×

วิสุทธิ์ยินดีไทยจัดประชุมธนาคารโลก-IMF ราบรื่น เสนอเล็งเป้าเป็นเจ้าภาพเวที COP และ WUF ชูบทบาทสังคมและสิ่งแวดล้อมโลก

โดย THE STANDARD TEAM
18.10.2026
  • LOADING...
วิสุทธิ์ ตันตินันท์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

วิสุทธิ์ ตันตินันท์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสดงความยินดีกับความสำเร็จของไทยในการจัดการประชุมประจำปีธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) พร้อมเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับโลกด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น เวที COP และ WUF เพื่อขยายบทบาทของประเทศในการร่วมกำหนดวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก

 

วิสุทธิ์กล่าวชื่นชมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง รวมถึงข้าราชการที่ร่วมเตรียมความพร้อมมาเป็นเวลาหลายปี นับตั้งแต่กระบวนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจนงานสำเร็จลุล่วง ซึ่งส่งผลให้ไทยได้รับความสนใจจากนานาชาติ โดยระบุว่าในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา เวทีธนาคารโลก-IMF ได้เปิดโอกาสให้ประเทศรายได้ปานกลางเข้ามามีบทบาทมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น เปรูในปี 2015 อินโดนีเซียในปี 2018 โมร็อกโกในปี 2023 จนมาถึงไทยในปี 2026

 

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในศักยภาพการจัดการประชุมของไทย ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากอดีต ทั้งการจัดการประชุมธนาคารโลก-IMF ในปี 1991 การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ในปี 2000 และการประชุม APEC ในปี 2022

 

อย่างไรก็ตาม วิสุทธิ์ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อพิจารณาประวัติการเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับนานาชาติของไทย จะพบว่าส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับประเด็นทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) หนี้สาธารณะ การค้า การลงทุน และระบบการเงิน

 

ขณะที่ไทยยังไม่เคยเป็นเจ้าภาพเวทีระดับผู้นำด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งแม้จะเป็นประเด็นที่มีความซับซ้อน แต่ก็เป็นเวทีที่เปิดกว้างให้ประชาชนและภาคส่วนต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมกำหนดวาระการพัฒนาที่ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนโดยตรง

 

นอกจากนี้ การชุมนุมของเครือข่ายภาคประชาชนในระหว่างการประชุมธนาคารโลก-IMF ที่ผ่านมา ได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอีกหลายด้าน ทั้งมิติด้านความเหลื่อมล้ำ สิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อชุมชน แม้ประเด็นเหล่านี้จะไม่ใช่เป้าหมายหลักของการประชุมดังกล่าว แต่ก็ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะได้ทบทวนแนวทางการเพิ่มน้ำหนักให้กับเวทีด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมในระดับนานาชาติ

 

วิสุทธิ์อธิบายเพิ่มเติมว่า เวทีขององค์กรระหว่างประเทศสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มที่เน้นด้านเศรษฐกิจ การค้า และการเงิน เช่น ธนาคารโลก องค์การการค้าโลก (WTO) และ IMF กับกลุ่มที่เน้นด้านสิทธิมนุษยชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านกลไกของสหประชาชาติ เช่น การประชุมรัฐภาคีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ (COP) ซึ่งมีการหารือครอบคลุมถึงสิทธิเด็ก สตรี ผู้พิการ ชุมชน และกลุ่มชาติพันธุ์ ตลอดจนเวทีเมืองโลก (World Urban Forum: WUF) ที่ให้ความสำคัญกับที่อยู่อาศัยและความเป็นอยู่ของประชาชนทุกกลุ่ม โดยเวทีในกลุ่มหลังนี้จะเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้มากกว่า

 

“บางครั้งสองกลุ่มนี้หาจุดร่วมเพื่อทำงานร่วมกันได้ แต่บางครั้งก็ไม่ การพัฒนาที่ยั่งยืนจึงต้องนำมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของทั้งสองค่ายมาพิจารณาร่วมกันให้ได้” วิสุทธิ์กล่าว

 

สำหรับโอกาสของประเทศกำลังพัฒนาในการมีส่วนร่วมกำหนดวาระระดับโลกนั้น วิสุทธิ์ให้ข้อมูลว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เวที COP ได้เปิดโอกาสให้ประเทศรายได้ต่ำและปานกลางหมุนเวียนเป็นเจ้าภาพอย่างต่อเนื่อง เช่น เคนยาในปี 2006 อินโดนีเซียในปี 2007 แอฟริกาใต้ในปี 2011 เปรูในปี 2014 โมร็อกโกในปี 2016 อียิปต์ในปี 2022 และบราซิลในปี 2025 ขณะที่เอธิโอเปียมีกำหนดเป็นเจ้าภาพในปี 2027 ส่วนเวที WUF เคยจัดขึ้นที่มาเลเซียในปี 2018 และอียิปต์ในปี 2024 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพื้นที่ของประเทศกำลังพัฒนาบนเวทีโลก

 

ในช่วงท้าย วิสุทธิ์ได้เน้นย้ำว่า ไทยมีศักยภาพในการจัดประชุมระดับนานาชาติได้เป็นอย่างดี ลำดับต่อไปจึงอยู่ที่การตั้งคำถามว่า ทำอย่างไรให้ไทยสามารถก้าวขึ้นไปร่วมกำหนดวาระการพัฒนาของโลกได้ ด้วยการเตรียมความพร้อมเสนอตัวเป็นเจ้าภาพเวทีสำคัญของสหประชาชาติอย่าง COP และ WUF ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงบทบาทนำด้านการจัดการมลพิษและยกระดับคุณภาพชีวิตที่แท้จริงของผู้คนต่อไป

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising