ก็ขอให้ WFH ใครที่ไม่สะดวกก็ขอให้ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและหันมาใช้ขนส่งสาธารณะให้มากขึ้น 

 

ส่วนผู้ที่จำเป็นจะต้องออกนอกบ้านควรใส่หน้ากากอนามัยป้องกัน PM2.5 ทุกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก หญิงตั้งครรภ์ คนชรา ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคภูมิแพ้ โรคปอด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตเรื้อรัง ฯลฯ 

 

สำหรับหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานครให้ WFH แล้วเช่นกัน โดยใช้แนวทางการปฏิบัติราชการที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (สำนักงาน ก.ก.) กำหนดไว้ เช่น การปฏิบัติงาน ณ สถานที่ตั้ง โดยการเหลื่อมเวลาทำงาน, การปฏิบัติงาน ณ สถานที่ตั้ง โดยการนับชั่วโมงทำงาน, การปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง ใช้กับงานวิชาการที่ไม่ต้องติดต่อกับผู้รับบริการหรือบุคคลภายนอกมากนัก และสามารถส่งงานผ่านระบบออนไลน์ได้

 

ส่วนการปิดโรงเรียนให้เป็นดุลยพินิจของแต่ละโรงเรียนในการประกาศปิด อย่างไรก็ตาม การขอความร่วมมือหน่วยอื่นที่นอกเหนือจากสังกัดของกรุงเทพมหานครคงให้เป็นไปตามดุลยพินิจของแต่ละหน่วยงานในการประกาศและดำเนินการ

 

ชัชชาติกล่าวอีกว่า กทม. ไม่เคยหยุด เราพยายามทำทุกวิถีทาง อย่างฝนหลวงเราก็ประสานความร่วมมือกับกรมฝนหลวง มีการรับมอบและส่งต่อน้ำแข็งแห้ง 300 ตัน ด้านการพ่นละอองน้ำ เราได้ดำเนินการทดสอบแล้วปรากฏว่าสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ขณะเดียวกันรถฉีดน้ำของเราก็ยังคงออกตลอด เพื่อล้างฝุ่นที่อยู่บนถนน ต้นไม้ ใบไม้ เชื่อว่าหากร่วมมือกัน เช่น ลดการเผา ใช้รถยนต์ที่มีมาตรฐานดีขึ้น หรือคนใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น จะทำให้สถานการณ์จะดีขึ้นแม้อาจต้องใช้เวลาในการปรับปรุง ในส่วนของร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด อยากให้ท้องถิ่นมีอำนาจเต็มที่ในการควบคุมมลพิษในสภาวะปกติได้ด้วย ส่วนเรื่องการเผา หากใครพบจุดเผาในกรุงเทพฯ ก็สามารถใช้ Traffy Fondue แจ้งเข้ามาได้

 

“เราไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวที่ออกมาตรการต่างๆ มา เพราะเป็นภารกิจของเรา เราต้องทำให้เต็มที่ และต้องทำให้ดีขึ้นกว่านี้ ก็พยายามคิดหาวิธีตลอดว่ามาตรการไหนจะช่วยให้เข้มข้นขึ้นได้ สุดท้ายนี้อย่าหมดหวัง มันต้องดีขึ้น เรามาถูกทางแล้ว” ชัชชาติกล่าวตอนท้าย


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories