×

ไทย-ศรีลังกา ลงนาม MOU นำเข้าแรงงานถูกกฎหมาย ทดลองล็อตแรก 1 หมื่นคน ต้นปี 69 ป้อนภาคก่อสร้าง-เกษตร

โดย THE STANDARD TEAM
15.09.2026
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ วิจิตา เหรัต รัฐมนตรีศรีลังกา ร่วมลงนาม MOU ความร่วมมือด้านแรงงาน

วานนี้ (14 กันยายน) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ วิจิตา เหรัต (H.E. Vijitha Herath) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ การจ้างงานต่างประเทศ และการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน (MOU) และบันทึกข้อตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ด้านการจ้างแรงงานชาวศรีลังกาในประเทศไทย เพื่อวางกรอบการจัดส่งและรับแรงงานระหว่างสองประเทศให้เป็นระบบ ถูกต้องตามกฎหมาย โปร่งใส และคุ้มครองสิทธิแรงงานอย่างเหมาะสม

 

จุลพันธ์กล่าวว่า การลงนาม MOU ทั้งสองประเทศครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการเพิ่มช่องทางจัดหาแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคเศรษฐกิจ โดยประเทศไทยจะเปิดให้แรงงานศรีลังกาเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายจำนวนไม่เกิน 10,000 คน เพื่อสนับสนุนกำลังแรงงานในภาคการก่อสร้าง ภาคเกษตรกรรม และสาขาอื่นที่มีความต้องการตามนโยบายและกฎหมายของประเทศไทย

 

ทั้งนี้ การนำเข้าแรงงานจะดำเนินการตามความต้องการจ้างงานจริงและผ่านขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่การนำแรงงานทั้งหมดเข้ามาในคราวเดียว ภายใต้ MOU และ Agreement ทั้งสองประเทศจะร่วมกันกำกับดูแลกระบวนการสรรหา จัดส่ง และจ้างงานตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางให้สามารถตรวจสอบและติดตามได้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นธรรม การหลอกลวงแรงงาน การจัดหางานโดยมิชอบ และการค้ามนุษย์ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นายจ้างและแรงงาน

 

นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านตลาดแรงงาน กฎหมายและนโยบายแรงงาน การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานและเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งการลงนามครั้งนี้นับเป็นหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-ศรีลังกาในมิติด้านแรงงาน ต่อยอดจากความสัมพันธ์อันใกล้ชิดทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และพระพุทธศาสนา สู่ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ

 

จุลพันธ์กล่าวอีกว่า กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับกระบวนการสรรหาแรงงานอย่างมีจริยธรรม และการคุ้มครองแรงงานทุกคนอย่างเท่าเทียมตามกฎหมาย ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเติมเต็มกำลังแรงงานในสาขาที่จำเป็น เพิ่มทางเลือกให้ผู้ประกอบการ และสร้างหลักประกันว่าแรงงานศรีลังกาจะได้รับการจ้างงานที่เป็นธรรม ปลอดภัย และได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเหมาะสม

 

ทั้งนี้ ภายหลังการลงนาม MOU จุลพันธ์กล่าวว่า ในขั้นตอนทางกฎหมาย คือผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนกระบวนการถัดไป ทางกรมการจัดหางาน จะเดินทางไปยังประเทศศรีลังกา เพื่อสรุปรายละเอียด ขั้นตอน วิธีการปฏิบัติงาน และเข้าตรวจสอบการฝึกฝีมือแรงงานก่อนเดินทาง เพื่อให้มั่นใจว่าแรงงานมีทักษะตรงตามความต้องการของนายจ้างไทย โดยตั้งเป้านำเข้าแรงงานล็อตแรก ซึ่งเป็นการทดสอบโครงการนำร่องจำนวนประมาณ 10,000 คน ในช่วงต้นปีไม่เกินเดือนมกราคมที่จะถึงนี้

 

สำหรับแรงงานกลุ่มแรก คาดว่าจะเน้นการจัดสรรเข้าสู่ภาค อุตสาหกรรมก่อสร้าง และ ภาคการเกษตร เนื่องจากเป็น 2 กลุ่มที่ยังประสบปัญหาขาดแคลน ตามกลไกตลาดและการจับคู่ทักษะ ซึ่งภาคเอกชนผู้ประกอบการจะเป็นผู้ประสานงานโดยตรง และภาครัฐจะไม่เข้าไปชี้ระบุตัวบุคคลหรือพื้นที่ทำงาน

 

ส่วนสาเหตุที่เลือกนำเข้าแรงงานจากประเทศศรีลังกาเป็นประเทศแรก จุลพันธ์กล่าวอีกว่า เนื่องจากการพิจารณาเจรจากับประเทศเป้าหมาย 3-4 ประเทศ (เช่น ศรีลังกา และเนปาล) ดำเนินการควบคู่กันไป แต่นโยบายของศรีลังกาบรรลุข้อตกลงได้เรียบร้อยเป็นประเทศแรก นอกจากนี้ ศรีลังกายังมีศาสนาและวัฒนธรรม มีพื้นฐานนับถือศาสนาพุทธเหมือนกัน และวัฒนธรรมประเพณีใกล้เคียงกับไทย รวมถึงไม่มีประเด็นปัญหาที่น่าห่วงกังวล มีทักษะและภาษาค่อนข้างสูง ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร

 

เงื่อนไขในข้อตกลง MOU ดังกล่าว มีอายุสัญญา 5 ปี และสามารถต่ออายุอัตโนมัติได้อีก 5 ปี ส่วนสัญญาการจ้างงานจะมีรูปแบบ 2+2 ปี (จ้างงาน 2 ปีแรก และสามารถต่อสัญญาได้อีก 2 ปี) หากแรงงานกลุ่มแรกเข้ามาตอบโจทย์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ก็พร้อมที่จะขยายการนำเข้าเพิ่มเติมในอนาคต

 

สำหรับ อัตราค่าจ้างและสิทธิประโยชน์ จุลพันธ์ยืนยันว่า แรงงานศรีลังกาจะได้รับค่าตอบแทนในมาตรฐานเดียวกับแรงงานไทย และอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายเดียวกันอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ทั้งนี้ ประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการเจรจา MOU กับประเทศใกล้เคียงอีก 2-3 ประเทศ เช่น เนปาล ซึ่งคาดว่าจะสรุปรายละเอียดจำนวนแรงงานในระยะถัดไป


READ MORE





Latest Stories