×

เมียนมาชี้ ไม่จำเป็นต้องมีทูตพิเศษของประธานอาเซียนอีกต่อไป พร้อมปัดข้อเรียกร้องปล่อยตัวซูจี

โดย THE STANDARD TEAM
11.08.2026
  • LOADING...
มินอ่องหล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา

รัฐบาลเมียนมาที่หนุนโดยกองทัพออกมาแสดงความเห็นว่า อาเซียนไม่จำเป็นต้องแต่งตั้งผู้แทนพิเศษสำหรับเมียนมาของประธานอาเซียนอีกต่อไป เนื่องจากเมียนมาได้รัฐบาลที่ผ่านการเลือกตั้งแล้ว นอกจากนี้ยังยืนยันว่า ทางการจะยังไม่ปล่อยตัวอองซานซูจี อดีตผู้นำพรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ที่ปัจจุบันถูกกักขังภายในบ้านพัก ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังมินอ่องหล่าย ประธานาธิบดีเมียนมาเดินทางเยือนไทยครั้งประวัติศาสตร์ ในขณะที่ไทยกำลังผลักดันให้เมียนมากลับเข้ามามีส่วนร่วมกับอาเซียนอีกครั้ง

 

กระทรวงการต่างประเทศเมียนมาระบุในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมว่า “เมียนมามีความเห็นว่า การแต่งตั้งและการดำรงอยู่ต่อไปของตำแหน่งผู้แทนพิเศษคนใหม่ของประธานอาเซียนนั้นไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป” โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาลที่ก้าวขึ้นมาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยแบบหลายพรรคการเมือง ซึ่งจัดขึ้นตามความประสงค์ของประชาชนนั้น กำลังเข้ามารับหน้าที่บริหารประเทศ

 

อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งซึ่งจัดขึ้นในเดือนธันวาคมปีที่แล้วต่อเนื่องถึงเดือนมกราคมปีนี้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความโปร่งใสและยุติธรรม โดยพรรคที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพชนะการเลือกตั้ง ท่ามกลางข้อครหาเกี่ยวกับการจำกัดการมีส่วนร่วมของพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งเปิดทางให้มินอ่องหล่าย ผู้นำเผด็จการทหารของเมียนมา ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศ

 

ทั้งนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ซึ่งมีสมาชิก 11 ประเทศนั้น มีความตึงเครียดมาตั้งแต่ต้นปี 2021 หลังผู้นำฝ่ายทหารได้ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งภายใต้การนำของอองซาน ซูจี ส่งผลให้เกิดสงครามกลางเมืองทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่ามีผู้เสียชีวิตราว 100,000 คน และเกิดการพลัดถิ่นฐานอีกหลายล้านคน

 

นับแต่นั้นมา คณะผู้นำของเมียนมาถูกห้ามเข้าร่วมการประชุมระดับสูงของอาเซียน เนื่องจากล้มเหลวในการปฏิบัติตามแผนสันติภาพ “ฉันทมติ 5 ข้อ” ที่ตกลงกับกลุ่มอาเซียน

 

อย่างไรก็ตามรัฐบาลไทยมีแนวคิดที่จะนำเมียนมากลับเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอีกครั้งผ่านนโยบาย calibrated reengagement หรือการมีปฏิสัมพันธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยหลังจากการหารือกับมินอ่องหล่ายที่กรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สิหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า ประเทศไทยต้องการสันติภาพและความมั่นคงในเมียนมาตามแผนสันติภาพของอาเซียน และไม่ได้ละทิ้งข้อกังวลของภูมิภาค แม้ว่าการเยือนของผู้นำเมียนมาครั้งนี้จะทำให้ไทยถูกตั้งคำถามมากมายถึงการสร้างความชอบธรรมให้แก่ผู้นำเมียนมาที่มีข่าวละเมิดสิทธิมนุษยชนในสงครามกลางเมืองก็ตาม

 

ในแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศเมียนมายังกล่าวถึงกรณีการพบกันระหว่างอองซาน ซูจี กับอาร์โนด์ เดอ แบก ผู้แทนประจำคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า ดำเนินการไปตามกฎหมายและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องที่มีอยู่ของเมียนมา ตลอดจนมาตรฐานและขั้นตอนปฏิบัติของ ICRC

 

ส่วนข้อเรียกร้องของอาเซียนที่ต้องการให้ปล่อยตัวเธอโดยไม่มีเงื่อนไข รวมถึงนักโทษทางการเมืองคนอื่นๆ ด้วยนั้น กระทรวงการต่างประเทศเมียนมายืนยันว่า “แม้ว่ารัฐบาลจะลดโทษแก่ซูจีด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรมแล้วก็ตาม แต่ประเด็นเรื่องการปล่อยตัวอย่างสมบูรณ์และไร้เงื่อนไขนั้น จะต้องดำเนินการตามกฎหมายเท่านั้น”

 

ทั้งนี้เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพวัย 81 ปีกำลังรับโทษจำคุก 18 ปี ในข้อหาหลายคดีที่เธอปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิด โดยยังไม่มีผู้นำหรือผู้แทนต่างชาติคนใดได้พบกับเธออย่างเป็นทางการ จนกระทั่งการพบปะกับผู้แทน ICRC เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้าการเดินทางเยือนไทยของมินอ่องหล่ายเพียงไม่กี่วัน ซึ่งฝ่ายไทยมองว่าเป็นสัญญาณบวกจากฝ่ายเมียนมา

 

ภาพ: ฐานิส สุดโต THE STANDARD

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising