×

รัฐบาลสั่ง 163 หน่วยงานเลิกเรียกเอกสาร 58 รายการ ภายใน 1 ปี หวังลดภาระประชาชน จ่อลงโทษวินัยหากเรียกเอกสารซ้ำซ้อน

โดย THE STANDARD TEAM
15.09.2026
ภาพอินโฟกราฟิกสรุปมาตรการรัฐบาลสั่ง 163 หน่วยงานเลิกเรียกเอกสาร 58 รายการจากประชาชน

วันนี้ (15 กันยายน) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าลดภาระประชาชนในการติดต่อราชการ โดยผลักดันแนวทาง ‘ไม่เรียกเอกสารจากประชาชน’ สำหรับเอกสารสำคัญ 58 รายการ ผ่านศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ หรือ Government Data Exchange (GDX) เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถตรวจสอบและใช้ข้อมูลระหว่างกันแทนการขอสำเนาเอกสารจากประชาชน ครอบคลุมเอกสารที่ใช้บ่อย

 

อาทิ บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า สูติบัตร ใบมรณบัตร เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หนังสือรับรองนิติบุคคล และใบอนุญาตขับรถ โดยตั้งเป้าเชื่อมโยงข้อมูลให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีนับจากวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ

 

ลลิดากล่าวว่า การดำเนินการจะแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ เอกสาร 31 รายการที่มีข้อมูลพร้อมผ่าน GDX แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งนำข้อมูลไปใช้แทนการเรียกเอกสารจากประชาชนภายในกรอบ 6 เดือนถึง 1 ปี ส่วนอีก 27 รายการที่ยังไม่มีข้อมูลพร้อม ให้เร่งเชื่อมโยงให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี

 

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังเตรียมให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เร่งเชื่อมโยง GDX เข้ากับระบบ Linkage Center เพื่อให้หน่วยงานรัฐเข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎรผ่านช่องทางเดียว ลดความซ้ำซ้อนและความสับสนระหว่างหน่วยงาน

 

สำหรับการขับเคลื่อนมาตรการ ได้มอบหมายให้ส่วนราชการ 163 หน่วยงาน สำรวจความพร้อม ทบทวนกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำหนดให้เจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการ ใช้ระบบดิจิทัลตรวจสอบข้อมูลแทนการเรียกเอกสาร และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจน

 

ทั้งนี้ หากหน่วยงานใดยังเรียกเอกสารที่เชื่อมโยงข้อมูลได้แล้ว สำนักงาน ก.พ.ร. จะประสานให้แก้ไขภายใน 15 วัน และติดตามต่อเนื่อง หากยังไม่ดำเนินการตามกรอบที่กำหนด อาจนำไปประกอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการของหัวหน้าส่วนราชการ และกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจมีประเด็นความรับผิดทางวินัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

“เป้าหมายคือประชาชนไม่ควรต้องถือสำเนาเอกสารที่รัฐมีข้อมูลอยู่แล้วไปยื่นให้รัฐอีก การเชื่อมข้อมูลให้หน่วยงานใช้ร่วมกัน จะช่วยลดทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย และขั้นตอนการติดต่อราชการ พร้อมทำให้บริการภาครัฐสะดวกและเป็นดิจิทัลมากขึ้น” ลลิดากล่าว

 

ทั้งนี้ การเชื่อมโยงข้อมูลจะต้องดำเนินการภายใต้มาตรฐานกลางของภาครัฐ โดยคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลควบคู่กันไป เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น


READ MORE





Latest Stories