วันนี้ (11 พฤษภาคม) บรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.00 น. โดยมีกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงจำนวนมากเดินทางมาปักหลักรอต้อนรับ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีกำหนดการได้รับการปล่อยตัวจากการพักการลงโทษ มวลชนหลายรายเดินทางมาจากต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อมาจับจองพื้นที่บริเวณริมฟุตบาทตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลประชาชื่น สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง และเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ที่กระจายกำลังดูแลความสงบเรียบร้อยโดยรอบพื้นที่
โดยมีกำหนดเวลา 07.50 น. ทักษิณ ชินวัตร ออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม มีเงื่อนไขสำคัญคือ การสวมกำไลอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ทั้งนี้บริเวณหน้าประตูเรือนจำจะมีบุคคลในครอบครัว พร้อมด้วยแกนนำและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากพรรคเพื่อไทยกว่า 30 คน ยืนตั้งแถวรอให้การต้อนรับ
จากนั้นในเวลา 08.00 น. ทั้งหมดร่วมกันยืนเคารพธงชาติ ก่อนที่ทักษิณจะเดินทางขึ้นรถยนต์ส่วนตัว มุ่งหน้าไปยังบ้านจันทร์ส่องหล้า ภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นสถานที่คุมประพฤติจนกว่าจะพ้นกำหนดโทษ
สำหรับคดีความของอดีตนายกรัฐมนตรี มีประวัติการรับโทษจากคำพิพากษารวม 3 คดี คิดเป็นโทษจำคุกทั้งสิ้น 8 ปี โดยทักษิณได้เดินทางกลับเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในวันเดียวกัน ทว่าในช่วงกลางดึก ทักษิณมีอาการป่วยจากโรคประจำตัวกำเริบ จึงถูกส่งตัวออกไปพักรักษาอาการที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ
ต่อมาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศ โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษให้ทักษิณ เหลือโทษจำคุกต่อไปอีก 1 ปี จากนั้นในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 ทักษิณได้รับการพิจารณาให้พักการลงโทษ (รอบแรก) เนื่องจากเข้าหลักเกณฑ์เป็นนักโทษที่มีอายุมากกว่า 70 ปี และมีโรคประจำตัวร้ายแรง โดยได้เดินทางออกจากโรงพยาบาลตำรวจกลับไปพักอาศัยที่บ้านจันทร์ส่องหล้า
อย่างไรก็ตาม การพักโทษครั้งแรกนำมาซึ่งข้อกังขาจากหลายฝ่าย จนกระทั่ง ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอให้ไต่สวนการบังคับโทษ ซึ่งศาลได้ดำเนินการไต่สวนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์และบุคลากรทางการแพทย์
ก่อนที่ในวันที่ 9 กันยายน 2568 ศาลฎีกาฯ จะมีคำสั่งวินิจฉัยว่า ช่วงเวลาที่พักรักษาตัวบนชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ไม่ให้นับรวมเป็นระยะเวลาการรับโทษ จึงมีคำสั่งให้นำตัวทักษิณกลับเข้าสู่เรือนจำเพื่อรับโทษจำคุก 1 ปี ส่งผลให้ทักษิณต้องกลับเข้าเรือนจำกลางคลองเปรมอีกครั้ง
จนถึงปัจจุบัน ทักษิณได้จำคุกตามคำสั่งศาลมาแล้วเป็นระยะเวลา 8 เดือน ซึ่งถือว่าครบกำหนด 2 ใน 3 ของโทษที่ได้รับ จึงเข้าหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษอีกครั้ง โดยคณะกรรมการพิจารณาพักการลงโทษ กระทรวงยุติธรรม ได้มีมติอนุมัติการพักโทษ รอบที่ 2 ภายใต้เงื่อนไขที่รัดกุมยิ่งขึ้น
โดยผู้ได้รับการพักโทษจะต้องสวมกำไล EM ตลอดเวลา เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ มีกำหนดการรายงานตัวอย่างเคร่งครัด และห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ไปจนกว่าจะพ้นโทษอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 9 กันยายน 2569

















