×

ทำไมไทยมีปืนมากที่สุดในอาเซียน? แกะ ‘วัฒนธรรมปืน’ เมื่อระบบควบคุมมีช่องโหว่ และปืนเถื่อนเข้าถึงง่าย

07.08.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบแสดงถึงปัญหาอาวุธปืนในประเทศไทย

เหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ จังหวัดนนทบุรี ทำให้ปัญหาอาวุธปืนในไทยกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง เมื่อสื่อต่างประเทศอย่าง Channel News Asia (CNA) และ CNN หยิบข้อมูลในปี 2017 จาก Small Arms Survey ว่า ไทยมีอาวุธปืนในมือพลเรือนราว 10 ล้านกระบอก หรือประมาณ 1 กระบอกต่อประชากร 7 คน

 

 
 

ประเด็นนี้เคยถูกตั้งคำถามมาแล้ว หลังเกิดเหตุสังหารหมู่ที่ศูนย์เด็กเล็ก จังหวัดหนองบัวลำภูในปี 2022 โดย TIME หยิบคำว่า ‘วัฒนธรรมปืน’ (Gun Culture) มาอธิบายปัญหาในไทย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ไทยมีปืนในมือพลเรือนจำนวนมาก ขณะที่ประเทศมีกฎหมายควบคุมการซื้อและครอบครองปืนอยู่แล้ว แต่ปัญหาก็ยังเกิดขึ้นอยู่ดี

 

น่าสนใจว่า จำนวนปืน 10 ล้านกระบอกในมือพลเรือน ยังทำให้ไทยแตกต่างจากหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างชัดเจน หลังผลสำรวจพบว่า ประเทศเพื่อนบ้านมีจำนวนปืนและอัตราการครอบครองปืนของพลเรือนต่ำกว่าไทยมาก ขณะที่ปืนในไทยราว 4 ใน 10 กระบอกถูกประเมินว่า ไม่ได้อยู่ในระบบทะเบียน

 

ข้อมูลดังกล่าวจึงนำไปสู่คำถามว่า เหตุใดไทยจึงมีปืนในมือพลเรือนจำนวนมากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน และอะไรคือปัญหาในการควบคุมอาวุธปืนของไทย

 

ไทยมีปืนมากแค่ไหน เมื่อเทียบกับประเทศอาเซียน

 

Small Arms Survey ประเมินว่า ในปี 2017 ประเทศไทยมีอาวุธปืนอยู่ในมือพลเรือนประมาณ 10 ล้านกระบอก หรือคิดเป็น 15 กระบอกต่อประชากร 100 คน จากประชากรทั้งหมดราว 68.3 ล้านคน

 

ในจำนวนดังกล่าว มีปืนที่ขึ้นทะเบียนประมาณ 6.2 ล้านกระบอก ขณะที่อีกประมาณ 4.1 ล้านกระบอกถูกประเมินว่าไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือคิดเป็นเกือบ 40% ของอาวุธปืนในมือพลเรือนทั้งหมดตามการประเมินดังกล่าว

 

เมื่อใช้ข้อมูลชุดเดียวกันเปรียบเทียบกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะเห็นความแตกต่างจากประเทศไทยได้ชัดเจน โดยผลสำรวจพบว่า ฟิลิปปินส์มีปืนในมือพลเรือนประมาณ 3.8 ล้านกระบอก หรือคิดเป็น 3.6 กระบอกต่อประชากร 100 คน

 

ส่วนลาวมีปืนประมาณ 2.2 แสนกระบอก หรือคิดเป็น 3 กระบอกต่อประชากร 100 คน ขณะที่มาเลเซียอยู่ที่ประมาณ 2.2 แสนกระบอก หรือคิดเป็น 0.7 กระบอกต่อประชากร 100 คน

 

ด้านอินโดนีเซีย ซึ่งมีประชากรมากกว่า 263 ล้านคน มีปืนในมือพลเรือนที่ประเมินไว้ประมาณ 8.2 หมื่นกระบอก ส่วนสิงคโปร์มีประมาณ 2 หมื่นกระบอก หรือคิดเป็น 0.3 กระบอกต่อประชากร 100 คน และกัมพูชาประมาณ 7.2 แสนกระบอก หรือ 4.5 กระบอกต่อประชากร 100 คน

 

ขณะที่ East Asia Forum ระบุว่า ประเทศไทยมีจำนวนปืนในมือพลเรือนสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยในรายละเอียดเชิงลึก จำนวนปืนในมือพลเรือนของไทยยังสูงกว่าจำนวนปืนของกองทัพประมาณ 10 เท่า และสูงกว่าจำนวนปืนของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายประมาณ 45 เท่า

 

ข้อมูลที่ถูกนำมาอ้างระบุว่า ไทยมีอาวุธปืนในกองทัพราว 1,052,815 กระบอก ขณะที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายมีอาวุธปืนอีกราว 230,000 กระบอก โดยมีเพียงไทย ฟิลิปปินส์ และเมียนมาเท่านั้นในอาเซียนที่จำนวนปืนในมือพลเรือนสูงกว่าจำนวนปืนของกองทัพและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายรวมกัน

 

ทำไมไทยมีปืนมากที่สุดในอาเซียน

 

อันที่จริง หลังเหตุกราดยิงในศูนย์เด็กเล็ก จังหวัดหนองบัวลำภู ในปี 2022 TIME เขียนบทความไว้ว่า ไทยมี ‘วัฒนธรรมปืน’ ที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับประเทศในเอเชียด้วยกัน โดยอ้างอิงฐานข้อมูลที่จัดทำโดย School of Public Health ของมหาวิทยาลัยซิดนีย์ว่า ไทยมีปืนในมือพลเรือนมากกว่า 10 ล้านกระบอก หรือคิดเป็นประมาณ 1 กระบอกต่อประชากร 7 คน

 

ขณะที่ East Asia Forum รายงานข้อมูลจาก World Population Review ว่า ไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากอาวุธปืนต่อประชากร 1 แสนคน สูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากฟิลิปปินส์

 

ส่วน DW ระบุว่า สำนักงานความมั่นคงทางการทูต กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาเคยระบุในรายงานความปลอดภัยสำหรับเจ้าหน้าที่ในต่างประเทศปี 2013 ว่า ประเทศไทยมีวัฒนธรรมปืนที่เข้มข้นในระดับใกล้เคียงกับสหรัฐฯ จนกลายเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำของโลกในด้านคดีฆาตกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน

 

อย่างไรก็ตาม TIME มองว่า ปัญหาของไทยแตกต่างจากสหรัฐฯ และไม่สามารถอธิบายได้ว่า เกิดจากการขาดกฎหมายควบคุมอาวุธปืน เพราะหากดูกฎหมายไทย ร้านจำหน่ายปืนสามารถขายได้ในจำนวนจำกัดภายใต้ใบอนุญาต ขณะที่ร้านเหล่านี้ยังถูกจำกัดจำนวนอาวุธปืนและกระสุนที่สามารถจำหน่ายได้ในแต่ละปี

 

ส่วนผู้ขอใบอนุญาตซื้อปืนต้องมีอายุอย่างน้อย 20 ปี และต้องระบุเหตุผลในการครอบครอง เช่น เพื่อป้องกันตัว ใช้ในการกีฬา หรือการล่าสัตว์ ขณะที่ยังต้องรับภาระค่าธรรมเนียมด้านเอกสารและการนำเข้าที่มีราคาสูง โดยบางครั้ง กระบวนการซื้ออาวุธปืนอาจกินเวลานานถึงครึ่งปี

 

ส่วนบุญวราเสนออีกสมมติฐานในบทความทาง East Asia Forum ว่า จำนวนปืนในมือพลเรือนที่สูงอาจสัมพันธ์กับความไม่ไว้วางใจต่อความปลอดภัยสาธารณะโดยอ้างผลสำรวจของ Gallup ในปี 2022 ว่า ไทยมีคะแนนต่ำที่สุดในอาเซียน ในเรื่องความปลอดภัยเมื่อเดินคนเดียวในเวลากลางคืน รวมถึงประสบการณ์เกี่ยวกับการถูกขโมยหรือทำร้ายร่างกาย

 

ส่วน แอรอน คาร์ป ที่ปรึกษาอาวุโสของ Small Arms Survey ให้สัมภาษณ์กับ TIME ว่า กฎหมายปืนของไทยไม่ได้เข้มงวดเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้เปิดกว้างเป็นพิเศษเช่นกัน โดยสิ่งสำคัญยังอยู่ที่ว่า ประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐมองหรือปฏิบัติตามกฎหมายเหล่านี้อย่างไร

 

นอกจากนี้ TIME ยังชี้ว่า ประเด็นการครอบครองอาวุธปืนอาจมากับปัจจัยทางวัฒนธรรม เช่น ‘วัฒนธรรมนิยมความเป็นทหารสูง’ เมื่อกองทัพและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายได้รับการยกย่องจากกลุ่มอนุรักษนิยมในประเทศ

 

ปัญหาใหญ่ของไทย เมื่อปืนเถื่อนเข้าถึงง่ายผ่านตลาดมืด

 

อีกปัญหาหนึ่ง คือ ปืนจำนวนมากอยู่นอกระบบทะเบียน โดย TIME ชี้ว่า ตลาดมืดทำให้การซื้อขายปืนผิดกฎหมายในช่องทางออนไลน์สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของ DW ที่ระบุว่า จำนวนอาวุธปืนในประเทศไทยอาจสูงกว่าจำนวนปืนที่ขึ้นทะเบียนอย่างมาก เมื่อรวมอาวุธที่ถูกซื้อขายอย่างผิดกฎหมายในตลาดมืด

 

ทั้งนี้ พอล แชมเบอร์ส นักวิชาการด้านการเมืองเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เคยให้สัมภาษณ์ DW ระบุว่า แม้มีกฎควบคุมอาวุธปืน แต่การหาปืนในไทยยังค่อนข้างง่าย โดยเฉพาะบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา และไทย-กัมพูชา

 

DW ยังระบุถึงอีกช่องทางหนึ่ง คือ ปืนบางส่วนถูกลักลอบข้ามชายแดน ซึ่งบางส่วนถูกนำเข้ามาสำหรับตำรวจหรือทหาร แต่กลับหลุดไปอยู่ในมือของเอกชน โดยผู้เชี่ยวชาญที่ DW สัมภาษณ์ระบุด้วยว่า มีกรณีที่ทหาร ตำรวจ และกองกำลังกึ่งทหารนำอาวุธไปขายต่อให้บุคคลที่ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ

 

อีกช่องทางที่ถูกตั้งคำถาม คือ ‘โครงการปืนสวัสดิการ’ ซึ่งเปิดให้เจ้าหน้าที่รัฐซื้ออาวุธปืนในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด โดย ไมเคิล พิคาร์ด นักวิจัยอิสระที่ศึกษาเรื่องการค้าอาวุธ การทุจริต และความขัดแย้ง และเคยลงพื้นที่วิจัยในไทยเมื่อปี 2019 ระบุว่า โครงการปืนสวัสดิการคือ ‘ช่องโหว่ขนาดใหญ่’ ของระบบควบคุมอาวุธปืนไทย

 

ในรายงาน TIME ยกกรณีตำรวจไทยจับกุมผู้ต้องสงสัยมากกว่า 10 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐ 1 คน หลังถูกกล่าวหาว่า เกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้าอาวุธที่นำปืนและกระสุนซึ่งมีที่มาจากโครงการดังกล่าวไปขายต่อ

 

ส่วนแชมเบอร์สให้สัมภาษณ์กับ TIME ว่า ในประเทศไทยมี ‘วัฒนธรรมของการลอยนวลพ้นผิด’ บางอย่างที่ช่วยทำให้ปืนเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเป็นทหารหรือตำรวจก็สามารถเข้าถึงอาวุธปืนได้ง่ายอยู่แล้ว

 

แฟ้มภาพปี 2023: Nathalie Jamois / SOPA Images via Reuters

 

อ้างอิง:

 

 
  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising