×

ฉลอง 60 ปี ‘โรงเรียนดนตรียามาฮ่า’ สานต่อปณิธาน ‘Vienna of the East’ สู่บทใหม่แห่ง Music Ecosystem ระดับอาเซียน [Advertorial]

โดย THE STANDARD TEAM
12.05.2026
  • LOADING...
โรงเรียนดนตรียามาฮ่า

‘โรงเรียนดนตรียามาฮ่า’ จัดฉลองครบรอบ 60 ปี แห่งการก่อตั้ง ไปเมื่อวันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา ที่อาคารสยามปทุมวันเฮาส์ สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในวงการดนตรีเมืองไทย รวมพลคนรักดนตรีไม่ว่าจะเป็นนักดนตรี และบุคคลดนตรีที่สำคัญมาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง ตอกย้ำผู้นำดนตรีศึกษาหนึ่งเดียวในเมืองไทยที่อยู่เคียงข้างสังคมไทยมายาวนาน

 

โรงเรียนดนตรียามาฮ่า โรงเรียนดนตรียามาฮ่า

 

พร้อมนำบทเพลง ‘เพื่อนที่แสนดี’ ซึ่งเป็นเสมือนเพลงสัญลักษณ์ที่ผูกพันกับยามาฮ่ามายาวนาน มาถ่ายทอดใหม่ในคอนเซปต์ ‘One Melody, One Harmony’ เพื่อสื่อถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทุกตัวโน้ตและทุกคนในครอบครัวยามาฮ่า โดยได้ บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ มาร่วมถ่ายทอดบทเพลงร่วมกับศิลปินและนักดนตรีจาก Yamaha Artist อาทิ แจ็ค ธรรมรัตน์, โซ่ ETC., ขวัญ INDIGO และรัสต้า ถิร โอฐภิบาล 

 

โรงเรียนดนตรียามาฮ่า

 

ย้อนกลับไปในปี 1966 ดร. ถาวร พรประภา ผู้ก่อตั้งกลุ่มสยามกลการ ได้มีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ในการยกระดับจิตใจและความสามารถของคนไทยผ่านเสียงดนตรี จึงร่วมมือกับ มร. เก็นอิจิ คาวาคามิ ประธานกรรมการ ยามาฮ่า มอเตอร์ ในเวลานั้น ก่อตั้งโรงเรียนดนตรีแห่งแรกในรูปแบบกึ่ง CSR เพื่อสังคมเมื่อปี 1966 ก่อนจะเติบโตและจดทะเบียนเป็น บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด อย่างเป็นทางการในปี 1989 

 

โรงเรียนดนตรียามาฮ่า

 

ประนัปดา พรประภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด เล่าว่า ธุรกิจนี้เริ่มต้นจากความตั้งใจของคุณปู่ ดร. ถาวร พรประภา ที่อยากคืนสิ่งดีๆ ให้กับสังคม แม้ที่ผ่านมาจะเผชิญกับความท้าทายมากมายจนทำให้ธุรกิจชะลอตัว แต่เป้าหมายสำคัญยังคงเดิม คือการเป็น ‘รากฐานทางดนตรี’ ที่แข็งแกร่งให้กับประเทศไทย

 

“เป็นเรื่องที่ปลื้มปีติมากที่โปรเจกต์ซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นผู้ให้สามารถสร้างผลกำไรและเติบโตเป็นธุรกิจได้จริง อีกทั้งยังสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการดนตรีเมืองไทยมากมาย จุดประกายสานฝันเยาวชนไทยให้พัฒนาทักษะ สร้างสรรค์ผลงาน โชว์ความสามารถ และยกระดับขับเคลื่อนดนตรีให้ทัดเทียมกับชาติอื่นๆ และยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปิน และนักดนตรีไทยทั้งในระดับประเทศ และระดับสากล”

 

ดร. พีรวัฒน์ ชูเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด เล่าเสริมว่า จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงมุมเล็กๆ ในโรงเรียนดนตรี วันนี้ ‘โรงเรียนดนตรียามาฮ่า’ เติบโตจนกลายเป็น ‘เสาหลัก’ ของดนตรีศึกษาในประเทศไทย ผ่านหลักสูตรการเรียนดนตรีศึกษา “ยามาฮ่า” เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย รับรองความเข้มแข็ง โดย Yamaha Music Foundation ประเทศญี่ปุ่น

 

“เราภาคภูมิใจที่เป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรค์กิจกรรมดนตรีที่หลากหลาย ตั้งแต่การประกวดวงโยธวาทิต ในยุคที่ภาครัฐยังไม่ได้เข้ามาสนับสนุน ไปจนถึงการประกวดร้องเพลง ทางโทรทัศน์ตั้งแต่ยุคขาวดำ รวมถึงคอนเสิร์ตลูกทุ่งที่เป็นต้นแบบของวงการ ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ของ ดร. ถาวร พรประภา ที่อยากเห็นเมืองไทยเป็น ‘Vienna of the East’ หรือศูนย์กลางทางดนตรีของภูมิภาค ที่เต็มไปด้วยศักยภาพพลังแห่งดนตรีและความหลากหลายทางวัฒนธรรม สร้างองค์ความรู้ และเปิดเวทีแก่เด็กไทยกล้าแสดงออกทางทักษะดนตรี สานต่อแรงบันดาลใจจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง” 

 

โรงเรียนดนตรียามาฮ่า

 

วิสัยทัศน์ทศวรรษที่ 7 สร้าง Music Lover Community พร้อมรุกตลาด Music Therapy

 

ปฐมบทใหม่ในทศวรรษที่ 7 ไม่เพียงสานต่อวิสัยทัศน์ ‘Vienna of the East’ ผลักดันธุรกิจดนตรีในไทยก้าวสู่เมืองแห่งดนตรี แต่ยังปรับทิศทางธุรกิจจาก Product Centric สู่ Solution Based ผู้นำการให้คำปรึกษาและจัดหา ‘โซลูชันด้านเสียง’ ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง  

 

พร้อมตั้งเป้าหมายยอดขาย 1,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งในภาคการศึกษา โดยมีแผนจะขยายสาขาโรงเรียนดนตรียามาฮ่าจาก 85 แห่ง ให้ครบ 100 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงการรุกตลาดโรงเรียนนานาชาติที่มีอัตราการเติบโตสูง เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์การเป็นแบรนด์ที่ส่งมอบทั้งบริการและประสบการณ์ มากกว่าแค่การขายสินค้าเพียงอย่างเดียว

 

พร้อมกันนี้ ยังเดินหน้าตอกย้ำความสำเร็จของหลักสูตรดนตรีสร้างระบบนิเวศดนตรีที่ครบวงจร ตั้งแต่การบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ดนตรีผ่านเวทีประกวดระดับมาตรฐานสากลต่างๆ อาทิ Yamaha Thailand International Music Competition, Bass Solo Competition, Drum Solo Competition หรือ Piano Competition ไปจนถึงการขยายไลน์สินค้ากลุ่มไฮเอนด์อย่างเปียโน Bösendorfer และเทคโนโลยี Immersive Sound 

 

โรงเรียนดนตรียามาฮ่า

 

ขณะเดียวกัน ยังมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศดนตรีที่ครบวงจร ตั้งแต่การบ่มเพาะบุคลากรคุณภาพผ่านเวทีประกวดมาตรฐานสากลที่ครอบคลุมทุกประเภทเครื่องดนตรี อาทิ Yamaha Thailand International Music Competition, การแข่งขัน Bass Solo, Drum Solo ไปจนถึง Piano Competition ไปจนถึงการขยายไลน์สินค้ากลุ่มไฮเอนด์อย่างเปียโน Bösendorfer แบรนด์เปียโนระดับตำนาน และเทคโนโลยี Immersive Sound เข้ามาทำตลาดเพื่อตอบสนองสุนทรียภาพขั้นสูง ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและปรับตัวให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย ที่เสียงดนตรีได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในทุกแพลตฟอร์ม

 

ดร. พีรวัฒน์ มองว่า แม้เทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทในการสร้างสรรค์ผลงาน แต่สถาบันดนตรียังคงเป็นรากฐานสำคัญที่ขาดไม่ได้ ซึ่งยามาฮ่าได้นำ Virtual Learning ในรูปแบบ Masterclass มาช่วยเสริมการเรียนการสอน ทำให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะได้รวดเร็วกว่าเดิม เช่น การเลื่อนระดับจาก Grade 1 ไป Grade 3 ที่เคยใช้เวลาเป็นปี ก็สามารถสำเร็จได้ในเวลาที่สั้นลง 

 

“แม้เทคโนโลยีจะเลียนแบบเสียงได้ แต่ ‘สุนทรียะจากการลงมือเล่นเอง’ และการมีครูผู้เชี่ยวชาญคอยขัดเกลาคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ดนตรีมีชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้”

 

โรงเรียนดนตรียามาฮ่า

 

ประนัปดา กล่าวเสริมถึงทิศทางหลักในปีนี้จะรุกตลาด Music Therapy หรือดนตรีบำบัดอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการสร้าง Music Lover Community เพื่อดึงผู้คนให้กลับมามีปฏิสัมพันธ์กันอีกครั้งในยุคที่เทคโนโลยีอาจทำให้คนเหินห่างกัน

 

“การมอบประสบการณ์และความสุขร่วมกันผ่านเสียงดนตรีคือการย้อนกลับไปสู่รากฐานที่คุณปู่ (ดร.ถาวร พรประภา) ได้วางไว้ นั่นคือการใช้ดนตรีเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสังคมให้น่าอยู่และช่วยฟื้นฟูเยียวยาจิตใจ อารมณ์ และร่างกายของผู้คนให้ผ่อนคลายและมีความสุขมากยิ่งขึ้นในอนาคต”

 

ปั้นโมเดล ‘ดนตรีบำบัด’ เมื่อเสียงเพลงคือ ‘ยารักษาใจ’ ในโลกยุคใหม่

 

อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญ คือการยกระดับ ‘ดนตรีบำบัด’ (Music Therapy) ให้เป็นเครื่องมือหลักในการขยายฐานกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุหรือคนยุคใหม่ที่ถูกข้อมูลหลั่งไหลจนเกิดภาวะ Information overload ส่งผลให้ผู้คนเกิดความเครียด ซึมเศร้า และห่างเหินกันมากขึ้น

 

ประนัปดา มองว่าดนตรีมีพลังมหาศาลใน 3 มิติหลัก คือการเป็นตัวกลางเชื่อมโยงผู้คนให้กลับมามีปฏิสัมพันธ์กัน ช่วยฝึกสมาธิ และใช้ ‘ดนตรีบำบัด’ เพื่อเยียวยาใจ ทั้งในกลุ่มผู้สูงอายุและเด็กๆ

 

“ปัจจุบันเราพบปัญหาภาวะวิตกกังวลและโรคซึมเศร้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ในฐานะที่เราเป็นผู้นำทางด้านดนตรีในเมืองไทย เราไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้ขายเครื่องดนตรี แต่คือผู้นำในการสร้างสรรค์และใช้ดนตรีเพื่อเยียวยาสังคม”

 

โรงเรียนดนตรียามาฮ่า

 

เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์นี้ให้เป็นรูปธรรม สยามดนตรียามาฮ่าจึงได้ประกาศความร่วมมือระดับนานาชาติครั้งสำคัญ โดยผนึกกำลังกับ Shonan Kamakura General Hospital ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และงานวิจัยจากประเทศญี่ปุ่น และ บริษัท ไคโก ไลฟ์ จำกัด (KAIGO Life) ผู้ประสานงานและขับเคลื่อนโครงการ เพื่อพัฒนาโมเดลดนตรีบำบัดเพื่อการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) พัฒนาโมเดลดนตรีบำบัดเพื่อการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดยมุ่งเน้นการนำองค์ความรู้ทางการแพทย์และงานวิจัยที่พิสูจน์ผลได้จริงในญี่ปุ่นมาปรับใช้กับบริบทสังคมไทย เพื่อช่วยลดความเครียด กระตุ้นการทำงานของสมอง และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีภาวะการรู้คิดบกพร่องเล็กน้อยและภาวะสมองเสื่อม

 

เป้าหมายของโครงการนี้ มุ่งมั่นที่จะนำแนวทางดนตรีบำบัดที่ญี่ปุ่นใช้ดูแลและสนับสนุนผู้ป่วยอย่างจริงจัง มาช่วยลดความเครียด กระตุ้นการทำงานของสมอง และยกระดับคุณภาพชีวิต โดยผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์จากญี่ปุ่นเข้ากับดนตรีและวัฒนธรรมของไทย เพื่อรองรับการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะการรู้คิดบกพร่องเล็กน้อย และภาวะสมองเสื่อม รวมถึงมีการสนับสนุนด้วยงานวิจัยและการประเมินผลทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบ

 

ประนัปดา เน้นย้ำว่า “ปัจจุบันศาสตร์ด้านดนตรีบำบัดกำลังมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อสถานการณ์สังคมผู้สูงอายุ การริเริ่มความร่วมมือระดับนานาชาติในครั้งนี้ ถือเป็นการเชื่อมโยงศักยภาพของธุรกิจดนตรีและการศึกษา ไปสู่ทิศทางการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านดนตรีเข้ากับการแพทย์อย่างลงตัว เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและผู้ป่วยอย่างเป็นรูปธรรม”

 

Dr. Shuzo Kobayashi ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Shonan Kamakura General Hospital เน้นย้ำว่าการรักษาในอนาคตต้องควบคู่ไปกับการป้องกัน ซึ่งดนตรีบำบัดมีศักยภาพสูงในการฟื้นฟูผู้ป่วยนอกเหนือจากการแพทย์แผนปัจจุบัน

 

“ในประเทศญี่ปุ่น เราได้เห็นผลลัพธ์เชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในการบรรเทาความเครียด กระตุ้นการทำงานของสมอง และยกระดับคุณภาพชีวิตโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ และความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น เข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนที่มีต่อดนตรีในไทย เพื่อรังสรรค์โมเดลการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่ประยุกต์ใช้ได้จริง”

 

ด้าน ชยพร พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไคโก ไลฟ์ จำกัด มองเห็นโอกาสในการต่อยอดโมเดลนี้ไปยังเครือข่ายโรงพยาบาล สถาบันสอนดนตรี และชุมชน เพื่อสร้างรูปแบบการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่ยั่งยืน และสามารถสร้างประโยชน์ให้กับสังคมในวงกว้าง

 

โรงเรียนดนตรียามาฮ่า

 

ปัจจุบันโครงการอยู่ในขั้นตอนการจัดทำหลักสูตร Music and Wellness ที่เป็นมาตรฐาน และการพัฒนาโปรแกรมฝึกอบรมสำหรับครูสอนดนตรีโดยทีมงานผู้ทรงคุณวุฒิจากสยามดนตรียามาฮ่า ปัจจุบันโครงการอยู่ในช่วงการเก็บข้อมูลและทดสอบ พร้อมตั้งเป้ากระจายหลักสูตรเข้าสู่โรงเรียนดนตรียามาฮ่าทั่วประเทศภายในสิ้นปี 2569

 

นอกจากนี้ยังเตรียมแผนงานร่วมกับ ภาโรห์ พรประภา ผู้เชี่ยวชาญด้านการประพันธ์เพลง สร้างบทเพลงเพื่อวิจัย ขยายผลนำดนตรีบำบัดไปใช้กับผู้ป่วยในกลุ่มอื่น เช่น ผู้ป่วยฟอกไต และผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เพื่อปั้นให้โครงการนี้เป็นต้นแบบในการยกระดับคุณภาพชีวิตระดับอาเซียนและเอเชียต่อไปในอนาคต และตอกย้ำว่า ‘ดนตรี’ ของยามาฮ่าไม่ใช่แค่เรื่องของความบันเทิงหรือการเรียนการสอนในห้องเรียนอีกต่อไป แต่คือหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงวัย Silver Age ให้สามารถมีความสุขและจดจำช่วงเวลาสำคัญของชีวิตได้ในทุกวัน

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising