วันนี้ (15 กันยายน) พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (Universal Coverage for Emergency Patients: UCEP) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ครม. มีมติเป็นต้นไป เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้ป่วยสอดคล้องกับระบบการแพทย์ฉุกเฉินปัจจุบัน เพิ่มโอกาสการรอดชีวิต และลดภาระค่าใช้จ่ายรักษาฉุกเฉินของประชาชน
สำหรับสาระสำคัญของหลักเกณฑ์ UCEP ฉบับปรับปรุงใหม่ มีดังนี้
- ให้สถานพยาบาลต้องรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตให้พ้นอันตรายตามมาตรฐานวิชาชีพทันทีโดยไม่มีเงื่อนไขการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย และต้องแจ้งกองทุนสิทธิรักษาพยาบาลของผู้ป่วยโดยเร็ว ทั้งนี้ การทำนิติกรรมใดๆ เพื่อให้พ้นหน้าที่หรือเพื่อสละสิทธิของผู้ป่วย ถือเป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามตามกฎหมาย
- ให้ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการของสถานพยาบาลต้องจัดผู้ประกอบวิชาชีพคัดแยกระดับความฉุกเฉิน หากมีปัญหาการวินิจฉัยให้ปรึกษาสำนักงานการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และหากผู้ป่วยไม่เห็นด้วยกับผลการคัดแยก สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อ สพฉ. ภายใน 90 วันนับแต่วันลงชื่อในแบบแจ้งผล โดย สพฉ. ต้องพิจารณาให้เสร็จใน 60 วัน (ขยายได้ไม่เกิน 30 วัน) คำวินิจฉัยถือเป็นที่สุด หากผลปรากฏว่าเป็นฉุกเฉินวิกฤต สถานพยาบาลต้องคืนเงินที่เรียกเก็บภายใน 30 วัน
- สถานพยาบาลต้องดูแลผู้ป่วยจนพ้นวิกฤตและรักษาต่อจนครบ 72 ชั่วโมง นับแต่รับตัว โดยส่งต่อผู้ป่วยไปสถานพยาบาลอื่นได้เฉพาะกรณีไม่มีศักยภาพเพียงพอ, พ้นภาวะวิกฤตและมีสถานพยาบาลรองรับ หรือผู้ป่วย/ผู้จัดการแทนประสงค์จะย้ายไปเอง
- สถานพยาบาลจะได้รับค่าใช้จ่ายช่วง 72 ชั่วโมงแรกตามอัตราแนบท้ายหลักเกณฑ์ โดยเรียกเก็บไปที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ส่วนค่าใช้จ่ายหลัง 72 ชั่วโมง ให้เรียกเก็บจากกองทุนสิทธิหลักของผู้ป่วย หรือเรียกเก็บจากผู้ป่วยตามอัตราของสถานพยาบาลหรือตามที่ตกลงกัน
- สปสช. มีหน้าที่ตรวจความถูกต้องและสรุปค่าใช้จ่ายแจ้งกองทุนสิทธิรักษาพยาบาลภายใน 30 วันนับจากได้เอกสารครบ จากนั้นให้กองทุนฯ จ่ายเงินให้สถานพยาบาลภายใน 15 วัน
- กรณีรับย้ายระหว่างสถานพยาบาล หากย้ายก่อนครบ 72 ชั่วโมง สถานพยาบาลแห่งที่สองจะได้รับค่าใช้จ่ายนับเวลาต่อจากแห่งแรกจนครบ 72 ชั่วโมง เว้นแต่เป็นการรับย้ายผู้ป่วยที่มีสิทธิรักษาของสถานพยาบาลนั้นอยู่แล้ว เช่น สิทธิประกันสังคม สิทธิทอง หรือสิทธิข้าราชการ ให้ปฏิบัติตามระบบสิทธิการรักษาตามปกติของแต่ละหน่วยงาน
- กรณีผู้ป่วยต้องจ่ายเงินเอง ผู้ป่วยต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง หากปฏิเสธการส่งต่อไปยังสถานพยาบาลรองรับหลังพ้นภาวะวิกฤตแล้ว หรือกรณีผู้ป่วย/ผู้จัดการแทนแจ้งความประสงค์ย้ายไปสถานพยาบาลอื่นเอง
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานพยาบาล สามารถทบทวนปรับปรุงบัญชีอัตราค่าใช้จ่ายแนบท้ายหลักเกณฑ์ให้เหมาะสมได้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นหลัก และต้องนำเสนอ ครม. เห็นชอบ
- หลักเกณฑ์นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ เป็นต้นไป
- ให้ใช้บังคับหลักเกณฑ์นี้ทันที โดยผู้ป่วยโควิด-19 ที่รับไว้ก่อนวันบังคับใช้ ให้เบิกจ่ายตามประกาศหลักเกณฑ์ UCEP โควิด-19 เดิม จนกว่าจะจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล และกรณีที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามเกณฑ์เดิม ให้ถือเป็นการดำเนินการตามเกณฑ์ใหม่นี้
- การใดที่อยู่ระหว่างการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ UCEP และหลักเกณฑ์ UCEP กรณีโรคโควิด 19ฯ ตามข้อ 2 ก่อนวันที่หลักเกณฑ์ UCEP พ.ศ. …. ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ UCEP พ.ศ. …. และการดำเนินการต่อไปให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ UCEP พ.ศ. ….
ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตมีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ กฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต หรือประกันวินาศภัย กำหนดให้ผู้ป่วยต้องใช้สิทธิดังกล่าวก่อน


