×

รัฐบาลทหารเมียนมาอภัยโทษ อองซาน ซูจี ลดโทษจำคุก-เปลี่ยนสถานที่คุมขังเป็นบ้านพัก

01.05.2026
  • LOADING...
อองซาน ซูจี อดีตผู้นำเมียนมา ผู้ถูกลดโทษและย้ายไปกักบริเวณในบ้านพัก

เมื่อวานนี้ (30 เมษายน) อองซานซูจี อดีตผู้นำเมียนมาและเจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพวัย 80 ปี ได้ถูกย้ายจากการคุมขังในเรือนจำไปสู่การกักบริเวณในที่พักอาศัยแล้ว โดย มินอองหล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา ผู้ก่อการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนในปี 2021 ได้แถลงว่าจะให้เธอเปลี่ยนมารับโทษที่เหลืออยู่ในที่พักที่ถูกกำหนดไว้แทน

 

 
 

การเปลี่ยนสถานที่กักขังครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการอภัยโทษและลดโทษนักโทษครั้งใหญ่ เนื่องในวันหยุดสำคัญทางศาสนาพุทธ ซึ่งส่งผลให้โทษจำคุกเดิมของเธอที่ 33 ปี ซึ่งตัดสินเมื่อปลายปี 2022 ถูกลดหย่อนลงหลายครั้ง จนปัจจุบันเหลือโทษจำคุกประมาณ 18 ปี

 

แม้สื่อของรัฐจะมีการเผยแพร่ภาพถ่ายของเธอนั่งอยู่กับเจ้าหน้าที่ทหาร แต่ คิม อาริส บุตรชายของเธอ ออกมาระบุว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพเก่าตั้งแต่ปี 2022 และเขายังไม่ปักใจเชื่อจนกว่า จะมีการยืนยันสภาพความเป็นอยู่จากหน่วยงานอิสระ นอกจากนี้ ทีมทนายความของเธอก็ระบุว่า พวกเขาเพิ่งทราบข่าวจากสื่อและยังไม่ได้รับการแจ้งเตือนโดยตรงจากทางการแต่อย่างใด

 

ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพและสภาพความเป็นอยู่ของเธอถูกรัฐบาลทหารควบคุมอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด มีรายงานในช่วงปี 2024 และ 2025 ว่าเธอมีปัญหาสุขภาพที่ทรุดโทรมลง เช่น ภาวะความดันโลหิตต่ำ วิงเวียนศีรษะ และปัญหาโรคหัวใจ แต่ข้อมูลเหล่านี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ และครอบครัวไม่ได้ติดต่อกับเธอมานานกว่า 2 ปีแล้ว

 

ปฏิกิริยาจากนานาชาติและนัยทางการเมือง

 

โฆษกเลขาธิการสหประชาชาติมองว่าการให้เธอไปรับโทษกักบริเวณในบ้านพักถือเป็น ‘ก้าวที่มีความหมาย’ ไปสู่กระบวนการทางการเมืองที่น่าเชื่อถือ แต่ก็ยังคงเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองทุกคนโดยเร็วที่สุด

 

การปรากฏตัวของเธอในสื่อของรัฐและการปรับเปลี่ยนสถานะครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลทหารอาจกำลังเตรียมการเปลี่ยนแปลงสถานะของเธอในอนาคต ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกับที่ มินอองหล่าย เพิ่งสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี หลังจากการจัดการเลือกตั้งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าจัดขึ้นเพื่อรักษาอำนาจของกองทัพไว้ตามเดิม ท่ามกลางความต้องการที่จะยุติการถูกโดดเดี่ยวจากประชาคมโลก

 

แฟ้มภาพ: Myanmar State TV

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising