รัฐบาลเมียนมาที่หนุนโดยกองทัพออกมาแสดงความเห็นว่า อาเซียนไม่จำเป็นต้องแต่งตั้งผู้แทนพิเศษสำหรับเมียนมาของประธานอาเซียนอีกต่อไป เนื่องจากเมียนมาได้รัฐบาลที่ผ่านการเลือกตั้งแล้ว นอกจากนี้ยังยืนยันว่า ทางการจะยังไม่ปล่อยตัวอองซานซูจี อดีตผู้นำพรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ที่ปัจจุบันถูกกักขังภายในบ้านพัก ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังมินอ่องหล่าย ประธานาธิบดีเมียนมาเดินทางเยือนไทยครั้งประวัติศาสตร์ ในขณะที่ไทยกำลังผลักดันให้เมียนมากลับเข้ามามีส่วนร่วมกับอาเซียนอีกครั้ง
กระทรวงการต่างประเทศเมียนมาระบุในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมว่า “เมียนมามีความเห็นว่า การแต่งตั้งและการดำรงอยู่ต่อไปของตำแหน่งผู้แทนพิเศษคนใหม่ของประธานอาเซียนนั้นไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป” โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาลที่ก้าวขึ้นมาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยแบบหลายพรรคการเมือง ซึ่งจัดขึ้นตามความประสงค์ของประชาชนนั้น กำลังเข้ามารับหน้าที่บริหารประเทศ
อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งซึ่งจัดขึ้นในเดือนธันวาคมปีที่แล้วต่อเนื่องถึงเดือนมกราคมปีนี้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความโปร่งใสและยุติธรรม โดยพรรคที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพชนะการเลือกตั้ง ท่ามกลางข้อครหาเกี่ยวกับการจำกัดการมีส่วนร่วมของพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งเปิดทางให้มินอ่องหล่าย ผู้นำเผด็จการทหารของเมียนมา ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศ
ทั้งนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ซึ่งมีสมาชิก 11 ประเทศนั้น มีความตึงเครียดมาตั้งแต่ต้นปี 2021 หลังผู้นำฝ่ายทหารได้ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งภายใต้การนำของอองซาน ซูจี ส่งผลให้เกิดสงครามกลางเมืองทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่ามีผู้เสียชีวิตราว 100,000 คน และเกิดการพลัดถิ่นฐานอีกหลายล้านคน
นับแต่นั้นมา คณะผู้นำของเมียนมาถูกห้ามเข้าร่วมการประชุมระดับสูงของอาเซียน เนื่องจากล้มเหลวในการปฏิบัติตามแผนสันติภาพ “ฉันทมติ 5 ข้อ” ที่ตกลงกับกลุ่มอาเซียน
อย่างไรก็ตามรัฐบาลไทยมีแนวคิดที่จะนำเมียนมากลับเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอีกครั้งผ่านนโยบาย calibrated reengagement หรือการมีปฏิสัมพันธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยหลังจากการหารือกับมินอ่องหล่ายที่กรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สิหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า ประเทศไทยต้องการสันติภาพและความมั่นคงในเมียนมาตามแผนสันติภาพของอาเซียน และไม่ได้ละทิ้งข้อกังวลของภูมิภาค แม้ว่าการเยือนของผู้นำเมียนมาครั้งนี้จะทำให้ไทยถูกตั้งคำถามมากมายถึงการสร้างความชอบธรรมให้แก่ผู้นำเมียนมาที่มีข่าวละเมิดสิทธิมนุษยชนในสงครามกลางเมืองก็ตาม
ในแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศเมียนมายังกล่าวถึงกรณีการพบกันระหว่างอองซาน ซูจี กับอาร์โนด์ เดอ แบก ผู้แทนประจำคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า ดำเนินการไปตามกฎหมายและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องที่มีอยู่ของเมียนมา ตลอดจนมาตรฐานและขั้นตอนปฏิบัติของ ICRC
ส่วนข้อเรียกร้องของอาเซียนที่ต้องการให้ปล่อยตัวเธอโดยไม่มีเงื่อนไข รวมถึงนักโทษทางการเมืองคนอื่นๆ ด้วยนั้น กระทรวงการต่างประเทศเมียนมายืนยันว่า “แม้ว่ารัฐบาลจะลดโทษแก่ซูจีด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรมแล้วก็ตาม แต่ประเด็นเรื่องการปล่อยตัวอย่างสมบูรณ์และไร้เงื่อนไขนั้น จะต้องดำเนินการตามกฎหมายเท่านั้น”
ทั้งนี้เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพวัย 81 ปีกำลังรับโทษจำคุก 18 ปี ในข้อหาหลายคดีที่เธอปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิด โดยยังไม่มีผู้นำหรือผู้แทนต่างชาติคนใดได้พบกับเธออย่างเป็นทางการ จนกระทั่งการพบปะกับผู้แทน ICRC เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้าการเดินทางเยือนไทยของมินอ่องหล่ายเพียงไม่กี่วัน ซึ่งฝ่ายไทยมองว่าเป็นสัญญาณบวกจากฝ่ายเมียนมา
ภาพ: ฐานิส สุดโต THE STANDARD
อ้างอิง:
- https://www.reuters.com/world/asia-pacific/myanmar-pushes-back-asean-envoy-call-free-suu-kyi-2026-08-10/
- https://www.thestar.com.my/aseanplus/aseanplus-news/2026/08/09/myanmar-says-new-asean-chairs-special-envoy-and-continued-role-may-no-longer-be-necessary-as-an-elected-government-assumes-responsibility


