×

คนล้นคุก! ไทยติดอันดับ 6 ผู้ต้องขังมากที่สุดในโลก อันดับ 3 ของเอเชีย เป็นรองแค่จีนและอินเดีย

โดย THE STANDARD TEAM
04.05.2018
  • LOADING...

สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ TIJ เปิดเผยข้อมูลการจัดอันดับผู้ต้องขัง จากการเก็บข้อมูลของ prisonstudies.org พบข้อมูลที่น่าตกใจว่า ประเทศไทยมีผู้ต้องขังสูงเป็นอันดับ 6 ของโลก ติดอันดับ 3 ของเอเชีย เป็นรองแค่จีนกับอินเดีย ที่มีประชากรสูงกว่าประเทศไทยหลายเท่าตัว อีกทั้งยังเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในแถบอาเซียนด้วย

 

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ผู้มีประสบการณ์คลุกคลีอยู่ในเส้นทางการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย ในฐานะอัยการและปลัดกระทรวงยุติธรรมชี้ว่า การที่ประเทศไทยมีจำนวนผู้ต้องขังสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งในแง่จำนวนทั้งหมด (อันดับ 6 ของโลก) และจำนวนผู้ต้องขังต่อจำนวนประชากร (อันดับ 9 โดยมีจำนวนผู้ต้องขัง 445 คนต่อประชากร 1 แสนคน โดยการศึกษาของ statista.com) อาจเกิดจากความไม่เอื้ออำนวยของระบบ เพราะมีกฎหมายที่มีโทษทางอาญาค่อนข้างเยอะ แม้กระทั่งการไม่คาดเข็มขัดนิรภัยก็มีโทษสูงสุดคือจำคุก

 

 

หากลองพิจารณาในรายละเอียดเรื่องจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำ จะพบว่าเกือบร้อยละ 20.66 เป็นผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีหรือระหว่างอุทธรณ์-ฎีกา และจำนวนราวร้อยละ 70 ที่เป็นนักโทษเด็ดขาด กว่าครึ่งเป็นผู้ที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี โดย 70% เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

 

สิ่งหนึ่งที่พบคือ เมื่อคนถูกจับในคดีอาญาแม้จะไม่ใช่คดีที่ใช้ความรุนแรง แต่เมื่อเข้าไปอยู่ในเรือนจำราว 5-10 ปี เมื่อออกมาจะมีแนวโน้มที่จะเป็นอาชญากรที่ใช้ความรุนแรง และ 2 ใน 3 จะกระทำผิดซ้ำและถูกส่งกลับไปยังเรือนจำอีกภายใน 3 ปี บางคนถึงกับกล่าวว่า คุกเป็นโรงเรียนสอนอาชญากรสร้างเครือข่ายอาชญากรรม ไม่ว่าจะเข้าไปด้วยข้อหาอะไร มักจะออกมาด้วยความรู้ด้านอาชญากรรมมากขึ้นเสมอ เมื่อโอบามาขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ จึงได้ทำการปฏิรูประบบราชทัณฑ์โดยให้ผู้ที่กระทำผิดบางประเภทไปทำงานเพื่อสังคมหรือเข้าบำบัดเพื่อให้สามารถกลับตัวเป็นคนดีและกลับเข้าสู่สังคมได้เหมือนคนปกติ เช่น ผู้ต้องคดียาเสพติด ซึ่งในกรณีคล้ายกันนี้ โปรตุเกสนับเป็นประเทศที่นำร่องและกลายเป็นตัวอย่างของความสำเร็จในการที่ใช้มาตรการทางปกครองส่งผู้ติดยาเสพติดไปบำบัดแทนการส่งเข้าเรือนจำ

 

ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะเป็นการลดจำนวนความแออัดของเรือนจำ ลดงบประมาณที่ใช้เพื่อบริหารเรือนจำมหาศาล เช่น ไทยต้องมีงบประมาณที่ใช้ในกรมราชทัณฑ์กว่า 12,141 ล้านบาทต่อปี ที่สำคัญที่สุดยังเป็นการลดโอกาสที่ความผิดพลาดชั่วไม่กี่นาทีจะเปลี่ยนชีวิตคนเหล่านั้นให้กลายเป็นอาชญากรที่ร้ายแรงขึ้น จากการเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้การกระทำผิดอื่นเพิ่มเติม การนำไปสู่วงจรอาชญากรที่สมบูรณ์ การสร้างบาดแผลในชีวิตจนต้องใช้ชีวิตในทางที่ผิดไปจนสุดทาง หรือถูกตราหน้าจนไร้หนทางที่จะประกอบอาชีพสุจริตเมื่อกลับออกมาสู่สังคม

 

ทางเลือกคือ ระบบอาจแสวงหามาตรการอื่นที่จะลดจำนวนคนในระบบการคุมขังในเรือนจำ ที่การชดเชยการกระทำผิดอย่างเหมาะสม โดยทุกขั้นตอนของระบบยุติธรรมทั้งตำรวจ อัยการ ศาล หน่วยงานที่ดูแลผู้กระทำผิดและทนายความ ต้องทำงานประสานกันเพื่อธำรงความยุติธรรมและหาทางออกร่วมกัน มีการบูรณาการในการทำงานมากขึ้น ทั้งยังต้องมีความเชื่อถือในหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อตรงต่อวิชาชีพควบคู่กับการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ เช่น ในประเทศญี่ปุ่น ผู้ที่จบเนติบัณฑิตจะต้องฝึกงานอีกราว 2 ปี โดยเวียนไปทำงานตามหน้าที่ต่างๆ ในระบบยุติธรรมเพื่อให้เข้าใจในการทำงานของแต่ละหน่วยงานมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ หนึ่งในวิธีลดจำนวนคนเข้าสู่เรือนจำก็คือ ในบางคดีที่เหมาะสมจะมีการส่งไปคุมประพฤติก่อน หากผลออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจก็อาจจะไม่มีการส่งฟ้อง

 

นอกจากหน่วยงานในระบบยุติธรรม อาจมีตัวแทนประชาชนเข้ามาเพิ่มเป็นปัจจัยในกระบวนการยุติธรรมด้วย ตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกาจะมีระบบลูกขุนที่เข้ามาช่วยในคดีที่ร้ายแรง ยุโรปมีผู้พิพากษาสมทบ ญี่ปุ่นเริ่มมีการนำประชาชนเข้ามามีส่วนในระบบลูกขุนและผู้พิพากษาสมทบ ส่วนไทยนั้นได้เริ่มมีการนำผู้พิพากษาสมทบเข้ามาสู่ระบบ ทำให้มีความรู้และความเข้าใจเฉพาะด้านมากขึ้น นอกจากนี้ก็ยังมีองค์กรช่วยเหลือประชาชนต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างเช่นบ้านกาญจนาที่ดูแลเยาวชนที่กระทำพลาดผิดไป แต่หน่วยที่สำคัญที่สุดรายหนึ่งคือชุมชน ที่ไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่เพียงฝ่ายเดียว หากชุมชนมีความเข้มแข็ง ช่วยสอดส่องดูแลและรวมไปถึงการรับผู้หลงผิดกลับสู่สังคม ก็จะสามารถป้องกันผู้หลงผิดตลอดจนช่วยเหลือผู้ที่พลาดพลั้งทำผิดให้สามารถปรับตัวและกลับมาเป็นประชากรที่มีคุณภาพได้

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising