สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้พบปะกันนอกรอบการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ณ ประเทศคีร์กีซสถาน เมื่อวานนี้ (31 สิงหาคม) เพื่อยืนยันความเป็น ‘พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์’ ที่แข็งแกร่งร่วมกัน ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนสูง
สีจิ้นผิง ระบุว่า ภายใต้การนำเชิงยุทธศาสตร์และความพยายามร่วมกัน ฐานรากของความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศจะมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และมีแนวโน้มความร่วมมือที่สดใสอย่างมากในอนาคต ขณะที่ ปูติน เห็นพ้องและกล่าวว่า ความร่วมมือของทั้งสองประเทศกำลังพัฒนาในทุกด้านเป็นอย่างดี
ผลักดันระเบียบโลก ‘หลายขั้ว’
ท่ามกลางความไม่แน่นอนและความไม่สามารถคาดเดาได้ในเวทีระหว่างประเทศ สีจิ้นผิง ประกาศว่า จีนพร้อมทำงานร่วมกับรัสเซียและประเทศอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างพลังในการปฏิรูปการบริหารจัดการโลก (Global Governance) และผลักดันระเบียบโลกแบบหลายขั้ว (Multipolar World) ที่เท่าเทียมและเป็นระเบียบเรียบร้อย
ที่ผ่านมา ผู้นำทั้งสองมักใช้เวทีการประชุม SCO ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมวิสัยทัศน์ระเบียบโลกแบบหลายขั้ว และแสดงจุดยืนร่วมกันในการต่อต้านชาติตะวันตก
ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและจุดยืนต่อ ‘สงครามยูเครน’
การพบปะกันครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามในยูเครนที่ดำเนินเข้าสู่ปีที่ 5 ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจของรัสเซียต้องพึ่งพาจีนมากขึ้น เนื่องจากการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก อย่างไรก็ตาม โฆษกเครมลินเปิดเผยว่า ผู้นำทั้งสองเน้นหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเป็นหลัก และพูดคุยถึงประเด็นสงครามยูเครนเพียง ‘ผ่านๆ’ (In Passing) เท่านั้น
นอกจากนี้ จีนยังคง ‘ปฏิเสธ’ อย่างต่อเนื่องว่า ไม่ได้ให้การสนับสนุนทางวัตถุแก่รัสเซีย สำหรับการโจมตียูเครน
ทั้งสีจิ้นผิงและปูติน รวมถึงผู้นำประเทศอีกอย่างน้อย 10 ประเทศ เดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอด SCO ณ กรุงบิชเคก ซึ่งครั้งนี้เป็นการครบรอบ 25 ปีของกลุ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจระดับภูมิภาคนี้
อย่างไรก็ตาม แม้กลุ่ม SCO จะเป็นพันธมิตรขนาดใหญ่ที่เป็นตัวแทนของประชากรกว่าร้อยละ 40 ของโลก และคิดเป็นร้อยละ 25 ของ GDP โลก แต่โครงสร้างภายในยังคงมีความหลากหลายและมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันในหมู่ประเทศสมาชิก ทำให้ดูเหมือนยังขาดเอกภาพและประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนนโยบายเชิงลึก เมื่อเทียบกับองค์กรอย่าง EU หรือ NATO
ภาพ: Sputnik / Kristina Solovyova / Pool via Reuters
อ้างอิง:


