×

เพื่อนที่ทำงานชอบอวดแฟนตลอดเวลา จะทำอย่างไรดีคะ

16.10.2019
  • LOADING...
เพื่อนที่ทำงานชอบอวดแฟน

HIGHLIGHTS

4 Mins. Read
  • การยินดีเมื่อคนอื่นมีความสุขเป็นทักษะชีวิตอย่างหนึ่งที่เราต้องฝึก มันง่ายมากที่เวลาเราเห็นใครมีความสุขแล้วเราจะเผลอแวบขึ้นมาในหัวว่า ‘ทำไมไม่เป็นเราบ้าง’ ‘เธอดียังไงถึงได้มีชีวิตที่ดีแบบนั้น’ ‘ขอให้ไปกันได้รอดเถอะ ชิ!” ต่อมความอิจฉาของเรามันจะเริ่มทำงาน 
  • เราจะเริ่มคิดร้ายกับคนอื่น เราจะอยากเหยียบคนอื่นเพื่อให้เขาจมลงมาเท่าเรา ซึ่งที่จริงแล้วมันกลายเป็นว่าทำให้เราจมต่ำลงกว่าเดิมอีกครับ เราก็ทุกข์อีก เหนื่อยนะครับ 
  • เรื่องหนึ่งที่ผมอยากฝากไว้ก็คืออย่าตัดสินชีวิตใครเพียงเพราะเราเห็นสิ่งที่เขาโพสต์ เขาโพสต์แต่เรื่องแฟนก็ไม่ได้แปลว่าชีวิตเขาไม่มีอะไรนอกจากแฟน โซเชียลมีเดียไม่ได้สะท้อนทุกมิติของชีวิตเราอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจะไปคิดว่าเขาโพสต์แต่เรื่องแฟนนี่ไม่มีเรื่องอื่นในชีวิตให้สนใจแล้วหรือไงก็คงไม่ใช่ ไม่ตัดสินเราก็ไม่ทุกข์ด้วยนะครับ 
  • และเพื่อความยุติธรรม เขาอาจจะใช้ชีวิตปกติก็ได้นะครับ แต่พอมันลงโซเชียลมีเดียว่ารักกัน กลายเป็นว่าอวดซะงั้น ทั้งที่จริงเขาก็แค่ใช้ชีวิตกับแฟนอย่างปกติสุข แต่เวลาไม่ชอบใคร เราจะชอบไปโฟกัสทุกรายละเอียดของเขาโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่จริงมีเหตุการณ์มากมายนะครับที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา แต่สมองเราจะไปจับเฉพาะเรื่องคนที่เราไม่ชอบ ยิ่งโฟกัสเราก็ยิ่งเกลียด ยิ่งรำคาญ ยิ่งมองหาความไม่ดีของเขา สุดท้ายจากที่รำคาญอยู่แล้วยิ่งรำคาญไปใหญ่ 

Q: เพื่อนที่ทำงานเป็นชาว คอผ. หรือคนอวดผัวค่ะ ชอบอวดแฟนให้ฟังตลอดเวลาค่ะ ไม่ใช่แค่ตอนเจอในที่ทำงานนะคะ ในเฟซบุ๊กของนางก็มีแต่เรื่องผู้ชายของนาง ไม่มีเรื่องอื่นในชีวิตกันเลยหรือไง รำคาญนางเหมือนกันค่ะ จะทำอย่างไรให้นางหยุดอวดแฟนดีคะ

 

A: เรื่องนี้ทำได้ด้วยการ ‘มุทิตา’ หรือยินดีเมื่อคนอื่นมีความสุขครับ เพื่อนคุณกำลังมีความสุขอยู่ โลกของเขากำลังสว่างสดใส เราก็ต้องยินดีด้วย ดีใจที่เขามีความสุข คิดในแง่ดีเขามีความสุขก็ดีกว่าเขามีความทุกข์นะครับ 

 

การยินดีเมื่อคนอื่นมีความสุขเป็นทักษะชีวิตอย่างหนึ่งที่เราต้องฝึก มันง่ายมากที่เวลาเราเห็นใครมีความสุขแล้วเราจะเผลอแวบขึ้นมาในหัวว่า ‘ทำไมไม่เป็นเราบ้าง’ ‘เธอดียังไงถึงได้มีชีวิตที่ดีแบบนั้น’ ‘ขอให้ไปกันได้รอดเถอะ ชิ!’ ต่อมความอิจฉาของเรามันจะเริ่มทำงาน พอเราอิจฉา เราจะเริ่มมองไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง เราจะเริ่มคิดร้ายกับคนอื่น เราจะอยากเหยียบคนอื่นเพื่อให้เขาจมลงมาเท่าเรา ซึ่งที่จริงแล้วมันกลายเป็นว่าทำให้เราจมต่ำลงกว่าเดิมอีกครับ เราก็ทุกข์อีก เหนื่อยนะครับ

 

ถ้าเพื่อนอ้าปากอวดแฟนปุ๊บ ฝึกจิตใจของเราเลยครับว่าให้ยินดีกับเขาอย่างจริงใจ ถ้าจะมีความอิจฉาหรือความเกลียดแวบมาก็รีบเอามุทิตาไปกลบไม่ให้มันโผล่ซะ ยินดีด้วย – ยินดีด้วย – ยินดีด้วย ฝึกไว้ครับ

 

แต่ยินดีด้วยนี่เพื่อไม่ให้เพื่อนเอาแต่อวดแฟนอย่างเดียว เรารับฟังเขานิดหนึ่งแต่ไม่ต้องซักต่อให้ยืดยาวก็ได้ครับ หรือปล่อยให้เขาพูดจนถึงช่วงหนึ่งแล้วเราก็ชวนคุยเรื่องอื่นก็ได้ เป็นการพาเขาเปลี่ยนโฟกัส

 

เรื่องที่เขามีแฟนแล้วจะไปกันรอดไหมเป็นเรื่องอนาคต แต่มีอะไรบ้างที่คงอยู่ตลอดไป ต่อให้รักกันมากวันหนึ่งก็ต้องพลัดพรากจากกัน ตอนนี้เขายังมีความรักกันอยู่ ปล่อยให้เขามีความสุขไปในช่วงเวลาของเขา

 

ในเฟซบุ๊กถ้าเขาจะอวดแฟนอยู่ตลอดเวลาก็ปล่อยเขาเลยครับ ยังดีที่เฟซบุ๊กสามารถกด Hide เพื่อนที่เราไม่อยากเห็นโพสต์ได้ ปล่อยเธออวดไป เราก็ไม่เห็นแล้ว สบายใจทั้งคู่

 

เรื่องหนึ่งที่ผมอยากฝากไว้ก็คืออย่าตัดสินชีวิตใครเพียงเพราะเราเห็นสิ่งที่เขาโพสต์ เขาโพสต์แต่เรื่องแฟนก็ไม่ได้แปลว่าชีวิตเขาไม่มีอะไรนอกจากแฟน โซเชียลมีเดียไม่ได้สะท้อนทุกมิติของชีวิตเราอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจะไปคิดว่าเขาโพสต์แต่เรื่องแฟนนี่ไม่มีเรื่องอื่นในชีวิตให้สนใจแล้วหรือไงก็คงไม่ใช่ ไม่ตัดสินเราก็ไม่ทุกข์ด้วยนะครับ 

 

และเพื่อความยุติธรรม เขาอาจจะใช้ชีวิตปกติก็ได้นะครับ คือไปไหนมาไหนกับแฟน สวีทกันเป็นปกติ แต่พอมันลงโซเชียลมีเดียว่ารักกัน กลายเป็นว่าอวดซะงั้น ทั้งที่จริงเขาก็แค่ใช้ชีวิตกับแฟนอย่างปกติสุข แต่เวลาไม่ชอบใคร เราจะชอบไปโฟกัสทุกรายละเอียดของเขาโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่จริงมีเหตุการณ์มากมายนะครับที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา แต่สมองเราจะไปจับเฉพาะเรื่องคนที่เราไม่ชอบ ยิ่งโฟกัสเราก็ยิ่งเกลียด ยิ่งรำคาญ ยิ่งมองหาความไม่ดีของเขา สุดท้ายจากที่รำคาญอยู่แล้วยิ่งรำคาญไปใหญ่ แล้วใครล่ะครับที่ต้องรับผลโดยตรงจากความรำคาญ ก็เรานี่แหละครับ เพราะฉะนั้น ลองฝึกไม่ใส่ใจบ้างก็เป็นเรื่องดีนะครับ

 

คนแต่ละคนมีทั้งเรื่องดีและไม่ดี เพื่อนที่ชอบอวดแฟนของคุณเหมือนกันครับ ลองนึกถึงเรื่องดีๆ ของเขาไหมครับเผื่อเราจะสบายใจขึ้น หาข้อดีของเขาแล้วเลือกจะจำเขาว่าเขาเป็นคนแบบนั้น ดีกว่าประทับตราว่าเขาคือคนอวดผัวซึ่งทำให้เรารำคาญ 

 

ถ้าเรามองว่าการมีแฟนหรือไม่มีแฟนไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญในชีวิต ไม่มีอะไรดีกว่าหรือแย่กว่า เราจะมองเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา หมายถึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องอวดหรือต้องอิจฉา ถ้าเรามีแฟน เราก็คงคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเราไม่มีแฟน เราก็จะคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนกัน ธรรมดาแบบที่ไม่ได้มีผลให้เรารู้สึกว่าตัวพองเมื่อมีความรักจนอยากจะอวดให้คนทั้งโลกอิจฉา และไม่ได้รู้สึกตัวลีบแบนถ้าเรายังโสด ให้รู้สึกว่าการมีแฟนเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนเรากินก๋วยเตี๋ยวเรือ เราคงไม่ได้ตื่นเต้นอะไรถ้ามีใครมาบอกเราว่าเขากินก๋วยเตี๋ยวเรือมั้งครับ และเราก็คงไม่ได้เสียดายอะไรถ้าเราจะไม่ได้กินก๋วยเตี๋ยวเรือ เช่นเดียวกัน จะให้เราไปอวดใครว่า “แก๊! ฉันได้กินก๋วยเตี๋ยวเรือด้วย” มันก็ใช่เรื่องอยู่ เพราะฉะนั้น ถ้าเรามองมันเป็นเรื่องธรรมดา เราก็จะไม่รู้สึกอะไรทั้งเมื่อเรามีหรือไม่มี เมื่อคนอื่นมีหรือไม่มี 

 

เรื่องดีอย่างหนึ่งก็คือ ชีวิตการงานของเราเชื่อมโยงกับชีวิตส่วนตัวเราอยู่เสมอ ถ้าเรามีความสุขในโลกนอกที่ทำงาน เราจะมาทำงานด้วยความรู้สึกดีไปด้วย ตรงกันข้าม สมมติเราเพิ่งเลิกกับแฟนมา เราคงมาทำงานพร้อมกับมีความทุกข์มาเป็นแพ็กเกจคู่ด้วย เพราะฉะนั้น ตอนนี้เพื่อนคุณมีความสุขเพราะมีแฟนก็ดีเลย เพราะแปลว่าเขาจะมาทำงานด้วยความสุข เขาอาจจะมีพลังในการทำงานเพิ่มขึ้นก็ได้นะครับ

 

เรื่องอวดแฟนนี่อย่างมากก็แค่น่ารำคาญ แต่อย่างที่บอกครับ เราฝึกตัวเองให้ยินดีกับเขาไว้ แต่ผมคิดว่ามันจะเป็นปัญหามากกว่าถ้าการที่เขามีแฟนทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง เพราะในหัวคิดแต่เรื่องแฟนตลอดเวลา ถ้าเป็นแบบนั้นเราคงต้องเตือนเขาด้วยความหวังดี อยากให้เขาทั้ง Happy in love และ Happy in work ไปด้วยทั้งคู่

 

ไหนๆ เพื่อนคุณก็มีความสุข อารมณ์ดี น่าจะมีพลังในการทำงานเยอะขึ้น ชวนเธอมาทำงานเยอะๆ ครับ เอาพลังจากความรักที่เขามีมาใช้ประโยชน์ พอเธอโฟกัสที่งาน เธออาจจะไม่มีเวลามาพูดอวดแฟนแล้ว งานก็เดิน ได้ประโยชน์ทุกคนครับ

 

มาถึงบรรทัดนี้ผมก็ขอให้คนอ่าน Happy in love และ Happy in work ไปด้วยกันนะครับ 

 

ส่งคำถามดราม่าในที่ทำงานที่คุณสงสัยมาได้ที่อีเมล [email protected] หรืออินบ็อกซ์มาที่ FB: ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ 

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories