×

ภารกิจกู้ภัยทีมหมูป่า 13 ชีวิต ออกจากถ้ำหลวง สำเร็จแล้ว

โดย THE STANDARD TEAM
10.07.2018
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

LONG READ
  • ภารกิจนำนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ออกจากถ้ำหลวง สามารถนำน้องออกจากถ้ำส่งโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัยแล้วครบทั้งหมด 13 คน ถือเป็นการปิดภารกิจโดยสมบูรณ์

 

 

 

 


13  กรกฎาคม 2561

 

นักดำน้ำอังกฤษปัดเป็นฮีโร่ ชี้ผลออกมาดีเพราะทุกคนทำงานร่วมกัน

 

 

จอห์น โวลันเธน นักประดาน้ำชาวอังกฤษผู้พบทีมหมูป่าในถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย เป็นคนแรกเดินทางกลับถึงประเทศบ้านเกิดแล้ว พร้อมตอบนักข่าวที่มารุมล้อมที่สนามบินฮีทโธรว์ในกรุงลอนดอนว่าเขาและทีมช่วยเหลือไม่ใช่ฮีโร่ตามที่ทั่วโลกยกย่อง

 

เขาเผยว่ารู้สึกพอใจมากที่ผลลัพธ์ออกมาดี และดีใจมากที่เด็กๆ สามารถออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย หลังติดอยู่ในนั้นนานกว่า 2 สัปดาห์

 

“พวกเรารู้สึกโล่งใจที่พวกเขายังรอดชีวิต แต่ผมคิดว่า ณ จุดนั้นเราต่างตระหนักถึงสถานการณ์ที่เลวร้าย และนั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องใช้เวลาระยะหนึ่งในการช่วยเหลือพวกเขาออกมาได้ทั้งหมด” โวลันเธนกล่าว

 

“มันเป็นผลจากการร่วมมือกันของทีมจากนานาชาติ ทั้งนักดำน้ำที่เป็นทหารและพลเรือนที่ทำงานร่วมกับทหารเรือไทย ทุกคนมาทำงานร่วมกัน”

 

เขายังตอบคำถามกรณีที่โลกโซเชียลมีเดียยกย่องเขาเป็นฮีโร่ตัวจริงและคู่ควรได้รางวัลเชิดชูเกียรติว่า “เราไม่ใช่วีรบุรุษ สิ่งที่เราทำมาจากการคิดคำนวณ ไม่ตระหนก มันค่อนข้างจะตรงกันข้าม”

 

โวลันเธนกล่าวเสริมว่า “เราดำเนินการไปทีละขั้นตอนและหวังว่าเราจะจัดการได้ ซึ่งมันก็ได้ผล”

 

โวลันเธนยังแสดงความอาลัยต่อการเสียชีวิตในขณะปฏิบัติภารกิจของจ่าเอก สมาน กุนัน ว่าการจากไปของเขาถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ และทำให้ปฏิบัติการที่ยอดเยี่ยมครั้งนี้มีทั้งสุขและเศร้าปนกัน

 

Photo: Daily Mirror

 

อ้างอิง:

 

 


12  กรกฎาคม 2561

 

 

  • 18.58 น. พล.อ. เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เยี่ยมหมอภาคย์ พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ทำหน้าที่ร่วมภารกิจกับหน่วยซีล ดูแล 13 ชีวิตทีมหมูป่าในถ้ำหลวง มีสุขภาพแข็งแรงดี ที่ รพ.เชียงรายฯ โดยมี พล.ท. วิจักขฐ์ สิริบรรสพ มทภ.3 ต้อนรับ

 


 

เยียวยาพี่น้องเกษตรกร ยอมให้ปล่อยน้ำเข้านาช่วยหมูป่ารวม 126 ราย มูลค่าความช่วยเหลือ 1.4 ล้าน

 

 

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และมอบปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วม หลังยอมให้พื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะแปลงนาข้าว เป็นพื้นที่รับน้ำจากการระบายน้ำจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เพื่อช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 ชีวิตที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง บริเวณศาลาอเนกประสงค์วัดสันปูเลย ตำบลบ้านด้าย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อให้เกษตรกรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ (สารชีวภัณฑ์) มาคลุกกับเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เกษตรกรจะทำการปลูกหลังน้ำลด และใช้ป้องกันกำจัดโรคข้าวที่อาจเกิดขึ้นได้หลังน้ำลด

 

 

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวว่า จากการสำรวจพื้นที่ทางการเกษตรที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด 4 ตำบล 7 หมู่บ้าน 126 ราย รวมพื้นที่ประมาณ 1,266 ไร่ คิดเป็นมูลค่าความช่วยเหลือประมาณ 1,400,000 บาท ควบคู่กับส่งทีมลงไปสำรวจพร้อมให้การช่วยเหลือ ให้ความรู้การฟื้นฟู และดูแลพื้นที่หลังน้ำลดทันที โดยมีอัตราการช่วยเหลือไร่ละ 1,113 บาท รายละไม่เกิน 30 ไร่ และต้องตรวจสอบพื้นที่เสียหายจริงด้วย คณะกรรมการตรวจสอบระดับหมู่บ้านก่อนพิจารณาให้ความช่วยเหลือ ซึ่งเงินช่วยเหลือจะโอนผ่านบัญชีเกษตรกรโดยตรง ทั้งนี้เกษตรจะได้รับมอบเชื้อราไตรโคเดอร์ให้กับเกษตรกรทุกคนใช้ป้องกันและกำจัดโรคข้าวหลังน้ำลดกว่า 850 กิโลกรัม แล้วกำชับให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเต็มที่ สำหรับปัจจัยการผลิตให้เกษตรกรมีทั้งเมล็ดพันธุ์ผัก ไส้เดือนฝอยชนิดผง เชื้อไวรัสสำหรับกำจัดศัตรูพืชและปุ๋ยชีวภาพ พร้อมกันนี้วิทยาลัยเทคนิคเชียงรายได้ออกหน่วยบริการซ่อมแซมเครื่องจักรกลการเกษตรของเกษตรกร เช่น ซ่อมรถอีแต๋น เครื่องสูบน้ำ เครื่องตัดหญ้า

 

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวย้ำว่า จากการยอมให้พื้นที่การเกษตรเป็นพื้นที่รับน้ำของการระบายน้ำจากถ้ำหลวง แล้วผันน้ำออกจากหนองน้ำพุและขุนน้ำนางนอน มีเกษตรกรไม่ขอรับเงินช่วยเหลือหรือเงินชดเชย 19 ราย เพื่อเป็นการเสียสละช่วยเหลือทีมหมูป่าที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง แบ่งเป็นหมู่ที่ 2 ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย 15 ราย และหมู่ที่ 6 ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย 4 ราย

 


สั่งปิดถ้ำหลวง 6 เดือน ฟื้นฟูระบบนิเวศ เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

 

 

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งปิดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เพื่อเร่งฟื้นฟูระบบนิเวศเป็นการเร่งด่วน ส่วนระยะยาวจำเป็นต้องออกมาตรการรักษาความปลอดภัยและมาตรการกู้ภัย



นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึงแผนการฟื้นฟูพื้นที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนหลังภารกิจเสร็จสิ้นว่า จะเร่งฟื้นฟูปรับปรุงระบบนิเวศของถ้ำหลวงฯ ในจุดที่ได้มีการเบี่ยงทางน้ำ การผันน้ำ สูบน้ำบาดาล และการสำรวจโพรงต่างๆ เพื่อระบายออกจากถ้ำหลวงฯ โดยแบ่งเป็นแผนฟื้นฟูระยะเร่งด่วนและระยะยาว

 

ในระยะเร่งด่วนต้องเร่งฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับคืนสภาพธรรมชาติดังเดิมก่อน ทั้งพื้นที่ด้านบนเขา ภายในถ้ำ และพื้นที่ด้านล่างรอบถ้ำหลวง ขณะที่แผนระยะยาวจะวางมาตรการรักษาความปลอดภัย มาตรการกู้ภัย การปรับปรุงภูมิทัศน์ และมาตรการรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต

 

ทั้งนี้ ในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ พล.อ. สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะลงพื้นที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เพื่อกำหนดกรอบและมาตรการฟื้นฟูที่ชัดเจนในอนาคต เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับประเทศและระดับโลกต่อไป

 

รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชกล่าวย้ำว่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้ปิดพื้นที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย อย่างน้อย 6 เดือน โดยห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่เด็ดขาด เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ให้กลับคืนสภาพเดิม



อ้างอิง: สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

 


  • จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวถึงภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่าออกจากถ้ำว่าเป็นการกู้ภัยที่มาจากพลังของทีมเวิร์ก ขอแสดงความยินดีและขอบคุณ Erik Brown นักดำน้ำชาวแคนาดา หนึ่งในทีมกู้ภัย “คุณทำให้ชาวแคนาดาภูมิใจ”

 


2 นักดำน้ำอังกฤษที่พบ 13 หมูป่าเป็นทีมแรก เดินทางกลับประเทศแล้ว

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะ ร่วมส่ง Mr.John Volanthen และ Mr.Jason Mallinson นักดำน้ำทั้งสองท่านเดินทางจากสนามบินนานาชาติเชียงรายไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ​ และเดินทางกลับประเทศอังกฤษ เที่ยวบินที่ TG 910: BKK-LHR 00.55-07.15 น.


โดย รมว. วี​ระ​ศักดิ์​ ได้กล่าวขอบคุณ​ทีมนักดำน้ำจากประเทศอังกฤษที่มาช่วยน้องๆ ทีมหมูป่าออกมาจากถ้ำได้เป็นผลสำเร็จ

 

 

 


11  กรกฎาคม 2561

 

 

  • 18.59 น.​ เผยภาพหมูป่าครั้งแรก! ผอ.รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์เผยภาพทีมหมูป่า 13 ชีวิตในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ยืนยันทุกคนปลอดภัย สุขภาพดีทั้งกายและใจ ญาติได้เยี่ยมผ่านห้องกระจกแล้ว

 


 

Discovery เตรียมออนแอร์สารคดีภารกิจช่วยชีวิตทีมหมูป่า 13 กรกฎาคมนี้

 

 

หลังผ่านพ้นเหตุการณ์ที่คนทั้งโลกเอาใจช่วย ล่าสุด Discovery Channel ช่องสารคดีชื่อดัง เตรียมนำเรื่องราวการช่วยเหลือของทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงมาถ่ายทอดในรูปแบบสารคดีความยาวกว่า 1 ชั่วโมง

 

เว็บไซต์ Entertianment Weekly เปิดเผยว่า สารคดีชุดดังกล่าวใช้ชื่อว่า Operation Thai Cave Rescue โดยจะออกอากาศครั้งแรกทางช่อง Discovery Channel ในวันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม เวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา และออกอากาศทางช่อง Science Channel ในวันที่ 14 กรกฎาคม เวลา 22.00 น.

 

สารคดีชุดดังกล่าวจะถ่ายทอดภารกิจการช่วยเหลือทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นการกู้ภัยที่ยากที่สุดครั้งหนึ่งของโลก ขณะเดียวกันก็มีความลุ้นระทึกไปพร้อมๆ กัน โดยมีทั้งมุมมองของญาติๆ ที่รอคอยด้วยความหวัง และทีมปฏิบัติงานที่ทำงานด้วยจิตวิญญาณอันแรงกล้า รวมทั้งนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ในภารกิจอันน่าอัศจรรย์ครั้งนี้ด้วย

 


 

กระทรวงการต่างประเทศขอบคุณนานาชาติร่วมภารกิจช่วยหมูป่าจนสำเร็จ เผยมีกว่า 20 ชาติยื่นความช่วยเหลือให้ไทย

 

 

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นตัวแทนคนไทยทั้งประเทศกล่าวขอบคุณนานาชาติอย่างเป็นทางการที่ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือภารกิจค้นหาและกู้ชีพ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

 

โดยเปิดเผยว่าตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น เมื่อต่างชาติได้รับทราบข้อมูลข่าวสารก็มีตัวแทนทั้งจากรัฐบาลและบริษัทเอกชนจำนวนกว่า 20 ประเทศติดต่อเข้ามาเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนด้านอุปกรณ์ บุคลากร และผู้เชี่ยวชาญต่างๆ มากมาย ซึ่งไทยรับการช่วยเหลือจากต่างชาติจริงๆ รวม 7 ประเทศหลักๆ ถือว่าเป็นภาพแห่งความร่วมมือที่ไม่ใช่ในระดับภูมิภาค แต่ในระดับโลกก็ว่าได้

 

เหตุผลหนึ่งที่ต่างชาติพร้อมให้การช่วยเหลือและสนับสนุนภารกิจในครั้งนี้เป็นเพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ต่างชาติให้การยอมรับและให้ความสำคัญ แสดงถึงมิตรภาพอันดี

 

และจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ นานาชาติต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการเข้าไปเจอทั้ง 13 คนเป็นเรื่องราวปาฏิหาริย์ เนื่องจากการเจอตัวเด็กนั้นเป็นเพราะนักดำน้ำชาวต่างชาติดำนำ้เข้าไปจนเชือกหมด จึงต้องโผล่หน้าขึ้นจากน้ำ และทำให้เจอทั้ง 13 คน ซึ่งเรื่องราวการพบตัวเด็กนี้ หนังสือพิมพ์ The New York Times ก็นำไปลงและเสนอข่าวประเด็นนี้ด้วย

 

นอกจากนี้ในมุมมองของต่างชาติยังให้ความสนใจในเรื่องการเอาตัวรอดและการใช้ชีวิตภายในถ้ำของทั้ง 13 คน ทั้งเรื่องที่โค้ชเอกสอนให้น้องทั้ง 12 คนนั่งสมาธิและดื่มน้ำที่หยดลงมาจากผนังถ้ำ

 

รวมถึงปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ทั้งการค้นหา ช่วยเหลือ และวิธีการนำออกมา โดยทั้งหมดต้องต่อสู้กับสภาพภูมิประเทศและสภาพอากาศที่ไม่อำนวย ซึ่งนานาชาติให้การยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ไทยเป็นผู้นำปฏิบัติการตัวจริง

 

นอกจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในถ้ำหลวง ต่างชาติยังพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายนอกบริเวณโดยรอบ ทั้งเรื่องของจิตอาสาอย่างการซักผ้าฟรี ทำอาหารแจก หรือคอยช่วยเหลือสนับสนุนในด้านอื่น

 

และชาวไร่ชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำออกจากถ้ำ ซึ่งถือว่าได้รับความเดือดร้อน แต่ทุกคนกลับยินดีและพร้อมให้ความร่วมมือ ซึ่งต่างชาติมองว่าเรื่องราวเหล่านี้หาได้ยากและไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ถ้าไม่ใช่ ‘ไทยแลนด์’

 

ส่วนการตอบแทนที่ประเทศไทยจะมอบให้ต่างชาติที่ให้ความช่วยเหลือนั้น ทางกระทรวงการต่างประเทศจะนำไปหารือและกำหนดวันที่แน่ชัด อาจจะเป็นการเลี้ยงขอบคุณหรือมอบของขวัญให้เป็นที่ระลึก

 


 

ทีมหมูป่าวาดภาพ จ่าเอก สมาน ขอบคุณวีรบุรุษถ้ำหลวง

 

 

ครอบครัวทีมหมูป่าร่วมกันวาดรูป จ่าเอก สมาน กุนัน หรือจ่าแซม พร้อมเขียนความรู้สึกขอบคุณที่เป็นวีรบุรุษช่วยเด็กๆ ออกจากถ้ำ เตรียมใส่กรอบนำไปมอบให้ครอบครัวจ่าสมานที่จังหวัดร้อยเอ็ด

 

วันนี้ (11 ก.ค.) นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงการดูแลสุขภาพจิตของนักฟุตบอลและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คน หลังช่วยเหลือออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ครบแล้วว่า

 

ขณะนี้สภาพจิตใจเข้มแข็งดีขึ้นมาก ได้รับกำลังใจและการช่วยเหลือจากหน่วยงานและประชาชนทั้งประเทศ ดีใจที่ได้เห็นหน้าลูกหลานทุกคน และอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างดี ทีมเจ้าหน้าที่สุขภาพจิตได้พูดคุยถึงแผนการดูแลเด็กกับครอบครัวเพื่อให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็วที่สุด

 

นอกจากนี้ผู้ปกครองและญาติของทีมหมูป่ายังได้วาดภาพของ จ่าเอก สมาน กุนัน หรือจ่าแซม วีรบุรษถ้ำหลวง เป็นภาพสีขาว-ดำด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม พร้อมกับร่วมเขียนคำขอบคุณที่ได้ช่วยให้ลูกๆ ได้รับความปลอดภัยทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เตรียมใส่กรอบเพื่อนำไปมอบให้ครอบครัวของจ่าสมานที่ตำบลเมืองหงส์ อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด


ข้อความที่ครอบครัวหมูป่าเขียนถึงจ่าแซมนั้น เช่น พ่อแม่น้องไตตั้นเขียนว่า จ่าแซมคือผู้ที่มีพระคุณของครอบครัวของเราตลอดไป เราจะไม่มีวันลืม หลับให้สบายนะครับจ่าแซม #วีรบุรุษผู้กล้าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

 

พ่อแม่น้องมิกซ์ระบุว่า จ่าแซมคือผู้มีพระคุณอย่างยิ่ง พวกเราจะไม่มีวันลืมท่าน ขอให้ท่านสู่สุคตินะคะ วีรบุรุษผู้กล้าหาญ

 

ครอบครัวโค้ชเอกระบุว่า ขอขอบคุณพี่แซมที่เป็นผู้เสียสละ เพราะช่วยเหลือน้องๆ เราทุกคนจะมีพี่แซมอยู่ในใจของเราตลอดไป

 

นายแพทย์ธรณินทร์ กองสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าการวาดภาพจ่าสมานเป็นการแสดงออกถึงความขอบคุณอีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถทำได้ แสดงถึงความประทับใจ ซาบซึ้งใจถึงคุณงามความดีที่อยู่ในความทรงจำของผู้วาดที่ถ่ายทอดออกมาบนภาพวาดของบุคคลนั้นๆ อย่างลึกซึ้ง ซึ่งให้ผลทางจิตใจ เป็นการเยียวยาความรู้สึกสูญเสียครั้งนี้ต่อทั้งสองฝ่ายอย่างยั่งยืน เมื่อเห็นและได้อ่านทุกครั้งก็จะรู้สึกระลึกถึงคุณงามความดีของบุคคลในภาพ สามารถกระตุ้นความรู้สึกที่เป็นความงดงามทางจิตใจซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนออกมา เกิดความอบอุ่นในจิตใจ เป็นแบบอย่างของการทำความดีให้สังคมต่อไป

 

สำหรับครอบครัวของจ่าสมาน ขณะนี้ทุกคนมีสภาพจิตใจดีขึ้นมาก ได้รับกำลังใจและการช่วยเหลือจากหน่วยงานและประชาชนทั้งประเทศ และรู้สึกภาคภูมิใจ ซึ่งขณะนี้อยู่ในความดูแลของทีมสุขภาพจิตเอ็มแคท โรงพยาบาลจตุรพักตรพิมาน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด และทีมของโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์

 


 

 

  • เพจ Thai NavySEAL ได้โพสต์ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ทำให้ภารกิจพาทีมหมูป่ากลับบ้านสำเร็จลุล่วงด้วยดี พร้อมระบุ พลังของพวกเราทั้งโลก ทำให้ปฏิบัติการนี้เป็นปฏิบัติการที่โลกจะต้องจดจำไปอีกนาน โดยข้อความเต็มๆ มีดังนี้  “ปฏิบัติการที่โลกต้องจดจำ ปฏิบัติการพาหมูป่ากลับบ้านเสร็จลงแล้ว Thai Navy SEALs ขอขอบคุณทุกทีม ทั้งนักดำน้ำจากทั่วโลก ทีมแพทย์ ทีมสนับสนุนนานาชาติ ทีมซีลนอกราชการ ทีมครูบา  ทีมสนับสนุนทางจิตวิญญาณปลุกขวัญกำลังใจ ทีมส่งเสบียง ทีมอัดอากาศ ทีมดูดน้ำ ทีมไฟฟ้า ทีมปีนถ้ำ ทีมแม่ครัว ทีมซักผ้า ทีมทำความสะอาดห้องน้ำ ทีมเก็บขยะ ชาวแม่สาย และผู้คนจากทั่วโลกที่ส่งกำลังใจมาถึงพวกเราจนปฏิบัติการนี้สำเร็จ วันนี้พลังของพวกเราทั้งโลก ทำให้ปฏิบัติการนี้ …เป็นปฏิบัติการที่โลกจะต้องจดจำไปอีกนาน”

 


 

สโมสรเบนฟิกา ส่งจดหมายเชิญทีมหมูป่าและโค้ช เดินทางไปฝึกวิชาลูกหนัง 1 สัปดาห์

 

 

สโมสรฟุตบอลเบนฟิกา ทีมดังในศึกลีกานอช ประเทศโปรตุเกส ส่งจดหมายเชิญน้องๆ นักฟุตบอลทั้ง 12 คน และโค้ชเอกให้เดินทางไปร่วมฝึกฟุตบอลกับสโมสรที่ศูนย์ฝึกเยาวชนเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ ด้านประธานสโมสรเชื่อสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เด็กๆ กลับมามีความสุขอีกครั้ง

 

หลังจากที่เมื่อวานนี้ทีมช่วยเหลือได้นำตัวนักฟุตบอลและโค้ชทีมหมูป่าทั้ง 5 คนที่เหลืออยู่เป็นกลุ่มท้ายสุดกลับออกมาจากเนินนมสาว ถ้ำหลวง จังหวัดเชียงรายอย่างปลอดภัย เท่ากับว่าภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่าทั้ง 13 เป็นอันเสร็จสิ้นและลุล่วงไปด้วยดี หลุยส์ ฟิลิเป วิเอรา (Luis Filipe Vieira) ประธานสโมสรเบนฟิกา ได้ส่งจดหมายไปยังสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส เพื่อเชิญให้ทั้ง 13 ชีวิตเดินทางมาร่วมฝึกฟุตบอลที่ศูนย์ฝึกเยาวชนของสโมสรเป็นเวลา 1 สัปดาห์

 

หลุยส์ได้เชิญเด็กๆ และโค้ชทีมหมูป่าทั้ง 13 คนให้เดินทางมาร่วมฝึกปรือวิทยายุทธ์ลูกหนังที่ศูนย์ฝึกเยาวชนในเซย์เชา (Seixal) ไม่ใกล้ไม่ไกลจากแม่น้ำเทกัส และยังบอกอีกด้วยว่า

 

“เราเชื่อว่าการแสดงออกง่ายๆ แบบนี้ จะช่วยให้ใบหน้าของพวกเขา (ทีมหมูป่า) กลับมามีความสุข และฟื้นคืนรอยยิ้มที่เด็กๆ พวกนี้ไม่เคยเสียไป”

 

สำหรับสโมสรฟุตบอลเบนฟิกา ถือเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตและส่งออกนักฟุตบอลดาวรุ่งฝีเท้าดีขึ้นมาประดับวงการลูกหนังโลกแหล่งต้นๆ นักฟุตบอลอย่าง รุย คอสตา, แบร์นาโด ซิลวา, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, อันเดร โกเมส, กอนซาโล เกดิส ล้วนแล้วแต่เป็นผลพวงของการขัดเกลาจากสโมสรดังจากลิสบอนด้วยกันทั้งนั้น

 

ขณะที่ตามรายงานยังบอกอีกด้วยว่า ลูกชายวัย 12 ปีของป๊อปสตาร์ระดับตำนาน ‘มาดอนน่า’ ก็เริ่มเข้ามาเป็นนักฟุตบอลเยาวชนของสโมสรเมื่อปีที่แล้ว

 


 

นายกฯ แถลงขอบคุณทุกฝ่ายช่วยเหลือทีมหมูป่า เชิดชู จ.อ. สมาน ต้นแบบแห่งความกล้าหาญ

 

 

เมื่อเวลา 11.55 น. วันที่ 11 กรกฎาคม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) ขอบคุณทุกฝ่ายถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน จิตอาสา ประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ในการช่วยเหลือทีมเยาวชนหมูป่าอะคาเดมี ที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ว่า

 

ประชาชนชาวไทยที่รักทุกคน นับตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2561 ที่นักฟุตบอลและผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย รวม 13 คน ได้ประสบอันตรายติดอยู่ภายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย รัฐบาลได้รวบรวมสรรพกำลังเพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยการบูรณาการความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่ได้ร่วมมือกันเสียสละ อดทน ปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มขีดความสามารถด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญ ประกอบกับกำลังใจจากทั่วทุกมุมโลก ทุกชาติศาสนาที่ส่งมายังประเทศไทย จนบัดนี้ ภารกิจการค้นหาและกู้ภัยได้สำเร็จลุล่วงลงแล้ว รวมใช้เวลาทั้งสิ้น 17 วัน ส่งผลให้ผู้ประสบภัยทั้ง 13 คน และหน่วยกู้ภัยประสบความสำเร็จ ออกจากวนอุทยานถ้ำหลวงได้อย่างปลอดภัย

 

ในยามที่ประชาชนประสบทุกข์ภัย เราได้รับพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงติดตามข่าวสารการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด และพระราชทานความช่วยเหลือต่างๆ ตลอดจนพระราชทานขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตลอดเวลา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ต่อปวงชนชาวไทย ขอจงทรงพระเจริญ

 

พี่น้องที่เคารพครับ ผมในนามของรัฐบาลไทย ต้องขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งในความเสียสละและความมุมานะในการปฏิบัติงานของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ทุกองค์กร ประชาชน จิตอาสา และสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศที่สนับสนุนทั้งองค์ความรู้ กำลังคน เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนกำลังใจและไมตรีจิตจากมิตรประเทศทั่วโลก จนทำให้ภารกิจในครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยดี เหตุการณ์ในครั้งนี้นับเป็นบทเรียนครั้งสำคัญให้พวกเราได้เรียนรู้ว่า แม้ภารกิจจะยากลำบากและมีอุปสรรคกีดขวางมากมายเพียงใด แต่หากเรามีสติ มีความมุ่งมั่น มีความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกันด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ พร้อมที่จะเสียสละเพื่อส่วนรวม อุปสรรคทุกอย่างจะสามารถคลี่คลายได้

 

แม้วันนี้ภารกิจจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่ภาพของความร่วมแรงร่วมใจโดยไม่แบ่งเชื้อชาติ ศาสนาจะยังคงอยู่ตลอดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพของเจ้าหน้าที่ผู้กล้าหาญ จ.อ. สมาน กุนัน อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจมแห่งกองทัพเรือ อาสาสมัครผู้สละชีพในปฏิบัติการในครั้งนี้อย่างสมเกียรติ ความเสียสละของ จ.อ. สมาน จะเป็นต้นแบบแห่งความกล้าหาญและประทับในจิตใจของพวกเราตลอดไป

 

ในโอกาสนี้ ผมขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก อีกทั้งพระบารมีแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดดลบันดาลประทานพรให้คณะเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ตลอดจนชาวต่างประเทศทุกประเทศ ประสบแต่ความสุขความเจริญ สมบูรณ์พร้อมด้วยกำลังกาย กำลังใจ กำลังสติปัญญา และเดินทางกลับสู่มาตุภูมิโดยสวัสดิภาพโดยทั่วกัน

 


 

รอยยิ้มที่กว้างที่สุดในรอบ 18 วัน

 

เช้าวันนี้ (11 ก.ค.) ประชาชนบริเวณรอบๆ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ทั้งเด็กๆ นักเรียน พ่อค้าแม่ค้า และคนทั่วไป ต่างเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความรู้สึกเบิกบาน หลังจากทราบข่าวดีว่าลูกหลานคนเชียงรายของพวกเขา ทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตสามารถออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย ถือเป็นฟ้าหลังฝน และรอยยิ้มที่กว้างที่สุดในรอบ 18 วันก็ว่าได้

 

 

Photo: AFP

 


 

แพทย์ เผยหมูป่า 5 ชีวิตสุดท้ายปลอดภัยดี ผลตรวจ 4 คนแรกไม่พบเชื้ออันตราย

 

 

วันนี้ (11 กรกฎาคม 2561) ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จังหวัดเชียงราย นายแพทย์ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 พร้อมนายแพทย์สำเริง สีแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ให้ข้อมูลว่า โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้รับมอบหมายให้เป็นโรงพยาบาลหลักด้านการรักษา และควบคุมป้องกันโรคแก่สมาชิกทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายและโค้ช ซึ่งได้ทยอยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 8-10 กรกฎาคม 2561 ครบทั้ง 13 คน เรียบร้อยแล้ว



โดยผู้ป่วยกลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน อายุ 14-16 ปี เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 ล่าสุดเช้านี้ อาการโดยรวมทุกคนสดชื่นดี สามารถลุกนั่ง ทำกิจวัตรประจำวัน รับประทานอาหารปกติได้ โดยเริ่มจากอาหารที่มีพลังงานตามที่ร่างกายของผู้ป่วยควรได้รับ (1,800-2,000 กิโลแคลอรี) ทีมแพทย์อนุญาตให้ญาติเยี่ยมผู้ป่วย โดยญาติได้สวมชุดป้องกัน ตามมาตรฐานการป้องกันและควบคุมโรค อยู่ห่างจากเด็กในระยะ 2 เมตร และงดการสัมผัสผู้ป่วย



ผู้ป่วยกลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน อายุ 12-14 ปี ที่เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2561



ล่าสุดเช้านี้ อาการโดยรวมทุกคนสดชื่นดี พูดคุยโต้ตอบได้ดี ไม่มีไข้ รับประทานอาหารปกติแล้ว ขณะนี้ไม่ต้องปิดตา สามารถมองสู้แสงได้ดี ผลตรวจเอกซเรย์ปอดปกติ แต่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ทีมแพทย์อนุญาตให้ญาติเยี่ยมผู้ป่วย โดยจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการป้องกันและควบคุมโรค อาทิ สวมชุดป้องกัน อยู่ห่างจากเด็กในระยะ 2 เมตร และงดการสัมผัสผู้ป่วย



ผู้ป่วยกลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คน ทยอยเดินทางมาถึงโรงพยาบาลตั้งแต่เวลา 18.34 น. ของวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 อายุ 11-25 ปี ผลการตรวจประเมินจากทีมแพทย์ พบแรกรับสัญญาณชีพ ความดันโลหิตดี ไม่มีภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำ ผลเอกซเรย์พบมีปอดอักเสบเล็กน้อย 1 คน ผู้ป่วยทุกคนทีมแพทย์ได้ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักและพิษสุนัขบ้า ให้วิตามินบี 1 และยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำตามแผนการรักษา และวางแผนให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าประเมินร่างกายโดยละเอียดอีกครั้ง ได้แก่ ประเมินสายตาและการมองเห็น โภชนาการ และสภาวะจิตใจ ทั้งนี้ ได้ส่งตัวอย่างเพื่อหาเชื้อไวรัสโรคอุบัติใหม่ที่อาจพบได้ พร้อมกันนี้ ทีมแพทย์ได้อนุญาตให้ญาติเยี่ยมผู้ป่วยผ่านห้องกระจกตามเวลาที่กำหนด



สำหรับผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ส่งตรวจเพิ่มเติมที่กรุงเทพฯ ในผู้ป่วยกลุ่มแรกตรวจไม่พบเชื้อโรคติดต่อประจำถิ่นที่เป็นอันตราย (โรค Melioidosis, Leptospirosis, Scrub Typhus, Nipah Virus) ส่วนการตรวจอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการตรวจเพิ่มเติม



สำหรับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ได้ให้บัตรเฝ้าระวังโรค (Health Beware Card) พร้อมคำแนะนำการสังเกตอาการผิดปกติ เช่น หากมีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก ภายใน 2 สัปดาห์ ให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที

 


 

ทำไมต้อง Hooyah! ไขคำตอบเสียงร้องฮูย่าของหน่วยซีล ในภารกิจช่วยชีวิตทีมหมูป่า

 

ถ้าเราติดตามการรายงานสถานการณ์ภารกิจช่วยเหลือโค้ชและนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง จากเพจเฟซบุ๊ก Thai NavySEAL ตลอด 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ‘Hooyah’ จะเป็นหนึ่งในคำศัพท์ที่เราจะต้องเห็นผ่านตากันอย่างแน่นอน และช่วงค่ำของวานนี้ หลังภารกิจช่วยหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตประสบผลสำเร็จ #Hooyah ก็ขึ้นติดอันดับแฮชแท็กที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเป็นอับดับต้นๆ ในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในทวิตเตอร์

 

 

แท้จริงแล้ว ‘Hooyah’ ไม่ได้เป็นคำศัพท์ที่ถูกบัญญัติไว้ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษของ Oxford Dictionary, Cambridge Dictionary หรือแม้แต่ Merriam-Webster Dictionary แต่ใน urbandictionary.com และ glosbe.com ระบุว่า คำศัพท์คำนี้มีหลากหลายความหมาย เป็นคำศัพท์ที่มักจะใช้สื่อสารกันในกองทัพเรือ โดยเฉพาะ ‘หน่วยทำลายใต้น้ำจู่โจม’ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ ‘หน่วยซีล (SEAL)’ ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการสงครามพิเศษทางเรือ โดยคาดว่าน่าจะถูกใช้จนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติภายในหน่วยซีลของสหรัฐฯ

 

 

‘Hooyah’ มักจะใช้เป็นคำขานรับ มีบริบทของความหมายคล้ายคลึงกับ I understand, I agree, Yes Sir หรือ No Problem อีกทั้งยังใช้คำนี้ในการสร้างความฮึกเหิม สร้างกำลังใจและความรู้สึกทางบวก พร้อมข่มขวัญคู่ต่อสู้ ความกลัวและภัยอันตรายที่อยู่เบื้องหน้า หรือแสดงความดีใจในบริบทที่มีความหมายคล้ายกับคำว่า ‘ไชโย’ ในภาษาไทย นอกจากนี้ในระยะหลังอาจจะมีการใช้คำนี้ เพื่อทักทายกันอีกด้วย

 

 

โดยแต่ละกองทัพก็จะมีคำร้องสื่อสารที่แตกต่างกัน ทั้ง Hooah (ทหารบก), Oorah (นาวิกโยธิน กองทัพเรือ), Hoorah (ทหารอากาศ) เป็นต้น

 

อ้างอิง:

 


 

  • Josh Borlin นักแสดงชาวอเมริกันที่เพิ่งมีผลงานล่าสุด Sicario: Day of the Soldado ได้โพสต์ภาพในอินสตาแกรมส่วนตัว ร่วมแสดงความรู้สึกปลาบปลื้มกับทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิต รวมทั้งความกล้าหาญและเสียสละของผู้เกี่ยวข้อง

 

 

  • Forza Moo Pa! เปาโล ดีบาลา กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินาและสโมสรยูเวนตุส ทวีตขอบคุณฮีโร่ที่ช่วยทีมหมูป่า ระบุเป็นทีมที่เราทุกคนเชียร์ตลอดหลายวันมานี้

 

  • สโมสรบาร์เซโลนา เชิญ 13 ชีวิตทีมหมูป่าร่วมแคมป์ลา มาเซีย พร้อมชมเกมที่คัมป์นู โดยทวีตผ่าน Barca Foundation ว่าขอเชิญทีมหมูป่าทุกคนร่วมแคมป์ลา มาเซีย ภายใต้กิจกรรม ‘มาเซีย 360’ พร้อมพาชมเกมที่สนามคัมป์นูในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง

 


 

เบ็คแฮม ยกทีมหมูป่าคือฮีโร่! โลกฟุตบอลแห่ชื่นชมทีมหมูป่า และจ่าเอก สมาน

 

 

ภารกิจพาทีมหมูป่ากลับบ้าน ถ้ำหลวงกลายเป็นข่าวระดับโลก คนดังทั่วโลกต่างออกมาแสดงความยินดีกันทั่วหน้า โดยเฉพาะวงการฟุตบอล ล่าสุดวันนี้ (11 ก.ค.) ซูเปอร์สตาร์อย่างเดวิด เบ็คแฮม ก็อดไม่ได้ โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว

 

เดวิด เบ็คแฮม โพสต์รูปหมูป่าทั้ง 12 ในอินสตาแกรมพร้อมข้อความว่า ดีใจที่ได้ยินข่าวจากไทย เด็กเหล่านี้เป็นฮีโร่ เช่นเดียวกับโค้ช และทุกๆ คนที่เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือพวกเขา รวมทั้งจ่าเอก สมาน กุนัน เป็นเรื่องราวดีๆ ที่สูงส่งมาก

 



นอกจากเบ็คแฮม คนในวงการฟุตบอลออกมาแสดงความยินดีอีกมากมาย เช่น

 

พอล ป็อกบา มิดฟิลด์ห้องเครื่องทีมชาติฝรั่งเศสและสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มอบชัยชนะที่ฝรั่งเศสมีเหนือเบลเยียมในฟุตบอลโลกเมื่อคืนนี้ให้กับทีมหมูป่า พร้อมชมเด็กๆ ว่าเข้มแข็งและเป็นฮีโร่

 

ไคล วอล์คเกอร์ กองหลังทีมชาติอังกฤษและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แสดงความยินดีกับภารกิจช่วยหมูป่า พร้อมขอที่อยู่เด็กๆ เพื่อส่งเสื้อให้ โดยภายหลังกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษทวีตตอบ ไคล วอล์คเกอร์ ว่าได้แจ้งให้ไบรอัน เดวิดสัน เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ทราบแล้วเรื่องส่งเสื้อฟุตบอลทีมชาติอังกฤษไปให้กับทีมหมูป่า

 

สมาคมฟุตบอลอังกฤษแสดงความยินดีทีมหมูป่า โดยทวีตข้อความว่า “นับเป็นข่าวสุดมหัศจรรย์ที่นักฟุตบอลทั้ง 12 คน และโค้ชของพวกเขาได้รับความช่วยเหลือออกมาจากถ้ำหลวงในเชียงรายได้”

 

สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โพสต์ข้อความยินดีกับข่าวทีมหมูป่าทั้ง 13 คนที่ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย พร้อมระบุว่ารู้สึกเป็นเกียรติหากจะมีโอกาสต้อนรับสมาชิกทีมหมูป่า และทีมกู้ภัยให้เดินทางมาชมเกมที่โอลด์แทรฟฟอร์ดในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง

 

สโมสรบาร์เซโลนาเชิญ 13 ชีวิตทีมหมูป่าร่วมแคมป์ลา มาเซีย พร้อมชมเกมที่คัมป์นู โดยทวีตผ่าน Barca Foundation ว่าขอเชิญทีมหมูป่าทุกคนร่วมแคมป์ลา มาเซีย ภายใต้กิจกรรม ‘มาเซีย 360’ พร้อมพาชมเกมที่สนามคัมป์นูในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง

 

ยูเลน โลเปเตกี อดีตโค้ชทีมชาติสเปน โค้ชสโมรเรอัล มาดริด ทวีตข้อความ “ขอแสดงความยินดีกับทีมช่วยเหลือในภารกิจถ้ำหลวงทุกนาย ที่ช่วยคนกลุ่มนี้ให้กลับออกมาได้อย่างปลอดภัยอย่างที่เราปรารถนา ทำให้เรารู้ว่า เขามีหัวจิตหัวใจที่แข็งแกร่งแค่ไหน”

 

สโมสรฟุตบอลโรมา ระบุการช่วยเหลือนักฟุตบอลและโค้ชทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำหลวงนับเป็น “ข่าวดีที่สุดของวงการฟุตบอลในช่วงหน้าร้อนนี้” พร้อมส่งกำลังใจให้ครอบครัวของ จ่าเอก สมาน กุนัน อดีตหน่วยซีลวัย 38 ปี ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่เมื่อ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา

 

โทนี โครส กองกลางทีมชาติเยอรมนีและสโมสรเรอัล มาดริด ทวีตข้อความ “ข่าวดีจากประเทศไทย” แสดงความยินดีกับทีมหมูป่าทั้ง 13 คนที่ออกมาจากถ้ำหลวงได้อย่างปลอดภัย

 

กระแสความชื่นชมที่โด่งดังทั่วโลกจนมีคำกล่าวว่า คนอาจจะเชียร์ทีมในฟุตบอลโลกต่างกัน แต่ทุกคนบนโลกฟุตบอลเชียร์ทีมเดียวกันคือ ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย

 


 

 

  • กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษทวีตตอบ ไคล วอล์คเกอร์ ว่าได้แจ้งให้ไบรอัน เดวิดสัน เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ทราบแล้วเรื่องส่งเสื้อฟุตบอลทีมชาติอังกฤษไปให้กับทีมหมูป่า

 

 

  • พอล ป็อกบา มิดฟิลด์ห้องเครื่องทีมชาติฝรั่งเศสและสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มอบชัยชนะที่ฝรั่งเศสมีเหนือเบลเยียมในฟุตบอลโลกเมื่อคืนนี้ให้กับทีมหมูป่า พร้อมชมเด็กๆ ว่าเข้มแข็งและเป็นฮีโร่

 

 

  • เดวิด เบ็คแฮม โพสต์รูปหมูป่าทั้ง 12 ในอินสตาแกรมพร้อมข้อความว่า ดีใจที่ได้ยินข่าวจากไทย เด็กเหล่านี้เป็นฮีโร่ เช่นเดียวกับโค้ช และทุกๆ คนที่เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือพวกเขา รวมทั้งจ่าเอก สมาน กุนัน เป็นเรื่องราวดีๆ ที่สูงส่งมาก

 


 

10  กรกฎาคม 2561

 

 

เราทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ทำได้ครั้งแรกในโลก มันคือ mission possible ผมอยากให้โป่งผาเป็นโมเดลของคนไทยทั้งประเทศ

 

– ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการ ศอร. แถลงสรุปความสำเร็จของภารกิจพาทีมหมูป่ากลับบ้าน วันที่ 10 .. 2561

 

 

ผมอยากเห็นชาวโลกรักกัน ผมอยากเห็นประเทศไทยเรารักกัน เหมือนวันนี้ที่เราทำสำเร็จ ผมอยากเห็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน อยากให้พวกเราเอาบทเรียนตรงนี้ไปขยาย ถ้าเราไปสืบทอดต่อ มันจะเป็นบทเรียนที่สืบทอดประเทศไทยในระยะยาว และประเทศไทยก็จะได้พัฒนาเต็มศักยภาพ

 

– ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการ ศอร. แถลงสรุปความสำเร็จของภารกิจพาทีมหมูป่ากลับบ้าน วันที่ 10 .. 2561

 

 

พระเอกในครั้งนี้คือคนทั้งโลก คือสื่อมวลชนที่ใจดีกับพวกเรา คือคนหมื่นคนที่ทำงานเพื่อพวกเรา 24 ชั่วโมง

 

– ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการ ศอร. แถลงสรุปความสำเร็จของภารกิจพาทีมหมูป่ากลับบ้าน วันที่ 10 .. 2561

 

 

ขอให้เราปรบมือดังๆ ให้จ่าแซม น้องจ่าแซมคือวีรบุรุษถ้ำหลวงตัวจริง

 

– ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการ ศอร. แถลงสรุปความสำเร็จของภารกิจพาทีมหมูป่ากลับบ้าน วันที่ 10 .. 2561

 

ภาพประกอบ: Nisakorn Rittapai

 


 

“มันคือ mission possible” จบภารกิจ 13 ชีวิตพ้นถ้ำปลอดภัย ยกจ่าแซม วีรบุรุษถ้ำหลวง

 

 

10 ก.ค. 61 เวลา 21.30 น. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการ ศอร. แถลงหลังภารกิจ 17 วันเต็ม นำนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ออกจากถ้ำหลวง ยืนยัน 5 ชีวิตทีมหมูป่าวันนี้ปลอดภัย รวม 13 ชีวิตทีมหมูป่า สามารถออกจากถ้ำหลวงอย่างปลอดภัยทุกคน

 

ขณะที่ หมอภาคย์ หรือ พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน และซีลอีก 3 คนตามออกมาอย่างปลอดภัย รวม 9 ชีวิตวันนี้ออกจากถ้ำหลวงปลอดภัยทุกคน

 

 

ผู้บัญชาการ ศอร. กล่าวยกย่อง จ่าแซม หรือ จ่าเอก สมาน กุนัน เป็นวีรบุรุษถ้ำหลวง  ท่ามกลางเสียงปรบมือดังสนั่น พร้อมอยากให้เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนของไทยและชาวโลก

 

“เราทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ทำได้ครั้งแรกในโลก มันคือ mission possible ผมอยากให้โป่งผาเป็นโมเดลของคนไทยทั้งประเทศ”

 

“ผมอยากเห็นชาวโลกรักกัน ผมอยากเห็นประเทศไทยเรารักกัน เหมือนวันนี้ที่เราทำสำเร็จ ผมอยากเห็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน อยากให้พวกเราเอาบทเรียนตรงนี้ไปขยาย ถ้าเราไปสืบทอดต่อ มันจะเป็นบทเรียนที่สืบทอดประเทศไทยในระยะยาว และประเทศไทยก็จะได้พัฒนาเต็มศักยภาพ”

 

 

ขณะที่ พล.ต.ต. ชูรัตน์ ปานเหง้า รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เจ้าของคำคม และคำแถลงที่ชัดเจน กล่าวว่า

 

“ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นี่”

 

 

เรื่อง: พลวุฒิ สงสกุล
ภาพ: ฐานิส สุดโต

 


 

 

 

  • หมอภาคย์และหน่วยซีลอีก 3 คนที่เข้าไปช่วยเหลือน้องๆ ทีมหมูป่า เดินออกมาพ้นถ้ำหลวงแล้ว! ด้านเพจ Thai NavySEAL โพสต์รูปและข้อความว่า “4 ฉลามขาว ออกจากถ้ำอย่างปลอดภัย Hooyah Hooyah Hooyah”

 

  • 21.34 น.  สำเร็จ! เสียงปรบมือดังกึกก้องทั่วบริเวณ อบต.โป่งผา หลังผู้บัญชาการ ศอร. ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร นำทีมแถลงข่าวเสร็จสิ้นภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่าทั้ง 13 คนออกจากถ้ำ โดยผู้บัญชาการระบุว่า จากที่สัญญาไว้ว่าวันนี้จะนำออกมาทั้ง 9 ชีวิต ถือว่าประสบความสำเร็จ ผู้บัญชาการ ศอร. ระบุว่า ขณะนี้ได้นำตัวทั้ง 5 คนออกมาได้อย่างปลอดภัย ด้านหมอภาคย์ และหน่วยซีลอีก 3 คนที่เข้าไปช่วยเหลือน้องๆ เดินออกมาพ้นถ้ำหลวงแล้ว ภารกิจวันนี้ใช้กำลังพลกว่า 100 นาย ชุดดำน้ำ 12 คน และแพทย์ 1 คนเช่นเดียวกับเมื่อวาน

 

 

  • สมาคมฟุตบอลอังกฤษแสดงความยินดีกับทีมหมูป่า โดยทวีตข้อความว่า “นับเป็นข่าวสุดมหัศจรรย์ที่นักฟุตบอลทั้ง 12 คนและโค้ชของพวกเขาได้รับความช่วยเหลือออกมาจากถ้ำหลวงในเชียงรายได้”

 

 

  • สโมสรฟุตบอลไบเออร์ เลเวอร์คูเซนแห่งศึกบุนเดสลีกาเยอรมนี ทวีตข้อความดีใจที่ทราบข่าวช่วยเหลือหมูป่าได้ทั้งหมด พร้อมแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ จ.อ. สมาน กุนัน อดีตหน่วยซีลที่เสียชีวิตในขณะปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ

 

ภาพประกอบ: Pichamon.w

 

 

  • 20.50 น. รถพยาบาลคันสุดท้ายที่ลำเลียงโค้ชเอกมาถึงโรงพยาบาลแล้ว! เท่ากับว่าตอนนี้ภารกิจสำเร็จลุล่วง ทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตปลอดภัยแล้ว รอเพียงการแถลงอย่างเป็นทางการจาก ศอร.

 

 

  • ไคล์ วอล์กเกอร์ กองหลังทีมชาติอังกฤษและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แสดงความยินดีกับภารกิจช่วยหมูป่า พร้อมขอที่อยู่เด็กๆ เพื่อส่งเสื้อให้

 

 

  • ยูเลน โลเปเตกี อดีตโค้ชทีมชาติสเปน ทวีตข้อความ “ขอแสดงความยินดีกับทีมช่วยเหลือในภารกิจถ้ำหลวงทุกนาย ที่ช่วยคนกลุ่มนี้ให้กลับออกมาได้อย่างปลอดภัยอย่างที่เราปรารถนา ทำให้เรารู้ว่า เขามีหัวจิตหัวใจที่แข็งแกร่งแค่ไหน”

 


 

ทั่วโลกแห่ยินดีทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ออกจากถ้ำได้สำเร็จ

 

 

หลังทราบข่าวที่น่ายินดีเมื่อเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือทีมหมูป่าทั้ง 13 คนออกจากถ้ำหลวงได้สำเร็จ ล่าสุดเหล่าผู้นำ และคนดังทั่วโลกต่างโพสต์ข้อความแสดงความยินดีที่ภารกิจครั้งนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดี ตัวอย่างเช่น

 

นายกฯ เทเรซา เมย์ ของสหราชอาณาจักร ทวีตข้อความแสดงความยินดีหลังภารกิจช่วยทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งกล่าวว่าทั่วโลกต่างกำลังจับจ้องมาที่ไทย และชื่นชมในความกล้าหาญของทุกๆ คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภารกิจในครั้งนี้

 

เช่นเดียวกับอีลอน มัสก์ ที่ทวีตข้อความเมื่อเวลา 19.30 . ว่าเป็นข่าวดีที่สุดที่พวกเขากลับออกมาได้อย่างปลอดภัย ขอแสดงความยินดีกับทีมช่วยเหลือที่ยอดเยี่ยม!”

 

ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ที่ทวีตข้อความว่าแสดงความยินดีกับหน่วยซีลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคน หลังภารกิจช่วยเหลือหมูป่า 13 ชีวิตที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงประสบผลสำเร็จ และกลับออกมาได้อย่างปลอดภัยกันทุกคน เยี่ยมยอด!”

 

เพจสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โพสต์ข้อความเมื่อเวลา 19.00 . โดยเผยว่าทางสโมสรรู้สึกอุ่นใจอย่างมากกับการทราบข่าวว่านักฟุตบอลทั้ง 12 คน และโค้ชที่ติดในถ้ำหลวงได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย พร้อมระบุว่ารู้สึกเป็นเกียรติหากจะมีโอกาสต้อนรับสมาชิกทีมหมูป่าและทีมกู้ภัยให้เดินทางชมเกมที่โอลด์แทรฟฟอร์ด ในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง

 

ส่วนโทนี โครส กองกลางทีมชาติเยอรมันและสโมสรเรอัล มาดริด ทวีตข้อความข่าวดีจากประเทศไทยแสดงความยินดีทีมหมูป่าทั้ง 13 คนกลับออกมาจากถ้ำหลวงได้อย่างปลอดภัย

 

ซึ่งคาดว่าหลังจากนี้จะมีข้อความอีกมากมายที่แสดงความรู้สึกต่อข่าวคราวที่คนทั่วโลกจับตามองครั้งนี้

 

 

  • สโมสรฟุตบอลโรมา ระบุการช่วยเหลือนักฟุตบอลและโค้ชทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำหลวงนับเป็น ‘ข่าวดีที่สุดของวงการฟุตบอลในช่วงหน้าร้อนนี้’ พร้อมส่งกำลังใจให้ครอบครัวของ จ่าเอก สมาน กุนัน อดีตหน่วยซีลวัย 38 ปี ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่เมื่อ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา

 

  • 20.11 น.  จบภารกิจ โค้ชเอกออกมาแล้ว! รถพยาบาลคันที่ 4 และคันที่ 5 ออกมาจากถ้ำหลวงแล้วเวลา 20.00 น และ 20.08 น. ซึ่งคือหมูป่าคนที่ 12 และโค้ชเอก เท่ากับว่าตอนนี้ภารกิจสำเร็จลุล่วง ทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตปลอดภัยแล้ว รอเพียงการแถลงอย่างเป็นทางการจาก ศอร.

 

 

  • โทนี โครส กองกลางทีมชาติเยอรมนีและสโมสรเรอัล มาดริด ทวีตข้อความ “ข่าวดีจากประเทศไทย” แสดงความยินดีกับทีมหมูป่าทั้ง 13 คนที่ออกมาจากถ้ำหลวงได้อย่างปลอดภัย

 

 

  • โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ทวีตข้อความแสดงความยินดีกับหน่วยซีลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคน หลังภารกิจช่วยเหลือหมูป่า 13 ชีวิตที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงประสบผลสำเร็จ และกลับออกมาได้อย่างปลอดภัยกันทุกคน นี่คือช่วงเวลาที่สวยงาม เยี่ยมยอด!

 

  • 19.50 น.  Elon Musk แสดงความยินดีกับความสำเร็จของภารกิจ #พาทีมหมูป่ากลับบ้าน ว่า “ข่าวดีที่พวกเขาออกจากถ้ำได้โดยปลอดภัย ยินดีกับสุดยอดทีมกู้ภัย!”

 

 

  • นายกเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ ทวีตข้อความแสดงความยินดี หลังภารกิจช่วยทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งกล่าวว่าทั่วโลกต่างกำลังจับจ้องมาที่ไทย และชื่นชมในความกล้าหาญของทุกๆ คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภารกิจในครั้งนี้

 

 

  • 19.00 น. หลังจากข่าวความสำเร็จของภารกิจพาทีมหมูป่า 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวงโด่งดังไปทั่วโลก ล่าสุดเวลา 19.30 น. สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้โพสต์ข้อความยินดีที่ทีมหมูป่าปลอดภัย และเชิญชมเกมที่โอลด์แทรฟฟอร์ด อีกด้วย“สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รู้สึกอุ่นใจเป็นอย่างมากกับการได้รับทราบข่าวว่านักฟุตบอลทั้ง 12 คน และโค้ชของทีมที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย! ทางสโมสรขอภาวนาและอวยพรให้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องปลอดภัยจากเหตุการณ์ดังกล่าว และรู้สึกเป็นเกียรติหากจะได้มีโอกาสต้อนรับสมาชิกของทีมฟุตบอลหมูป่าและทีมกู้ภัย ให้เดินทางมาชมเกมที่โอลด์แทรฟฟอร์ด ในฤดูกาลที่กำลังจะเปิดฉากนี้”

 

 

  • “เราไม่รู้ว่านี่คือสิ่งมหัศจรรย์ หรือวิทยาศาสตร์ หรืออะไรก็ตาม แต่หมูป่าทั้ง 13 ตัวได้ออกมาจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว” – เพจ Thai NavySEAL โพสต์ข้อความถึงความสำเร็จในการพาทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตออกถ้ำหลวง วันที่ 10 ก.ค. 61 เวลา 19.14 น.

 

 

  • 18.47 น. 13 ชีวิตออกจากถ้ำแล้ว! เพจ Thai NavySEAL โพสต์ข้อความ ล่าสุดว่า หมูป่า 12 ตัว และโค้ช ออกจากถ้ำแล้ว ปลอดภัยทุกคน เวลานี้รอรับมนุษย์กบ 4 คน ออกมาครับผม Hooyah

 

 

 

  • 18.30 น. เพจ Thai NavySEAL และ รวมพล คนรักทหารเรือ ส่งข้อความและรูปว่า “วันนี้ ฝูงหมูป่าอะคาเดมี จะได้กลับมารวมตัวกันครบอีกครั้ง” เป็นนัยว่า ทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตออกจากถ้ำทั้งหมดแล้วโดยปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก ศอร.

 

 

  • เวลาประมาณ 18.15 น. รถพยาบาลคันที่ 2 และ 3 ของภารกิจวันที่ 3 ออกจากถ้ำแล้ว! คาดว่าจะเป็นหมูป่าคนที่ 10 และ 11 อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก ศอร.

 

 

  • 18.17 น. ผู้สื่อข่าวทีวีจากช่อง TVN โปแลนด์ ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวระหว่างเกาะติดสถานการณ์ถ้ำหลวง เหตุใช้โดรนบริเวณปากทางเข้าออก

 


 

หมูป่ากลับบ้าน สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ส่งคลิปให้กำลังใจทีมงานและน้องๆ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก

 

 

สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ร่วมส่งกำลังใจให้ทีมฟุตบอลหมูป่าฯ และเจ้าหน้าที่สำหรับภารกิจช่วยเหลือที่กำลังปฏิบัติการอยู่ในตอนนี้ โดยทางสโมสรได้ปล่อยคลิปวิดีโอผ่านเพจเฟซบุ๊ก Leicester City FC Thailand รวบรวมข้อความจากนักเตะในทีม

 

“พวกเราขอส่งความปรารถนาดีต่อหมูป่า พวกคุณอยู่ในใจเราเสมอ เข้มแข็งไว้” จอนนี อีแวนส์

 

“ความกล้าหาญของคุณเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเราทุกคนที่เลสเตอร์ ซิตี้ สู้ต่อไปนะ” เจมส์ แมดดิสัน

 

ผมขอเป็นตัวแทนจากสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ขอแสดงความเสียใจต่อเพื่อนและครอบครัวของ จ.อ. สมาน กุนัน ในการปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้” เวส มอร์แกน

 

นอกจากนี้เหล่านักเตะในคลิปยังได้พูดเป็นภาษาไทยว่า “หมูป่ากลับบ้าน” อีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งแรงใจดีๆ จากวงการฟุตบอลและผู้คนทั่วโลก ต่อทุกคนที่มีส่วนร่วมในภารกิจอีกทาง

 

อ้างอิง:

 


 

 

  • ด่วน! เพจหน่วยซีล Thai NavySEAL ยืนยันว่า หมูป่าคนที่ 9 ออกจากถ้ำแล้วเวลา 16.06 น. อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก ศอร.

 


 

นายกฯ เผยคุยกับเด็ก ที่ถูกนำตัวออกมารอบแรก ยืนยันไม่ได้วางยาสลบในการลำเลียง แต่ให้ยาคลายเครียดเพื่อให้ผ่อนคลาย

 

 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เปิดเผยถึงการพูดคุยกับอีลอน มัสก์ ว่าเมื่อคืนนี้ได้เจอกันที่สนามบินเชียงราย ซึ่งอีลอน มัสก์ มาพร้อมกับคณะ 5 คน บินตรงด้วยเครื่องบินส่วนตัวจากสหรัฐฯ มาไทย โดยมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนถึงสิ่งที่ไทยกำลังทำ เพราะอีลอน มัสก์ มีเรื่องเทคโนโลยี และเขายอมรับว่าไม่เคยเห็นถ้ำในลักษณะนี้ และเอาเรือดำน้ำจิ๋วที่จะนำมาช่วยทีมหมูป่าให้ดู และไปดูสถานที่จริง เดินลุยไปถึงห้องโถง โดยเชื่อว่าอีลอน มัสก์ จะคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ หลังเห็นสถานที่จริงภายในถ้ำหลวง และตนได้ฝากให้ศึกษาเครื่องมือป้องกันภัยสำหรับอาเซียน เพราะมีลักษณะภูมิศาสตร์คล้ายกัน และไทยพร้อมสนับสนุนการลงทุนในพื้นที่ EEC และนวัตกรรมดิจิทัล ซึ่งอีลอน มัสก์ รับปากหากเดินทางไปจีน จะเดินทางกลับมายังไทย และมอบเรือดำน้ำจิ๋วให้ไทยไว้ศึกษา เพราะสามารถดัดแปลงใช้ได้ในอนาคต ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากสำหรับประเทศไทย ซึ่งอาจจะมีภัยพิบัติอื่นๆ ก็สามารถนำมาใช้ได้

 

พร้อมกันนี้ ตนยังรับอีลอน มัสก์ เป็นเพื่อน และให้ถือประเทศไทยเป็นบ้านหลังที่ 2 ของอีลอน มัสก์ อะไรที่ดูแลได้จะดูแล เพราะไทยกำลังสร้างดาวเทียมจะทำให้ไทยได้ประโยชน์ร่วมกัน และยังเห็นความจริงใจของอีลอน มัสก์ ที่โพสต์ข้อความเสนอตัวเข้ามาช่วยหากไทยมีความต้องการ แต่เชื่อมั่นว่าไทยจะสามารถดำเนินการได้

 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี คาดหวังให้ภารกิจนำทีมหมูป่าและหน่วยชีล 9 คนออกมาให้ประสบความสำเร็จในวันนี้ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง เพราะโชคดีที่น้ำลด และเปิดเผยถึงการลงพื้นที่วานนี้ โดยเปิดเผยด้วยว่า พูดคุยกับเด็ก 4 คนที่ถูกนำตัวออกมาวันแรก สามารถพูดคุยโต้ตอบได้ปกติ มีสติดี ยืนยันไม่ได้วางยาสลบเด็กในการลำเลียง แต่ให้ยาคลายเครียดเพื่อให้เด็กผ่อนคลาย และได้อวยพรขอให้เป็นนักฟุตบอลทีมชาติและเป็นคนดีของสังคม

 

พร้อมทั้งให้กำลังใจนักดำน้ำที่มาช่วยภารกิจ ทั้งหมด 47 คน จากหลายประเทศว่าได้ทำหนังสือขอบคุณในนามนายกรัฐมนตรี ผ่านกระทรวงการต่างประเทศ และทำประกาศนียบัตร มอบให้เป็นรายบุคคล และเมื่อภารกิจแล้วเสร็จ ให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ พานักดำน้ำไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่อยากไป และภารกิจครั้งนี้ ต่างชาติทุกประเทศทั่วโลกชื่นชมความสำเร็จ ถือเป็นความภาคภูมิใจในการแก้ปัญหาแบบบูรณาการ ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยไม่ต้องไปสั่งการในพื้นที่ สามารถสั่งการพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการได้ภายใต้ศูนย์อำนวยการร่วม และภารกิจครั้งนี้ ยังทำให้ต่างชาติเรียนรู้ เพราะถ้ำมีความแตกต่างจากต่างประเทศ ที่มีขนาดใหญ่เป็นทางระบายจากภูเขาด้านบน ซึ่งต่างฝ่ายต่างเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และผู้ปฏิบัติงานยังชื่นชมนักดำน้ำไทยที่มีประสิทธิภาพและหน่วยซีลที่เข้มแข็ง เป็นการทำงานร่วมกัน ไม่อยากให้ใครพบเด็กก่อน เพราะเป็นภารกิจร่วมกัน ไม่มีใครเก่งกว่าใคร และต่างชาติก็ยอมรับได้

 

อย่างไรก็ตาม หลังเสร็จสิ้นภารกิจนี้แล้ว ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและท้องถิ่นหามาตราการในการป้องกันการเข้า-ออก ติดตั้งระบบไฟฟ้า ระบบเตือนภัย มีบันได มีทางน้ำ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว เพราะจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ

 


 

  • 14.41 น. นายกฯ เผยคุยกับเด็ก 4 คนที่ถูกนำตัวออกมารอบแรก ปกติดีทุกคน ยืนยันไม่ได้วางยาสลบเด็กในการลำเลียง แต่ให้ยาคลายเครียดเพื่อให้ผ่อนคลาย อวยพรขอให้เป็นนักฟุตบอลทีมชาติและเป็นคนดีของสังคม คุยกับอีลอน มัสก์ ที่มอบเรือดำน้ำจิ๋วให้ไทยไว้ศึกษา เชิญชวนลงทุนในไทย

 


 

รวมกำลังใจภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่าจากเหล่าคนดังระดับโลก

 
กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับภารกิจช่วยชีวิตทีมหมูป่าทั้ง 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง จ.เชียงราย เพราะนอกจากข่าวนี้จะได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั่วโลกแล้ว ในอีกด้านยังมีกำลังใจจากเหล่าคนดังระดับโลกส่งถึงสมาชิกทีมหมูป่าอย่างไม่ขาดสาย และนี่คือส่วนหนึ่งจากทั้งหมด

 

 

“รวมกันอะไรก็เป็นไปได้” Juntos Es Possible

 

ลิโอเนล เมสซี กล่าวในคลิปกำลังใจดังกล่าวในฐานะทูตพิเศษของ UNICEF

***Message sent by UNICEF Goodwill Ambassador Lionel Messi to the Royal Thai Embassy in Argentina

 

——————

 

 

“เป็นข่าวที่เลวร้ายมาก วงการฟุตบอลทั่วโลกหวังว่าจะมีใครสักคนพบวิธีพาเด็กๆ ออกมาจากที่นั่นให้ได้”

 

โรนัลโด (บราซิล) กล่าวในงานพบปะสื่อมวลชนของฟีฟ่า

 

——————

 

 

“เราติดตามทุกๆ ข่าวสาร และหวังในทุกวินาทีว่าพวกคุณจะได้เห็นแสงอาทิตย์อีกครั้ง พวกเราทุกคนล้วนแล้วแต่เชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นได้ภายในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ ไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วันข้างหน้า แต่ขอให้พวกคุณทุกคนเข้มแข็งไว้ ทางสโมสรลิเวอร์พูลขอแสดงความนับถือ เราจะอยู่กับคุณเสมอ คุณจะไม่มีวันเดินอย่างเดียวดาย (You’ll never walk alone.)”

 

เจอร์เกน คล็อปป์ กล่าวในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ผ่านซีเอ็นเอ็น

 

——————

 

 

“อย่ายอมแพ้ สู้ต่อไป”

 

ทีมชาติญี่ปุ่น กล่าวในวิดีโอที่บันทึกไว้ก่อนเดินทางกลับบ้านจากศึกฟุตบอลโลก ก่อนส่งเสื้อแข่งขันพร้อมลายเซ็น 13 ตัวมอบให้กับทีมตามมาภายหลัง

 

——————

 

 

 

“จากทุกคนในเฟซบุ๊ก ความกล้าหาญของพวกคุณมันมหัศจรรย์มาก ขอแสดงความยินดีที่ช่วยทีมหมูป่าทั้ง 8 คนออกมาได้สำเร็จ ขอให้คุณโชคดีในการพาทั้ง 4 คนที่เหลือและโค้ชออกมาอย่างปลอดภัย

 

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ตอบกลับโพสต์ของหน่วยซีลที่ลงข้อความว่าการช่วยเหลือทีมหมูป่า 8 แรกคนผ่านไปได้ด้วยดี

 

——————

 

 

“สหรัฐร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลไทยเพื่อช่วยเด็กๆ ทุกคนในถ้ำออกมาอย่างปลอดภัย ช่างเป็นเหล่าคนที่กล้าหาญและมีความสามารถ”

 

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ชื่นชมในทวิตเตอร์ส่วนตัว

 

——————

 

 

“เพิ่งกลับออกมาจากโถงที่ 3 เรือดำน้ำจิ๋วเตรียมพร้อมถ้าต้องการจะใช้ มันสร้างมาจากชิ้นส่วนของจรวดและตั้งชื่อว่า ‘หมูป่า’ ตามชื่อทีมฟุตบอลของเด็กๆ ทิ้งไว้ที่นี่เผื่อจะมีประโยชน์ในอนาคต เมืองไทยสวยงามจริงๆ”

 

อีลอน มัสก์ โพสต์ลงทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กระหว่างการเดินทางลงพื้นที่ถึงประเทศไทยด้วยตนเอง พร้อมกับนำแคปซูลดำน้ำขนาดเล็กสุดล้ำมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่

 

——————

 

 

“ผมขอร่วมส่งคำอธิษฐานกับคนอีกหลายร้อยล้านคนทั่วโลกแก่ภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่าออกจากถ้ำ ตอนนี้ภารกิจกำลังดำเนินการแล้ว”

 

ฌอน แอสติน โพสต์ในทวิตเตอร์ส่วนตัวพร้อมแฮชแท็ก #ThaiCaveRescue

 

——————

 

 

 

“เราชาวฮ่องกง ขอเป็นกำลังใจให้กับทีมหมูป่า และทีมปฏิบัติการทุกคน เด็กไทยสู้ๆ คนไทยสู้ๆ”

 

หมีเซียะ เป็นตัวแทนชาวฮ่องกง โดยกล่าวผ่านคลิปวิดีโอเป็นภาษาไทย และนอกจากนี้ยังมี เยิ่นต๊ะหัว, โรเจอร์ วู ที่ถ่ายคลิปวิดีโอส่งกำลังใจกับทีมหมูป่าทั้ง 13 คนเช่นกัน

 

——————

 

 

“อดทนไว้ ไม่ต้องกลัว”

 

เลียม แกลลาเกอร์ ทวีตตอบกลับคำถามของ @mynameisjob ว่ามีอะไรจะฝากถึงเด็กๆ ทีมหมูป่าไหม (Hold up hold on don’t be scared. มาจากเนื้อเพลง Stop Crying Your Heart Out) 

 


 

 

  • 16.00 น. นายณรงค์ศักดิ์ หนึ่งในทีมนักดำน้ำที่ช่วยเหลือซีลเคลื่อนย้ายถังออกซิเจนขณะปฏิบัติภารกิจช่วยชีวิตทีมหมูป่าเผยกับ CNN ว่า นี่เป็นภารกิจที่ยากที่สุดที่เขาเคยทำ “คุณจะมองเห็นแค่มือของคุณเองรางๆ หินภายในถ้ำก็คมคล้ายกับมีดโกน เส้นทางก็แคบเอามากๆ”

 

 

  • 14.07 น. ไมเคิล สก็อตต์ และอดัม สมิธ ผู้สร้างภาพยนตร์จากบริษัท Pure Flix สหรัฐอเมริกา ลงพื้นที่เก็บข้อมูลปฏิบัติการช่วย 13 ชีวิตทีมหมูป่า โดยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว AAP ของออสเตรเลีย ว่าจะใช้นักแสดงระดับ A-List ของฮอลลีวูด และเริ่มถ่ายทำช่วงปลายปี 2019

 

 

  • เพจ Thai NavySEAL ระบุ วันนี้ 10 ก.ค. 61 คงเป็นวันที่ยาวนานกว่าวันที่ผ่านมา แต่เราจะรอคอย ฉลองความสำเร็จร่วมกัน Hooyah!

 

 

  • 12.54 น.   เพจไทยคู่ฟ้า ในฐานะช่องทางสื่อสารของรัฐบาลไทย ได้เผยแพร่ภาพ พลเอก ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี จับมือให้กำลังใจ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ พะเยา ในฐานะ ผอ.ศอร. ระหว่างลงพื้นที่ถ้ำหลวงเมื่อวานนี้ โดยระบุข้อความด้วยว่า “ผมเชื่อมั่นในตัวคุณ คนดีอยู่ที่ไหนก็เจริญ”

 


 

ประมวลภาพภารกิจพาทีมหมูป่ากลับบ้านวันที่สอง

 

 

เมื่อวานนี้ (9 ก.ค.) เป็นอีกวันที่คนไทยและคนทั่วโลกต่างลุ้นระทึกกับการพาทีมหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวง โดยภารกิจเริ่มตั้งแต่เวลา 11.00 น. เสร็จสิ้นเวลาประมาณ 20.00 น. ใช้เวลา 9 ชั่วโมง เร็วกว่าเมื่อวาน 2 ชั่วโมง ก็ประสบความสำเร็จในการพาตัวน้องๆ อีก 4 คน ส่งโรงพยาบาลได้สำเร็จ รวมทั้งหมดเป็น 8 คน จาก 13 คน

 

THE STANDARD คัดสรรภาพในเสี้ยววินาทีประวัติศาสตร์ให้คุณชม

 

 

ภาพ: ฐานิส สุดโต, AFP

 


 

ปฏิบัติการวันที่สามเริ่มแล้ว! เตรียมนำทุกคนในถ้ำออกมาทั้งหมดพร้อมกัน

 

 

10 กรกฎาคม 2561 เวลาประมาณ 11.45 น. นายณรงศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการ ศอร. แถลงยืนยัน ปฏิบัติการวันที่สามเริ่มขึ้นแล้วเมื่อเวลา 10.08 น. เจ้าหน้าที่ชุดแรก 19 นายเข้าไปในถ้ำแล้ว หวังว่าวันนี้จะทำเวลาได้ดีกว่าสองวันแรก สภาพอากาศที่ฝนตกลงมาไม่น่าเป็นห่วง หน่วยงานที่ดูแลมั่นใจว่าสภาพน้ำใกล้เคียงกับสองวันที่ผ่านมา

 

พร้อมนำน้องทีมหมูป่า 4 คน โค้ช 1 คน พร้อมด้วยคุณหมอ 1 คน และซีลอีก 3 คน รวม 9 คนออกมาพร้อมกัน วันนี้น่าจะยากกว่าสองวันที่ผ่านมา เพราะต้องนำคนออกมามากกว่า ขอกำลังใจจากทุกท่าน

 

ทั้งนี้ยังได้ขอบคุณความช่วยเหลือจาก อีลอน มัสก์ อุปกรณ์ของเขามีความซับซ้อนทางเทคโนโลยี แต่ยืนยันว่านำเข้าถ้ำไม่ได้

 


 

 

  • 11.45 น. ผู้บัญชาการ ศอร. แถลงยืนยันปฏิบัติการวันที่สามเริ่มขึ้นแล้วเมื่อเวลา 10.08 น. เจ้าหน้าที่ชุดแรก 19 นาย เข้าไปในถ้ำแล้ว หวังว่าวันนี้จะทำเวลาได้ดีกว่าสองวันแรก ขอขอบคุณความช่วยเหลือจาก อีลอน มัสก์ อุปกรณ์ของเขามีความซับซ้อนทางเทคโนโลยี แต่ยืนยันว่า นำเข้าถ้ำไม่ได้ ส่วนสภาพอากาศที่ฝนตกลงมาไม่น่าเป็นห่วง หน่วยงานที่ดูแลมั่นใจว่าสภาพน้ำใกล้เคียงกับสองวันที่ผ่านมา

 


 

แพทย์ยืนยัน 8 หมูป่าปลอดภัย 4 คนแรกได้กินขนมปังทาช็อกโกแลต แต่พลาดชมฟุตบอลโลกนัดชิงฯ ที่รัสเซีย

 

 

วันนี้ (10 ก.ค.) เวลา 10.00 น. ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวข้อมูลทางการแพทย์ของน้องๆ ทีมหมูป่าหลังนำออกจากถ้ำมาได้แล้ว 8 คนว่าสถานการณ์ล่าสุดไม่มีอาการอะไรน่ากังวล โดยใน 8 คนนี้ทุกรายมีเม็ดเลือดขาวสูง ซึ่งเป็นอาการเบื้องต้นของการติดเชื้อ ขณะที่ 2 รายตรวจพบชัดเจนว่ามีอาการปอดติดเชื้อ ซึ่งทั้งหมดได้ให้ยาปฏิชีวนะ ส่วนร่างกายมีเพียงแผลถลอก ส่วนด้านสายตา จักษุแพทย์ตรวจแล้วพบว่าปกติดี



อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ส่งตัวอย่างเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโรคอุบัติใหม่ที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ คาดว่าต้องรอผลประมาณ 2 วัน



สำหรับน้องๆ 4 คนชุดแรก อายุระหว่าง 14-16 ปี ขณะนี้เริ่มกินอาหารปกติแล้ว แต่ยังเป็นอาหารอ่อนและรสไม่จัด เมื่อเช้าน้องๆ ได้ขอขนมปังทาช็อกโกแลต ซึ่งแพทย์เห็นว่ากินได้จึงจัดให้ แต่ตอนนี้น้องๆ ยังหิวมากกว่าอาหารที่เราจัดให้ โดยน้อง 4 คนจากชุดแรก ผู้ปกครองสามารถได้เข้าเยี่ยมแล้ว แต่ยังเป็นการเยี่ยมผ่านกระจก



ขณะที่น้อง 4 คนชุดที่ 2 อายุระหว่าง 12-14 ปี แรกรับทั้ง 4 คนมีอุณหภูมิร่างกายต่ำ โดยได้รับการดูแลด้วยเครื่องให้ความอบอุ่นจนอาการเป็นปกติ ขณะที่ 1 คนมีภาวะหัวใจเต้นช้าผิดปกติ ซึ่งแพทย์ได้แก้ไขจนเป็นปกติแล้ว



นายแพทย์เจษฎากล่าวยืนยันว่า ณ เวลานี้ทุกคนร่างกายแข็งแรงดี โดยทั้ง 8 คนไม่มีไข้ สามารถทำกิจวัตรบนเตียงได้เอง สภาพจิตใจดีและร่าเริง แต่ยังไม่ได้ให้ดูข่าวสารภายนอก เพราะต้องรอการพูดคุยกับจิตแพทย์ก่อน



เบื้องต้นน้องๆ ทีมหมูป่าต้องอยู่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการอย่างน้อย 7 วัน โดยแพทย์ยืนยันว่าน้องๆ ทั้งหมดคงไม่ได้ไปดูฟุตบอลโลก 2018 นัดชิงชนะเลิศที่ประเทศรัสเซีย เพราะยังอยู่ระหว่างดูอาการ แต่จะเปิดโทรทัศน์ให้รับชมแทน

 


 

รมว. มหาดไทย เผย ร.10 รับสั่งนำแผนถ้ำหลวงเป็นโมเดลกู้ภัย นายกฯ คุย อีลอน มัสก์ ยังไม่แน่ใช้เรือดำน้ำจิ๋วหรือไม่

 

 

พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี ที่ล่าสุดสามารถลำเลียงออกมาจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ได้แล้ว 8 คน ว่า ผู้บัญชาการ ศอร. จะร่วมประชุมกับชุดปฏิบัติงานทั้งหมด ทั้งไทยและผู้เชี่ยวชาญจากต่างชาติ เพื่อสรุปการทำงานตลอด 2 วันที่ผ่านมา และนำปัญหาอุปสรรคมาปรับปรุงสำหรับแผนงานที่จะเข้าไปช่วยเหลืออีก 5 คน ที่ยังติดอยู่ภายในถ้ำ ซึ่งช่วงเช้าวันนี้จะประเมินสถานการณ์ก่อนจะดำเนินการ  


ทั้งนี้ยอมรับว่า ขณะนี้ยังถือเป็นภารกิจที่มีความเสี่ยงสูง ดังนั้นจึงต้องซักซ้อมทุกอย่าง เพื่อให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด โดยเฉพาะเรื่องท่ออากาศ ซึ่งยังคงใช้ชุดปฏิบัติการนักดำน้ำชุดเดิม เพราะมีความชำนาญการเข้า-ออกภายในถ้ำ ไม่อยากเปลี่ยนทีม เพราะอาจมีข้อขัดข้องเกิดขึ้นได้ ส่วนปฏิบัติการที่ช่วยเหลือครั้งละ 4 คนนั้น เป็นเหตุผลเรื่องความคล่องตัวของนักดำน้ำ เนื่องจากระยะเวลาไป-กลับใช้เวลานาน รวมถึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของนักดำน้ำและทีมหมูป่าด้วย ส่วนวันนี้จะช่วยได้กี่คนต้องประเมินกันอีกครั้ง


ส่วนกรณีที่ อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งบริษัท Tesla และ SpaceX แคปซูล หรือเรือดำน้ำจิ๋ว ได้นำทีมพร้อมอุปกรณ์มาช่วยเหลือไทยนั้น พล.อ. อนุพงษ์ บอกว่า เมื่อวานนี้ระหว่างการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี ก็ได้พูดคุยกับ อีลอน มัสก์ แล้ว ใช้เวลานานเกือบ 1 ชั่วโมง และให้ความสนใจรวมถึงสอบถามถึงวิธีการทำงาน  ซึ่ง อีลอน มัสก์ ได้อธิบายวิธีการที่นำมาใช้ให้ความช่วยเหลือ จากนั้นได้เดินทางเข้าพื้นที่ เพื่อสำรวจสภาพภายในถ้ำ พร้อมบอกว่า จะทิ้งอุปกรณ์ช่วยเหลือไว้ให้กับชุดปฏิบัติการ และจะกลับมาประเทศไทยอีกครั้ง ส่วนจะมีการใช้อุปกรณ์หรือไม่ใช้นั้น อยู่ที่การพิจารณาของ ผบ.ศอร. ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติในพื้นที่


พล.อ. อนุพงษ์ ยังได้ขอบคุณความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งชาวบ้านในพื้นที่ ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ส่งอุปกรณ์มาร่วมช่วยเหลือภารกิจครั้งนี้ ที่แสดงเจตนาไม่รับเงินเยียวยาความเสียหายนาข้าวที่ถูกน้ำท่วม เพราะถือว่าความเสียหายครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือชีวิตของลูกหลานเอาไว้ แต่โดยระเบียบก็จะมีการพิจารณาชดเชยความเสียหาย 1113 ต่อไร่ รายละไม่เกิน 30 ไร่ ตามเกณฑ์ของระเบียบกระทรวงการคลัง รวมถึงจะมีการนำเมล็ดพันธ์ุพืชไปแจกให้กับชาวนาด้วย


ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งถึงแผนการกู้ภัยและการบริหารจัดการ ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ จะได้มีการทำข้อสรุปเพื่อนำมาเป็นโมเดลที่จะไปใช้ในภารกิจกู้ภัยครั้งนี้ต่อไป โดยเฉพาะการช่วยเหลือภายในถ้ำ ขณะเดียวกันกองทัพเรือเองก็จะส่งหน่วยซีลไปอบรม เพื่อหาประสบการณ์เรื่องการดำน้ำในถ้ำเพิ่มเติม เพราะหลักสูตรการดำน้ำที่เรียนมามีความแตกต่างกัน  ซึ่งย้ำว่า แผนการกู้ภัยครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่หลายคนยอมรับว่าไม่เคยมีภารกิจที่มีความยากลำบากมากที่สุด และทุกคนทั่วโลกพร้อมใจกันส่งบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญมาร่วมช่วยเหลือ ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย และเตรียมนำการกู้ภัยมาศึกษาและถอดบทเรียนอยู่ในแผนป้องกันสาธารณภัย

 


 

ทีมแพทย์เผยหมูป่าทั้ง 8 คน สุขภาพดี ร่าเริง คาดใช้เวลา 1 สัปดาห์ ในห้องแยกโรค เพื่อรอดูผลตรวจร่างกายอย่างละเอียด

 

 

เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ที่ผ่านมา นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหารโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เผยหมูป่า 8 คน เบื้องต้นสุขภาพดี ไม่มีไข้ รู้สึกดีใจที่ได้ออกมา ช่วงที่เมื่อวานนี้ (9 ก.ค.) นายกฯ เข้าเยี่ยม ซึ่งดูแล้วทุกคนร่าเริงดี สามารถพูดคุยและหัวเราะได้ คาดต้องอยู่ในโรงพยาบาล 1 สัปดาห์ เพื่อรอดูผลการตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้งว่ามีโรคอะไรหรือไม่

 

นอกจากนี้ทีมแพทย์ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทุกคนรักษาตัวอยู่ในห้องแยกโรค ส่วนด้านการมองเห็นของทั้ง 8 คน จักษุแพทย์ได้เช็กอาการแล้ว โดย 4 คนแรกที่ออกมามีสายตาปกติ ส่วน 4 คนที่ออกมาเมื่อวานยังต้องสวมแว่นดำ และเตรียมให้จักษุแพทย์ตรวจเช็กอาการ ด้านสุขภาพจิตเบื้องต้นได้ส่งจิตแพทย์เข้าไปพูดคุยด้วยแล้ว ส่วนอาหารที่ให้กับเด็กๆ ช่วงแรกจะเน้นให้อาหารที่ย่อยง่าย งดเว้นอาหารรสจัด แต่ทั้งนี้เด็กๆ จะรู้สึกหิวบ่อย ซึ่งญาติๆ สามารถเข้าเยี่ยมได้โดยพูดคุยกันได้ผ่านกระจก

 


 

‘รวมกันอะไรก็เป็นไปได้’ กำลังใจจาก ลิโอเนล เมสซี ถึงหมูป่าทั้ง 13

 

 

คลื่นกำลังใจและความห่วงใยที่มีให้น้องๆ นักฟุตบอลและโค้ชทีมหมู่ป่าอะคาเดมี แม่สายทั้ง 13 ชีวิต ยังคงส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นับวันก็ยิ่งจะมีแต่ช่วยหล่อเลี้ยงกำลังใจให้พวกเขาฮึดสู้ และกลับออกมาจากถ้ำหลวงได้โดยปลอดภัยในเร็ววัน

 

ล่าสุดเป็นคิวของสตาร์ลูกหนังชาวอาเจนไตน์ ลิโอเนล เมสซี เมื่อ นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้โพสต์คลิปตอนสั้นๆ ที่ได้รับจากดาวเตะวัย 31 ปี ในฐานะทูตสันถวไมตรีของ UNICEF (UNICEF Goodwill Ambassador) ที่ส่งกำลังใจมาให้ในภาษาสเปนว่า

 

“Juntos Es Possible” ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทยได้ว่า Together It’s Possible รวมกันอะไรก็เป็นไปได้

 


 

***Message sent by UNICEF Goodwill Ambassador Lionel Messi to the Royal Thai Embassy in Argentina

 

นายนริศโรจน์เผยว่า หลังจากที่เขาได้เล่าเรื่องการไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยเมืองโรซาริโอ บ้านเกิดของเมสซี เขาก็ได้รับคลิปส่งกำลังใจดังกล่าวในฐานะทูตพิเศษของ UNICEF ที่พูดให้กำลังใจน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมี ทั้งยังบอกอีกด้วยว่า เมสซีเฝ้าติดตามข่าวการช่วยเหลือน้องๆ หมูป่าทุกคนมาตลอด และเอาใจช่วยขอให้ทุกคนออกมาได้โดยปลอดภัย

 

สำหรับสถานการณ์ของคืนวันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทีมช่วยเหลือได้ปฏิบัติภารกิจพาตัวหมู่ป่าจำนวนรวม 4 คน ออกมาจากเนินนมสาว ถ้ำหลวง เพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์อย่างปลอดภัยแล้ว เมื่อรวมกับคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็หมายความว่า ทีมช่วยเหลือได้พาตัวหมูป่าทั้ง 8 คน จาก 13 คน นำส่งโรงพยาบาลเพื่อพักฟื้นโดยปลอดภัย

 

ส่วนภารกิจในวันนี้ (10 กรกฎาคม) ผู้อำนวยการ ศอร. ได้ให้สัมภาษณ์ในคืนที่ผ่านมาว่า ยังต้องรอเช็กสถานการณ์และความพร้อมของทีมดำน้ำก่อน (ติดตามสถานการณ์ความคืบหน้ากรณีช่วยเหลือพาทีมหมูป่า 13 ชีวิต ออกจากถ้ำหลวงได้ที่นี่ )

 

อ้างอิง:

 


 

  • 08.56 น. มาร์กมาเอง! มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ตอบคอมเมนต์เพจ Thai NavySEAL ชื่นชมความกล้าหาญ และแสดงความยินดีที่ช่วยหมูป่าออกจากถ้ำหลวงได้แล้ว 8 คน พร้อมอวยพรให้โชคดีกับภารกิจช่วยเด็กที่เหลือและโค้ช

 


 

อีลอน มัสก์ บุกถ้ำหลวง ส่งมอบแคปซูลดำน้ำ ‘หมูป่า’ พร้อมชมเมืองไทยสวย

 

 

อีลอน มัสก์ ซีอีโอใหญ่ของ Tesla, SpaceX และ Boring Company เดินทางมาประเทศไทยด้วยตัวเอง เพื่อเก็บข้อมูลภายในถ้ำหลวง พร้อมนำแคปซูลที่เขาและทีมงานประดิษฐ์ขึ้นจากท่อออกซิเจนเหลวของจรวด Falcon 9 มาส่งให้รัฐบาลไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกในการช่วยเหลืออีก 5 ชีวิต ที่ยังคงติดอยู่ภายในถ้ำหลวง

 

มัสก์ได้ทวีตภาพบรรยากาศภายในถ้ำหลวง และข้อความผ่านแอ็กเคานต์  @elonmusk เมื่อเวลาประมาณ 05.05 น. ตามเวลาประเทศไทย หรือช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ โดยระบุว่า ‘เพิ่งจะกลับออกมาจากบริเวณอุโมงค์ 3 แคปซูลขนาดเล็กพร้อมแล้ว ถ้าทีมนักดำน้ำไทยต้องการที่จะใช้ โดยถูกสร้างจากชิ้นส่วนจรวด และมีชื่อว่า ‘หมูป่า’ ซึ่งห้องแคปซูลนี้จะให้ไว้กับประเทศไทย เผื่อจะมีประโยชน์อีกในอนาคต ประเทศไทยช่างสวยเหลือเกิน’

 

นอกจากนี้ในอินสตาแกรม @elonmusk เขายังได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะกำลังกลับออกจากอุโมงค์ที่ 3 ในช่วงเวลาเดียวกันด้วย ซึ่งมียอดวิวมากกว่า 884,000 วิวแล้ว

 

อ้างอิง:

 


  • 07.30 น. อีลอน มัสก์ มาเอง! 05.05 น. ทวิตเตอร์ ทวีตภาพภายในถ้ำหลวง พร้อมข้อความระบุว่า เพิ่งออกมาจากโถง 3 โดยนำยานดำน้ำขนาดเล็กมามอบให้ และจะทิ้งไว้กรณีที่ต้องใช้ในอนาคต พร้อมชมว่าเมืองไทยสวยงามมาก

 


 

9  กรกฎาคม 2561

 

 

 

ภาพประกอบ: Pichamon.w

 

ภาพประกอบ: Thiencharas.w

 


 

21.47 น. คอนเฟิร์มหมูป่าคนที่ 8 ถึงโรงพยาบาลแล้ว ทุกคนปลอดภัยดี ใช้เวลาช่วยได้เร็วกว่าเมื่อวาน 2 ชั่วโมง

 

 

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร แถลงความคืบหน้าในภารกิจพาทีมหมูป่ากลับบ้าน ที่เริ่มต้นตั้งแต่เวลา 11.00 น. โดยระบุว่า ด้วยพระเดชานุภาพของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทำให้การปฏิบัติงานวันนี้เป็นไปอย่างราบรื่น ยืนยันว่า ภารกิจวันนี้ได้นำทีมหมูป่า 4 คน ส่งถึงโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยเมื่อช่วงเวลา 20.00 น. ที่ผ่านมา ซึ่งทุกคนปลอดภัยและมีสติดี

 

สำหรับข่าวดีของวันนี้คือ ทีมช่วยเหลือสามารถนำผู้ประสบภัยออกจากถ้ำหลวงได้ภายในเวลา 9 ชั่วโมง เร็วกว่าเมื่อวาน 2 ชั่วโมง เนื่องจากมีทีมงานเพิ่มขึ้น และมีความชำนาญมากขึ้น โดยวันนี้มีผู้ปฏิบัติงานภายในถ้ำรวมกว่าร้อยคน เป็นทีมดำน้ำ 18 คนจากนานาชาติ คาดว่าหลังประชุมเตรียมความพร้อมในวันนี้จะทำให้การปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือในวันพรุ่งนี้ดีกว่าเดิม และประสบความสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์

 

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการ ศอร. ยังได้กล่าวถึงการเดินทางมาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และญาติของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้พูดคุยกับทีมปฏิบัติงานทุกคน และเยี่ยมน้องๆ ทั้ง 8 คน ที่โรงพยาบาล ซึ่งนายกฯ ได้เน้นย้ำว่า ควรมีการถอดบทเรียนกรณีนี้สำหรับการบูรณาการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจะทำให้การกู้ภัยในอนาคตมีความพร้อมมากขึ้น และเป็นบทเรียนสำหรับเยาวชน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก

 

สำหรับภารกิจในวันพรุ่งนี้ ผู้อำนวยการ ศอร. ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ เพราะขึ้นอยู่กับสถานการณ์จริงที่จะเกิดขึ้น และความพร้อมของทีมดำน้ำ ดังนั้นจึงยังตอบไม่ได้ว่าจะนำตัวอีก 5 คนที่เหลือออกมาได้เลยหรือไม่

 


 

พล.อ. ประยุทธ์ ถึงถ้ำหลวงซื้อขนมโอทอปฝากเจ้าหน้าที่ ย้ำมาให้กำลังใจไม่ต้องการรบกวน

 

 

เมื่อเวลา 20.00 น. ของวันที่ 9 กรกฎาคม พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปยังบริเวณถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย

 

โดย พล.อ. ประยุทธ์ ย้ำว่า การเดินทางมาครั้งนี้ไม่ต้องการมารบกวนใคร แต่มาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ที่ทั้งทำงานบนบกและในน้ำ พร้อมขอบคุณทุกคนที่ตั้งใจทำงานในครั้งนี้

 

โดยย้ำว่า การทำงานในพื้นที่ต้องเป็นไปตามหลักการ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบงานในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้รู้สึกเบาใจกับสถานการณ์ที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน แต่กังวลใจกับเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ต

 

ทั้งนี้ ครม. ทุกคนในรัฐบาลและข้าราชการนำหัวใจมาฝาก ซึ่งที่ผ่านมาติดตามข่าวอย่างต่อเนื่องทุกวัน สวดมนต์ขอพรให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคนให้สามารถกำจัดอุปสรรคและปัญหา โดยการทำงานทุกครั้งจะต้องเชื่อมโยงกัน และต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ กฎหมาย และกติกา รวมถึงจะไม่มีการกล่าวโทษหรือต่อว่าใดๆ ทั้งสิ้น เพราะรู้ดีว่าทุกคนตั้งใจทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ

 

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ซื้อขนมที่เป็นสินค้าโอทอปของจังหวัดต่างๆ มาฝากกับเจ้าหน้าที่ทุกคน อาทิ กล้วยฉาบ ลูกหยี ขนมเปี๊ยะ ทองม้วน กล้วยกวน ฯลฯ  

 

มีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปที่โรงพยาบาลที่เด็กๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมีรักษาตัว แต่จะไม่เข้าไปภายในโรงพยาบาล เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวน

 

เรื่อง: พลวุฒิ สงสกุล

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 


 

 

  • 21.30 น. ผู้บัญชาการ ศอร. แถลงยืนยันภารกิจวันที่สอง สามารถพาทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงส่งโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัยอีก 4 คน รวมทั้งหมดเป็น 8 คน โดยลำเลียงผ่านเฮลิคอปเตอร์ทั้งหมด ข่าวดีคือใช้เวลาเพียง 9 ชั่วโมง เร็วกว่าวันแรก 2 ชั่วโมง

 

 

  • 20.20 น. เฮลิคอปเตอร์เที่ยวสุดท้ายเดินทางถึงลานจอดสนามบินเก่าแล้ว เตรียมส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ คาดว่าน่าจะเป็นการเคลื่อนย้ายหมูป่าคนที่ 4 ของวันนี้ หรือคนที่ 8 ของภารกิจ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก ศอร.

 


 

  • เพจ Thai NavySEAL ยืนยันภารกิจวันนี้ (9 ก.ค.) นำทีมหมูป่าออกจากถ้ำ 4 คน รวมทั้งหมดเป็น 8 คน โดยมีข้อความว่า
    “หมูป่าตัวที่ 1
    หมูป่าตัวที่ 2
    หมูป่าตัวที่ 3
    หมูป่าตัวที่ 4
    หมูป่าตัวที่ 5
    หมูป่าตัวที่ 6
    หมูป่าตัวที่ 7
    หมูป่าตัวที่ 8
    Hooyah…..”

 

 

  • 20.02 น. รถพยาบาลคันที่ 2 และ 3 ของภารกิจพาทีมหมูป่ากลับบ้านวันที่ 2 ลำเลียงผู้ประสบภัยจากเฮลิคอปเตอร์เดินทางมาถึงโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก ศอร.

 

  • 19.57 น. เฮลิคอปเตอร์บินขึ้นจากลานจอดอีกครั้ง โดยมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ คาดว่าน่าจะเป็นการเคลื่อนย้ายเที่ยวสุดท้ายของวันนี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก ศอร.

 

 

เมื่อเวลาประมาณ 19.20 น. รถพยาบาลวิ่งมาจากถ้ำหลวง มายังลานจอดเฮลิคอปเตอร์ บริเวณปากทางเข้าดอยผาหมี ริมถนนพหลโยธิน ก่อนที่เฮลิคอปเตอร์ MI-17 จะบินขึ้นจากจุดจอดมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาล

 

นับเป็นเฮลิคอปเตอร์ ลำที่ 2 ที่บินขึ้นจากบริเวณดังกล่าว โดยก่อนหน้ามีเฮลิคอปเตอร์ซึ่งคาดว่าได้นำตัวหมูป่าคนที่ 5 บินขึ้นเมื่อเวลา 17.15 น.

 

อย่างไรก็ตามยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก ศอร.

 

เรื่อง: พลวุฒิ สงสกุล

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 


 

 

  • 17.00 น. รถพยาบาลคันแรกวิ่งออกมาจากถ้ำหลวง มุ่งหน้าไปยังลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ก่อนที่เวลา 17.15 น. เฮลิคอปเตอร์จะบินขึ้นมุ่งไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ อย่างไรก็ตามยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก ศอร.

 

 

เรื่อง: พลวุฒิ สงสกุล

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 


 

ย้ำ บินโดรนถ้ำหลวงผิดกฎหมาย ยึดใบอนุญาต ขอบคุณสื่อให้ความร่วมมือ

 

 

หลังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในการรายงานข่าวภารกิจพาทีมหมูป่ากลับบ้าน ล่าสุด พล.ต.ต. ชูรัตน์ ปานเหง้า รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า ขอบคุณสื่อมวลชนที่ย้ายพื้นที่มาที่ อบต.โป่งผา ส่งผลให้การทำงานสะดวก เกิดผลสัมฤทธิ์ ระยะเวลาสั้นลง แต่อย่างไรก็ตาม มีผู้ปฏิบัติผิดกฎกติกา มีการใช้โดรนบินเสนอข่าว เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ โดยคำสั่งของผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมฯ ห้ามไลฟ์ คือห้ามถ่ายทอดสดควบคู่กับการปฏิบัติจริงในเวลาเดียวกัน การใช้โดรนบินในมุมสูง แม้ว่าบินได้ไม่เกิน 90 เมตร แต่เป็นการบินบนแนวเส้นทางการบิน ซึ่งสนามจอดเฮลิคอปเตอร์อยู่ในแนวเส้นทางการบิน ขอให้งดบินโดรนเด็ดขาด และเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยคือการจูนความถี่คลื่นวิทยุของศูนย์อำนวยการร่วมฯ ทั้งนี้เห็นว่าสื่อไม่จำเป็นต้องแข่งความเร็ว ต้องดูว่าเหมาะสมหรือไม่เพียงใด และควรอำนวยความสะดวกด้านจราจรของเจ้าหน้าที่ด้วย

 

นอกจากนี้ น.อ. สัมฤทธิ์ คูณสันเที๊ยะ หัวหน้าชุดควบคุมห้วงอากาศ ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ยังย้ำว่า สื่อมวลชนสำนักไหนต้องการจะนำอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ขึ้นบิน บริเวณพื้นที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จะต้องปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยต้องลงทะเบียนอุปกรณ์กับชุดควบคุมห้วงอากาศ ที่ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (ศอร.) กำหนดไว้ อีกทั้งก่อนการขึ้นบินจะต้องแจ้งทุกครั้ง เนื่องจากมีเฮลิคอปเตอร์ขึ้น-ลง สำหรับระยะควบคุมการบินรัศมีโดยรอบถ้ำหลวงฯ อยู่ที่ประมาณ 27 กิโลเมตร ความสูง 2,500 ฟุต หรือประมาณ 750 เมตร ซึ่งจุดห้ามบินผ่าน คือศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (ศอร.) และปากถ้ำหลวง

 

หัวหน้าชุดควบคุมห้วงอากาศ ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กล่าวถึงกรณีเมื่อวานนี้มีภาพถ่ายโดรนบินคู่เฮลิคอปเตอร์ ระหว่างทำการขนย้ายทีมหมูป่าฯ ไปยังโรงพยาบาล ขณะนี้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้ทำการสอบสวนแล้วและอยู่ระหว่างดำเนินการส่งเรื่องไปตามลำดับขั้น ทั้งนี้ หากใครฝ่าฝืนข้อห้ามขึ้นบินบริเวณถ้ำหลวงฯ จะถูกสอบสวนและถูกยึดใบอนุญาต

 

อ้างอิง: สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

 


 

หมูป่า 4 คนแข็งแรงดี ร้องขอข้าวผัดกะเพรา เตรียมปรึกษาแพทย์เพื่อให้พ่อแม่เยี่ยมระยะไกล

 

 

9 ก.ค. เวลา 15.00 น. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ณ องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ถึงความคืบหน้าปฏิบัติการช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ว่าหลังจากช่วยเด็กๆ 4 คนแรกออกจากถ้ำ ได้ส่งต่อไปโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ถึงมือแพทย์เรียบร้อย

 

ทั้ง 4 คน มีความสุขดี และบ่นหิวข้าว ขอรับประทานเมนูแรกคือข้าวผัดกะเพรา อย่างไรก็ตาม ยังต้องแยกในห้องปลอดเชื้อเพื่อกันติดเชื้อ และกำลังหารือกับแพทย์เพื่อให้ญาติเยี่ยมได้ในระยะไกล  

อย่างไรก็ตาม ในการปฏิบัติภารกิจพบปัญหามีการสแกนความถี่วิทยุที่คณะทำงานใช้นำไปเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชน โดยยังเผยแพร่ว่าช่วยเด็กออกจากถ้ำได้ 6 คน ซึ่งไม่เป็นความจริง เด็กทั้งหมดที่ช่วยออกมามี 4 คน ตามที่แถลงข่าว ขณะเดียวกันมีบางสำนักข่าวที่ใช้โดรนบิน เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ เนื่องจากพื้นที่นี้เป็นส่วนปฏิบัติการ ห้ามแทรกแซงการทำงานกระบวนการบินของเฮลิคอปเตอร์ เกรงจะทำให้การปฏิบัติงานได้รับความเสียหาย ซึ่งได้ประกาศขอความร่วมมือแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามผู้กระทำดังกล่าวอยู่


สำหรับการปฏิบัติการช่วยเหลือเด็กๆ ที่เหลือ เมื่อเสร็จปฏิบัติการรอบที่ 1 แล้ว ต้องเตรียมความพร้อมใหม่ ทั้งวางถังอากาศ ดึงเชือกให้ตึง ยืนยันว่าน้ำอยู่ในสภาพที่ดี คือ ทรงตัวและลดลง เมื่อตรวจเช็กอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมแล้ว เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา (9 ก.ค. 61) จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติการรอบที่ 2 เร็วกว่ากำหนด 4-5 ชั่วโมง ยืนยันสภาพความพร้อมทุกอย่างดีมากเหมือนเมื่อวาน จึงได้เร่งปฏิบัติการ โดยส่งหน่วยปฏิบัติการบูรณาการนานาชาติ เสริมกำลังเข้าไปและผลัดเปลี่ยนกำลังบางคนที่อ่อนล้า จึงขอกำลังใจจากทุกฝ่าย ภายในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า จะมีข่าวดีมาแจ้ง

  
อ้างอิง: ศูนย์ปฏิบัติการประชาสัมพันธ์ถ้ำหลวง กรมประชาสัมพันธ์

 


รอยยิ้มของอดีตผู้ว่าฯ เชียงราย กับภารกิจนำหมูป่าออกจากถ้ำหลวงวันที่ 2 ที่รอข่าวดีช่วงหัวค่ำ

 

 

9 กรกฎาคม 2561 เวลา 15.00 น. ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการ ศอร. แถลงความคืบหน้าภารกิจนำนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวง วันที่ 2 ว่า

 

“ช่วง 11.00 น. เศษ วันนี้เราส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติภารกิจนำตัวน้องๆ ออกมาจากเนินนมสาวแล้ว โดยหน่วยนานาชาติผสมชุดเดิมแต่มีผลัดเปลี่ยนกำลังบางคนที่อ่อนล้าเท่านั้น”

 

 

ผู้บัญชาการ ศอร. ยืนยันภารกิจเมื่อวานนี้ว่า สามารถนำน้องๆ ออกมาได้อย่างปลอดภัย 4 คน เดิมคาดว่าจะใช้เวลาเตรียมพร้อมถังอากาศและแนวเชือก รวมถึงให้เวลาทีมได้พักผ่อนประมาณ 20 ชั่วโมง แต่ในวันนี้เราใช้เวลาเพียง 17-18 ชั่วโมงเท่านั้นในการเตรียมความพร้อม

 

ยืนยันว่าสภาพทุกอย่างยังดีแบบเมื่อวาน วันนี้เราพร้อมเหมือนเดิม ส่วนในรายละเอียดถ้ามีข่าวดีจะมาบอกกัน และไม่ขอตอบในรายละเอียดว่าวันนี้จะนำออกมากี่คน รวมถึงน้องคนใดได้ออกมาก่อน เพราะคำนึงถึงสภาพจิตใจของญาติ แต่ยังคงยึดหลักทุกคนต้องปลอดภัย คาดว่าประมาณ 20.00-22.00 น. คืนนี้จะมีข่าวดีอีกครั้ง

 

 

สำหรับบรรยากาศที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เมื่อคืนนี้มีฝนตกลงมาตลอดคืน แต่ จงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ยืนยันว่า สถานการณ์น้ำยังปกติ ส่วนการค้นหาโพรงโดยทีมรังนกและทหารยังคงดำเนินต่อไป แม้ล่าสุดยังคงพบแต่โพรงตันก็ตาม

 

การเปิดเผยการเริ่มภารกิจนำทีมหมูป่าออกจากถ้ำวันที่ 2 อย่างเป็นทางการ มีขึ้นหลังตลอดทั้งวันตั้งแต่ช่วงเช้าไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวใดๆ จาก ศอร. เลย สื่อมวลชนทุกสำนักทั้งไทยและต่างชาติพร้อมกันรายงานเป็นข่าวด่วน ส่วนสีหน้าของผู้บัญชาการ ศอร. วันนี้เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม

 

 

เรื่อง: พลวุฒิ สงสกุล

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 


 

ความหวังของภารกิจพาทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงรอบที่ 2

 

 

วันนี้ (9 ก.ค.) คือวันที่ 2 ของภารกิจพาทีมหมูป่าอีก 9 คนออกจากถ้ำหลวง หลังจากเมื่อวานนี้ทำได้สำเร็จไปแล้ว 4 คน โดยบรรยากาศช่วงเช้าวันนี้ในพื้นที่บริเวณถ้ำเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ที่ทำงานกันอย่างหนัก ในขณะที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ก็ยังคงมีสื่อมวลชนและประชาชนมารอต้อนรับรถพยาบาลที่คาดว่าจะนำตัวน้องๆ มาส่ง

 

 

ขณะที่เวลาประมาณ 15.00 น. ผู้บัญชาการ ศอร. แถลงยืนยัน ปฏิบัติการพาทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงรอบที่ 2 เริ่มขึ้นแล้วในวันนี้ เวลา 11.00 น. “ข่าวดีคือสภาพทุกอย่างยังดีเหมือนเมื่อวาน สภาพอากาศ ความแข็งแรงของน้อง วันนี้เราสามารถทำภารกิจเร็วกว่าเดิมได้ประมาณ 5 ชั่วโมง เราหวังว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจะมีข่าวดี”

 

 

Photo: AFP

 


 

  • 15.09 น. ผู้บัญชาการ ศอร. แถลงยืนยัน ปฏิบัติการพาทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง รอบที่ 2 เริ่มขึ้นแล้วในวันนี้ เวลา 11.00 น. “ข่าวดีคือสภาพทุกอย่างยังดีเหมือนเมื่อวาน สภาพอากาศ ความแข็งแรงของน้อง วันนี้เราสามารถทำภารกิจเร็วกว่าเดิมได้ประมาณ 5 ชั่วโมง เราหวังว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจะมีข่าวดี”

 


 

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอสื่อคำนึงถึงจริยธรรม สิทธิส่วนตัวรายงานข่าวเด็กออกจากถ้ำหลวง เข้าใจดีถึงการแข่งขัน

 

 

จากเหตุการณ์นักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย และผู้ฝึกสอน รวม 13 คน ติดอยู่ในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา และจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเยาวชนเหล่านี้ออกมาได้แล้ว 4 คน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม และคาดว่าจะสามารถนำผู้ที่เหลือออกมาได้อย่างปลอดภัยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

 

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เข้าใจดีถึงการแข่งขันในการเสนอข่าวต่อเหตุการณ์ที่มีความสำคัญและอยู่ในความสนใจของคนทั่วโลกขณะนี้ แต่เนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสถานการณ์ดังกล่าวเป็นเด็กและเยาวชน และเป็นเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อจิตใจและความรู้สึกของครอบครัวและญาติพี่น้องของคนเหล่านี้  สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จึงขอให้สื่อมวลชนทุกแขนงพึงระมัดระวังในการเสนอข่าวเกี่ยวกับตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ โดยเฉพาะการเปิดเผยภาพ ชื่อ ข้อมูล และรายละเอียดเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนเหล่านี้ โดยให้คำนึงถึงจริยธรรมการเสนอข่าว สิทธิส่วนบุคคลและความเหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการรายงานข่าวที่อาจมีผลกระทบต่อความรู้สึกและสภาพจิตใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง   

 

นอกจากนั้นยังควรละเว้นการเสนอข่าวและภาพที่อาจสร้างความสับสน ความเข้าใจผิด และความรู้สึกในเชิงลบต่อสถานการณ์ ตัวบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสนอข้อมูลที่อาจมีผลกระทบต่อการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่ และผู้ปฏิบัติงานด้านข่าวในพื้นที่ควรหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

 

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ตระหนักดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ทำให้สื่อมวลชนไทยตกเป็นเป้าของการจับจ้องและการตรวจสอบของสังคมเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นจึงควรเป็นโอกาสที่ดีสำหรับสื่อมวลชนไทยที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าในสถานการณ์ที่ล่อแหลมและเต็มไปด้วยการแข่งขัน สื่อมวลชนไทยยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสร้างสรรค์และมีจริยธรรม เพื่อที่จะรักษาไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือของสื่อในสายตาของสังคมต่อไป  

 

เรื่อง: THE STANDARD TEAM

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 


 

นายกสมาคมจิตแพทย์เตือนสื่อ เว้นระยะห่างการนำเสนอข่าวทีมหมูป่า สมาคมนักข่าวเตรียมถอดบทเรียนครั้งใหญ่ร่วมกับภาครัฐ

 

 

นอกจากภารกิจพาทีมหมูป่ากลับบ้านที่ประชาชนให้ความสนใจในวงกว้างแล้ว อีกแง่มุมหนึ่งยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูถึงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนหลายสำนักที่พยายามเกาะติดรายงานความคืบหน้าให้รวดเร็วที่สุด ท่ามกลางกรอบกติกาในพื้นที่การทำงานที่รัดกุม จนทำให้สื่อบางรายใช้วิธีการเข้าถึงข้อมูลอย่างไม่เหมาะสม และเกิดเป็นวิกฤตความน่าเชื่อถือตามมา

 

ก่อนหน้านี้สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ออกหนังสือแนะนำการสัมภาษณ์ผู้ประสบภัยทั้ง 13 คน หรือไกด์ไลน์ในการนำเสนอข่าวโดยร่วมกับสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย เพื่อวางกรอบกติกาการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และล่าสุดสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ได้ทำหนังสือ ‘ขอความร่วมมือ’ สื่อมวลชนคำนึงถึงจริยธรรมและสิทธิส่วนบุคคล รวมถึงผลกระทบต่อจิตใจและความรู้สึกของผู้ที่เกี่ยวข้องในการรายงานข่าวถ้ำหลวง เพราะขณะนี้สื่อมวลชนไทย ‘ตกเป็นเป้า’ การจับจ้องและตรวจสอบของสังคมเป็นอย่างมาก

 

เรื่องนี้สำคัญอย่างไร ทำไมสื่อจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎกติกาที่วางไว้อย่างเคร่งครัด

 

รศ.นพ.ชวนันท์ ชาญศิลป์ นายกสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ให้ความเห็นกับ THE STANDARD ว่า การเว้นระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างสื่อกับสมาชิกทีมหมูป่าหลังออกจากถ้ำถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผู้ที่ผ่านการเผชิญอุบัติภัยมาหมาดๆ อาจมีผลกระทบทางจิตใจค่อนข้างมาก ซึ่งกระบวนการฟื้นฟูจิตใจโดยทั่วไป คนไข้จะเก็บกักความทรงจำที่เลวร้ายนั้นไว้ ก่อนจะพยายามทำให้บรรเทาเบาบางลงเมื่อระยะเวลาผ่านไป ก่อนที่จะค่อยๆ เข้มแข็งขึ้นจนกลับสู่ภาวะปกติ

 

แต่หากถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ อาจจะทำให้กระบวนการดังกล่าวถูกรบกวน เพราะเมื่อต้องเล่าให้คนอื่นฟัง เด็กๆ ก็จะนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ และทำให้เด็กๆ รู้สึกเสมือนว่าต้องกลับไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นซ้ำๆ ทั้งที่ออกจากถ้ำมาแล้ว

 

แล้วเมื่อไรจะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนได้? สำหรับประเด็นนี้นายกสมาคมจิตแพทย์ฯ แนะนำว่า ระยะแรกควรปล่อยให้สมาชิกทีมหมูป่าได้กลับไปอยู่กับครอบครัวหลังการพักฟื้นร่างกายที่โรงพยาบาลก่อน เพราะการอยู่กับครอบครัวจะเป็นปัจจัยปกป้องที่จะทำให้ปัญหาสภาพจิตใจที่อาจจะเกิดขึ้นบรรเทาลงได้ หลังได้รับการปลอบประโลมแล้ว สภาพจิตใจก็จะค่อยๆ ดีขึ้น และกลับสู่ภาวะปกติที่สามารถพูดคุยเรื่องดังกล่าวได้อย่างสบายใจมากขึ้น

 

นอกจากนี้ รศ.นพ.ชวนันท์ ยังให้ความเห็นเกี่ยวกับมาตรการปกปิดชื่อของทีมหมูป่าที่ถูกช่วยออกมาแล้วว่า ในทางการแพทย์การปกปิดชื่อผู้ป่วยอาจไม่ได้มีผลในแง่ของการรักษา แต่น่าจะเป็นเหตุผลในแง่ของความเป็นส่วนตัว เพราะเมื่อมีการเปิดเผยรายชื่อ อาจะทำให้เกิดประเด็นความสนใจทั้งจากสื่อมวลชนและสังคมว่า แล้วพ่อแม่ของเด็กๆ ที่ยังไม่ถูกนำตัวออกมาจะรู้สึกอย่างไร ซึ่งอาจมีคนไปพยายามสอบถามในขณะที่เขามีความกังวลอยู่แล้ว ทำให้เกิดความเครียดมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สื่อควรหลีกเลี่ยง

 

“เหตุการณ์ที่ผ่านมาจริงๆ แล้วสื่อมีประโยชน์มาก เราต้องยอมรับว่าการช่วยของสื่อในครั้งนี้ คือการกระจายข่าวออกไป นำมาสู่ความช่วยเหลือมากมาย เพียงแต่อยากคำนึงถึงคำเตือนที่ออกมาในเวลานี้ ซึ่งเป็นการระมัดระวังผลกระทบด้านลบ ก็อยากให้เข้าใจตรงนั้น ผมคิดว่าสิ่งที่มีประโยชน์และสื่อทำได้คือการชี้นำประเด็นที่เอาไปเรียนรู้หรือเอาไปใช้ได้ในอนาคต เช่น การร่วมมือร่วมแรงกัน การปลุกปลอบใจกัน”

 

ด้าน ปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ให้ความเห็นกับ THE STANDARD ว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมต่อการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในเวลานี้ถือเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมาก เพราะจะทำให้สื่อที่ทำงานผิดพลาดมีการระมัดระวังตัวมากขึ้นในอนาคต

 

ส่วนบทลงโทษต่อสื่อที่นำเสนอข่าวไม่เหมาะสม สำหรับองค์กรวิชาชีพพอจะมีแนวทางอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ทันใจสังคม จึงจำเป็นต้องหารือ และถอดบทเรียนร่วมกันครั้งใหญ่ ไม่ใช่เฉพาะกับสื่อมวลชนด้วยกันเอง แต่ยังรวมถึงฝ่ายต่างๆ และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดว่าจะมีการนัดหารือกันเร็วๆ นี้

 

นอกจากนี้ นายกสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ยังแนะนำสื่อมวลชนให้นำเสนอข่าวอย่างถูกต้องตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และที่สำคัญคือต้องเคารพกติกาในพื้นที่อย่างเคร่งครัดด้วย

 

เรื่อง: เอกพล  บรรลือ

 


 

  • 13.43 น. สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอสื่อคำนึงถึงจริยธรรมและสิทธิส่วนบุคคล และผลกระทบต่อจิตใจ ความรู้สึกของผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการรายงานข่าวกรณีเด็กที่ได้รับความช่วยเหลือออกจากถ้ำหลวง เข้าใจดีถึงการแข่งขันเสนอข่าว ระวังการนำเสนอเรื่องส่วนตัว

 

 

  • 13.20 น. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่ม จ.ภูเก็ต แล้ว และขึ้นไปติดตามความคืบหน้าการค้นหาผู้สูญหายทันที

 


 

ไขคำถามคาใจ ทำไมไม่ควรเปิดเผยชื่อทีมหมูป่าที่ช่วยออกมาได้ต่อสาธารณชน

 

 

วานนี้ (8 ก.ค.) เมื่อเวลา 20.30 น. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย (ศอร.) ได้แถลงข่าวแห่งความสำเร็จในปฏิบัติการช่วยเหลือทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีพร้อมผู้ฝึกสอน 4 คนแรกออกมาจากถ้ำหลวงได้อย่างปลอดภัย นับเป็น 16 วันแห่งการรอคอยที่คุ้มค่าที่สุด

 

ขณะที่การปฏิบัติภารกิจได้กระทำอย่างรัดกุมเพื่อความปลอดภัยอย่างสูงสุด มีการขอความร่วมมือสื่อให้ออกจากพื้นที่ และปิดกั้นบริเวณพื้นที่ปฏิบัติภารกิจโดยรอบไม่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปยังบริเวณที่ต้องใช้เพื่ออำนวยการกู้ภัยในครั้งนี้

 

ประเด็นหนึ่งที่กลายเป็นปัญหาถกเถียงร้อนแรงในโลกโซเชียลก็คือการขอความร่วมมือไม่ให้มีการเปิดเผยชื่อของน้องๆ ในทีมหมูป่าอะคาเดมีหลังจากที่ช่วยเหลือออกมาได้ คำถามคือเหตุใดต้องลงลึกในรายละเอียดปลีกย่อยซึ่งเจ้าหน้าที่มองว่าเป็นส่วนสำคัญนี้ด้วย

 

ก่อนหน้านี้สื่อมวลชนหลายสำนักรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง แต่ไม่ได้เปิดเผยรายชื่อว่าเหตุที่ต้องขอความร่วมมือในการไม่เปิดเผยรายชื่อของเด็กที่สามารถช่วยออกมาได้ก่อนนั้น เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบกระเทือนความรู้สึกกับผู้ปกครองของเด็กที่ยังไม่ได้ออกมา

 

อย่างไรก็ตาม หากสังเกตในการรายงานข่าวและการออกมาเปิดเผยถึงความสำเร็จในการช่วยเหลือเด็กของหน่วยซีลจะมีการใช้รหัสเรียกขานแทนเด็กว่า ‘หมูป่า’ นั้น ในประเด็นนี้ นายบรรยงค์ สุวรรณผ่อง ประธานกรรมการจริยธรรมวิชาชีพ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และกรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยถึงการช่วยเหลือเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ว่ามีเหตุผลของการใช้รหัสดังกล่าวดังนี้

 

  • การนำใครออกมาก่อนเป็นความพร้อมของเด็กแต่ละคนที่ยังแตกต่างกัน
  • ระหว่างปฏิบัติการ แม้ประเมินแล้วว่าสามารถ ‘ส่งกลับ’ ได้ แต่ก็ยังเป็น ‘สถานการณ์’
  • แม้การเริ่มต้น ‘ส่งกลับ’ จะได้ ‘หมูป่า’ 4 ตัวมาพักฟื้นที่โรงพยาบาล แต่ก็ยังอยู่ในกระบวนการส่งกลับ การไม่เปิดเผยชื่อขณะปฏิบัติการจึงเป็นการคุ้มครองสิทธิของเด็กและเยาวชน และป้องกันความเข้าใจผิด ตลอดจนความรู้สึกใดๆ ที่ไม่เหมาะสมจากสังคม

 

ทั้งนี้นายบรรยงค์ยังได้ฝากถึงเพื่อนร่วมวิชาชีพด้วยว่าควรทำความเข้าใจและระมัดระวังการนำเสนอข่าวเพื่อคุ้มครองสิทธิของเด็กและป้องกันการเกิดประเด็นทางจริยธรรม โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่สังคมกำลังติดตามและตรวจสอบการทำงานของพวกเรา

 


 

นักเขียน CNN เผย ทำไมเราหยุดติดตามภารกิจช่วยทีมหมูป่าไม่ได้

 

ขณะนี้สายตาหลายต่อหลายคู่จากทั่วทุกมุมโลกกำลังเฝ้าจับจ้องมาที่ภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่าที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงเป็นระยะเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ ก่อนที่เจ้าหน้าที่และทีมช่วยเหลือจะเร่งทยอยนำตัวพวกเขากลับออกมาภายนอกถ้ำได้บางส่วนแล้ว ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อพักฟื้นร่างกาย

 

 

เจย์ พารินี หนึ่งในนักเขียนของสำนักข่าว CNN เปิดประเด็นตั้งคำถามว่าทำไมโลกจึงไม่ควรละสายตาจากภารกิจช่วยทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงครั้งนี้ โดยเขาชี้ให้เห็นว่าภารกิจในครั้งนี้ค่อนข้างยากลำบาก มีระยะทางที่ไกล มีกระแสน้ำไหลเชี่ยว การมองเห็นภายในถ้ำแทบจะเป็นศูนย์ นอกจากหัวใจที่กล้าหาญของทีมนักดำน้ำแล้ว เรายังจะต้องชื่นชมทักษะและความสามารถที่น่าทึ่งของพวกเขาเหล่านี้ด้วย

 

 

โดยภารกิจในครั้งนี้สร้างแรงบันดาลใจและความหวังให้กับผู้ที่เฝ้าติดตามข่าว ซึ่งทีมนักดำน้ำและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจกันของคนหลากหลายสัญชาติ ทั้งอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และชาติอื่นๆ อีกมากมายที่ส่งคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาให้ความช่วยเหลือทีมรัฐบาลไทยอย่างไม่ลังเล ภารกิจในครั้งนี้เป็นดังสัญลักษณ์ที่สะท้อนให้เห็นว่า ถึงแม้ว่าเราจะแตกต่างที่มา แต่โลกใบนี้ก็สามารถร่วมมือกันได้ อย่างน้อยก็ในช่วงเวลานี้ รวมพลังเพื่อมุ่งไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน

 

ภายในถ้ำหลวงแห่งนี้ไม่มีการแบ่งแยกสีผิว ความแตกต่างทางศาสนา หรือตั้งคำถามกับอัตลักษณ์ทางเพศว่าคุณเป็นเพศอะไร ไม่มีใครนำธงชาติของตัวเองเข้าไป หรือตั้งคำถามกับสิ่งที่กำลังจะทำอยู่เบื้องหน้า มีโอกาสน้อยมากๆ ที่เราจะประสบความสำเร็จในสถานการณ์ที่ยากลำบากขนาดนี้ แต่เมื่อทุกคนร่วมมือกัน ไม่เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตน ทุกอย่างก็เป็นไปได้

 

สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดจากภารกิจนี้คือสวัสดิภาพความปลอดภัยของโค้ชและเด็กๆ ทุกคนมาเป็นอันดับแรก ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม พวกเราทุกคนต่างก็เคยทำผิดพลาดและต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการเยียวยาแก้ไขความผิดพลาดนั้น โดยพารินีเชื่อว่าไม่มีใครจะมานั่งกังวลถึงงบประมาณที่ทุ่มให้กับภารกิจในครั้งนี้ เพราะพวกเราต่างรู้ดีว่าชีวิตของมนุษย์ไม่สามารถประเมินค่าเป็นเม็ดเงินได้

 

นอกจากนี้ชื่อของ จ่าเอก สมาน กุนัน อดีตหน่วยซีลที่อาสามาช่วยเหลือในภารกิจครั้งนี้และเสียชีวิตลงเมื่อไม่กี่วันก่อน จะถูกจดจำในฐานะหนึ่งในฮีโร่ที่ทุ่มเทและยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งจ่าเอก สมาน ได้แสดงให้เราเห็นว่าความกล้าหาญของเขาเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ที่สุดจริงๆ

 

จากสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกจึงเอาใจช่วยและเฝ้าติดตามภารกิจในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด โดยเขาขอให้ทั้ง 13 ชีวิต ทีมนักดำน้ำ และเจ้าหน้าที่ทุกคนกลับออกมาได้อย่างปลอดภัย

 

#พาทีมหมูป่ากลับบ้าน

 

อ้างอิง:

 


 

09.30 น. รมว.มหาดไทยพอใจช่วย 4 หมูป่าชุดแรก เผยใช้นักดำน้ำชุดเดิมช่วย 9 คนที่เหลือเพื่อป้องกันความผิดพลาด

 

 

หลังจากเมื่อวานนี้ (8 ก.ค.) ปฏิบัติการกู้ภัยช่วย 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมีสามารถนำสมาชิก 4 คนแรกออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ได้อย่างปลอดภัยนั้น

 

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าพอใจภาพรวม การให้ความช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี 4 คนแรก เพราะหลายฝ่ายได้ร่วมมือกันจนภารกิจประสบความสำเร็จ แต่ยอมรับว่ายังมีข้อผิดพลาดอยู่ และต้องนำมาปรับปรุงให้ดีขึ้นและสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งผู้บัญชาการ ศอร. จะประชุมและสรุปในช่วงเช้าวันนี้เพื่อประเมินแนวทางการช่วยเหลืออีก 9 คนที่เหลือ

 

ส่วนจะเริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือได้ในเวลาใดนั้นจะต้องรอฟังจากหน่วยงานปฏิบัติในพื้นที่อย่างเป็นทางการ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือจะต้องนำถังอากาศเข้าไปวางตามเส้นทางที่จะเข้าไปยังเนินนมสาว  

 

ทั้งนี้ได้กำชับไปว่าก่อนปฏิบัติงานจะต้องประเมินศักยภาพของเจ้าหน้าที่ชุดที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างละเอียดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย ซึ่งยังคงใช้นักดำน้ำชุดเดิมที่เข้าไปเมื่อวาน เพราะถือว่าได้เห็นสภาพภายในถ้ำและรู้แนวทางว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไร รวมถึงรู้ข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไขและจะต้องไม่ผิดพลาดซ้อน ดังนั้นหากมีการพผลัดเปลี่ยนกำลังก็อาจทำให้การทำงานไม่ต่อเนื่องและเกิดอุปสรรคขึ้นได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อแผนการช่วยเหลือทั้งหมด

 

ส่วนสุขภาพของทีมหมูป่า 4 คนนั้น พลเอก อนุพงษ์ ระบุว่าขณะนี้อยู่ในการดูแลของแพทย์ ซึ่งทุกคนแข็งแรงและปลอดภัย แต่ยังต้องตรวจสอบสุขภาพอย่างละเอียด

 

ทั้งนี้ในช่วงบ่ายวันนี้ตนเองจะลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายพร้อมกับนายกรัฐมนตรีเพื่อติดตามการทำงาน รวมถึงให้กำลังใจครอบครัวทีมหมูป่าและเจ้าหน้าที่ที่ร่วมปฏิบัติงานทุกนาย

 


 

09.00 น. ประมวลภาพวินาทีพาทีมหมูป่ากลับบ้านชุดแรก 4 คน

 

 

เสียงเฮลิคอปเตอร์และรถพยาบาลหน้าถ้ำหลวงเป็นสัญญาณว่าน้องๆ ทีมหมูป่าซึ่งติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน กำลังจะได้สัมผัสกับโลกภายนอกถ้ำเป็นครั้งแรก มันคือวินาทีแห่งความปลาบปลื้มของคนทั้งโลก

 

 

เมื่อวานนี้ (8 ก.ค.) ถือเป็นวันดีเดย์ ปฏิบัติการพาทีมหมูป่ากลับบ้านเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 10.00 น. โดยศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย (ศอร.) ออกคำสั่งด่วนที่สุดให้สื่อมวลชนและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องย้ายออกจากพื้นที่บริเวณหน้าถ้ำหลวง โดยให้ย้ายไปอยู่ที่ลานหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งผาแทน เพื่อเป็นการจัดระเบียบและเตรียมความพร้อม

 

 

ก่อนที่เวลา 17.40 น. ทีมหมูป่าคนแรกก็สามารถออกจากถ้ำหลวงได้สำเร็จ และทยอยออกมาอีก 3 คน รวมเป็น 4 คน โดยสำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ ยืนยันเวลาการนำทีมหมูป่าออกจากถ้ำ ดังนี้

 

  • คนที่ 1 เวลา 17.40 น.
  • คนที่ 2 เวลา 17.50 น.
  • คนที่ 3 เวลา 19.40 น.
  • คนที่ 4 เวลา 19.50 น.

 

 

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ในฐานะผู้บัญชาการ ศอร. ยืนยันนำทีมหมูป่าออกจากถ้ำถึงโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์โดยปลอดภัยแล้ว 4 คน และจะปฏิบัติการอีกครั้งเมื่อพร้อมในวันนี้ (9 ก.ค.) โดยทีมหมูป่าที่เหลือยังอยู่ที่จุดเดิมคือเนินนมสาว

 

 

Photo: Chiang Rai Public Relations Office, AFP

 


 

8 กรกฎาคม 2561

 

 

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ ยืนยันเวลาการนำทีมหมูป่าฯ ออกจากถ้ำ

คนที่ 1 เวลา 17.40 น.

คนที่ 2 เวลา 17.50 น.

คนที่ 3 เวลา 19.40 น.

คนที่ 4 เวลา 19.50 น.

ส่วนอีก 9 คนยังอยู่บริเวณเนินนมสาว ยืนยันจะเริ่มปฏิบัติการอีกครั้งภายใน 10 – 20 ชั่วโมง

 


 

21.oo น. ยืนยันนำทีมหมูป่าฯ ถึงโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โดยปลอดภัยแล้ว 4 คน ปฏิบัติการอีกครั้งเมื่อพร้อมใน 10-20 ชั่วโมง

8 ก.ค. เวลา 21.00 น. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย (ศอร.) ยืนยันนำทีมหมูป่าฯ ออกจากถ้ำถึงโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์โดยปลอดภัยแล้ว 4 คน



เตรียมประชุมเพื่อดำเนินการนำทีมหมูป่าฯ ออกจากถ้ำต่อไป โดยขณะนี้ถังออกซิเจนที่เตรียมไว้ใช้หมดแล้ว

 

เบื้องต้นจะต้องใช้เวลาเตรียมการประมาณอีกครั้ง 10-20 ชั่วโมง และจะดำเนินการอีกครั้งเมื่อพร้อมสมบูรณ์ โดยทีมหมูป่าฯ ที่เหลือยังอยู่ที่จุดเดิม

 


 

 

  • 20.45 น. ผู้บัญชาการ ศอร. ยืนยันว่าส่งน้องทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 4 คน ถึงโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์โดยปลอดภัยแล้ว

 

 

  • ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ทวีตข้อความระบุว่า สหรัฐฯ กำลังทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยอย่างใกล้ชิด ในภารกิจช่วยเหลือโค้ชและเด็กๆ ทุกคนออกจาก อย่างปลอดภัย พร้อมชื่นชมในความกล้าหาญและความสามารถของทุกคน

 

 

  • 19.50 น. น้องๆ ทีมหมูป่าออกจากถ้ำแล้ว 3 คน! เพจ Thai NavySEAL โพสต์ข้อความว่า “เวลา 19.35 น. หมูป่า 3 ตัว ออกจากถ้ำ” เพจ Thai NavySEAL รายงานยืนยันอีกครั้งว่า “เวลา 19.47 น. หมูป่าตัวที่ 4 ออกจากถ้ำ” รวมแล้วขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถนำตัวน้องๆ ทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าฯ ออกมาได้แล้วทั้งหมด 4 คน

 


 

16.30 น. ไม่ต้องรอ! อีลอน มัสก์ ขอเวลา 17 ชั่วโมง ส่งแคปซูลจากท่อออกซิเจนเหลวของจรวด Falcon 9 ช่วยทีมหมูป่าฯ

 

 

อีลอน มัสก์ ซีอีโอใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นนำของโลกอย่าง Tesla, SpaceX และ The Boring Company ทวีตข้อความชื่นชมทีมนักดำน้ำของไทย ที่เริ่มปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ทั้ง 13 ชีวิตที่ยังคงติดอยู่ภายในถ้ำหลวง เป็นระยะเวลานานเกือบ 2 สัปดาห์ โดยจะเร่งส่งสิ่งประดิษฐ์ตามมาสมทบ

 

ก่อนหน้านี้มัสก์ได้ทวีตข้อความว่า เขาและทีมนักวิจัยได้คิดค้นและออกแบบสิ่งประดิษฐ์ที่จะสามารถนำโค้ชและเด็กๆ ทุกคนกลับออกมาภายนอกถ้ำได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องให้พวกเขาดำน้ำ นั่นคือ ห้องแคปซูลที่ประดิษฐ์มาจากท่อออกซิเจนเหลวของจรวด Falcon 9 ของ SpaceX ซึ่งมีขนาดพอประมาณและน้ำหนักเบา สามารถขนย้ายด้วยนักดำน้ำเพียง 2 คน โดยมีขนาดเล็กพอที่จะสามารถลอดผ่านส่วนที่แคบที่สุดภายในถ้ำได้

 

ห้องแคปซูลดังกล่าวจะมีหูจับที่ใช้ในการเคลื่อนย้าย 8 จุด (ข้างหน้า 4 จุด และข้างหลัง 4 จุด) โดยตัวแคปซูลจะเชื่อมอยู่กับถังออกซิเจนทั้งหมด 4 ถัง เพื่อให้คนที่อยู่ภายในแคปซูลสามารถหายใจได้ อีกทั้งยังจะติดตั้งระบบเสียง MP3 ไว้ในแคปซูล เพื่อลดความเครียด และช่วยให้เกิดการผ่อนคลายอีกด้วย

 

โดยห้องแคปซูลดังกล่าวใช้เวลาในการสร้าง 8 ชั่วโมง และใช้เวลาในการขนส่งถึงประเทศไทยอีก 17 ชั่วโมง ไม่ว่าท้ายที่สุดห้องแคปซูลของ อีลอน มัสก์ จะได้ใช้ในภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตในถ้ำหลวง ก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะออกมาได้หรือไม่ แต่การคิดจริง ลงมือทำจริงของชายผู้รันวงการเทคโนโลยีโลกนี้ จะถูกพูดถึงต่อไป เพราะความตั้งใจจริงและอยากจะช่วยเหลือของเขา

 

#พาทีมหมูป่ากลับบ้าน

 


 

 

15.50 น. นายกฯ เตรียมบินด่วนรับขวัญทีมหมูป่าฯ 9 ก.ค. นี้ ศอร. เตือนเฟซบุ๊กปลอมอ้างชื่ออดีตผู้ว่าฯ เชียงราย

 

มีรายงานว่าทางทีมทำเนียบรัฐบาล แจ้งต่อสื่อมวลชนว่าขอเปลี่ยนแปลงวาระงาน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี วันจันทร์ที่ 9 ก.ค. 2561 นี้ โดยพลเอก ประยุทธ์ จะเป็นประธานในพิธีเปิดอาคาร และส่งมอบกุญแจห้องพักอาศัยโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงฯ ในเวลา 08.30 น. จากนั้นจะเดินทางไปจังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามการช่วยเหลือค้นหานักท่องเที่ยวที่สูญหายจากเหตุเรือล่ม ที่ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 41 ราย และก่อนหน้านี้ทางผู้นำของจีนฝากนายกฯ ช่วยดูแลนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ได้รับผลกระทบด้วย

 

ทั้งนี้พลเอก ประยุทธ์ ตั้งใจจะเดินทางต่อไปที่ถ้ำหลวง จ.เชียงราย ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน เพื่อไปพบผู้ปกครองและปลอบขวัญเด็กๆ ทีมหมูป่าฯ ที่คาดว่าจะออกจากถ้ำภายในวันนี้ช่วง 3 ทุ่ม ตามที่ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (ศอร.) แถลง  

 

ขณะที่เพจของหน่วยซีล Thai NavySEAL โพสต์การประสานมือรวมพลังกันในภารกิจนำตัวทีมหมูป่าฯ ออกมาจากถ้ำหลวง โดยระบุว่า “เรา”…ผนึกกำลังทั้งทีมไทยและทีมนานาชาติ นำน้องๆ ทีมหมูป่า…กลับบ้าน Hooyah @ 8 กรกฎาคม 2561 ซึ่งประทับใจประชาชนผู้ติดตามข่าวเรื่องนี้มาโดยตลอด จนเมื่อเวลา 14.00 น. พบว่ามีผู้กดไลก์โพสต์นี้กว่า 1.9 แสนไลก์ และแชร์กว่า 4 หมื่นครั้ง

 

ส่วน ศอร. แจ้งเตือนว่าขณะนี้มีการใช้บัญชีของ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการ ศอร. โดยใช้ชื่อว่า ‘Narongsak Osottanakorn’ และใช้ภาพของณรงค์ศักดิ์ ด้วย ศอร. ยืนยันว่า บัญชีดังกล่าวเป็นของปลอม

 

นอกจากนี้มีรายงานว่าสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ต่างปักหลักที่ด้านนอกโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อเกาะติดสถานการณ์ และทางโรงพยาบาลไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายใน

 


 

 

  • 15.06 น. สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผยแพร่วิธีการ โดยอุปกรณ์มีถังอากาศ และหน้ากากดำนำ้แบบเต็มหน้า ขั้นตอนการดำน้ำถึงโถง 3  ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ 2 นาย ประกบเด็ก 1 คน แล้วเดินทางไปตามสายนำทางที่วางไว้ เมื่อเจอช่องทางที่แคบมากจะปลดถังอากาศออกจากหลัง แล้วค่อยๆ กลิ้งถังแล้วพาผู้ร่วมทางออกไปตามช่อง จากโถง 3 ถึงปากถ้ำใช้การเดินเท้าออกมา ข้อดีคือเร็วและไม่ใช้ทรัพยากรมาก แต่ข้อควรระวังต้องใช้ความเชี่ยวชาญระดับสูงมากในการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ และเด็กๆ ก็ต้องมีการฝึกทักษะการดำน้ำ และพลังใจที่เข็มแข็ง ไม่ตื่นตระหนก

 

 

  • 14.45 น. ไม่ต้องรอผม! Elon Musk ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ หลังไทยเริ่มภารกิจ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมาว่า “ทีมนักประดาน้ำที่เก่งสุดๆ เป็นเรื่องสมเหตุสมผลว่ามรสุมมา ขอให้ปลอดภัย”

 


 

12.00 น. “ไม่มีวันใดที่เราพร้อมไปมากกว่านี้” ศอร. ประกาศนำทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง เร็วสุด 3 ทุ่มวันนี้

 

ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (ศอร.) แถลงวันนี้พร้อมที่สุดที่จะนำตัวทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายทั้ง 13 ชีวิตออกจากถ้ำ โดยปฏิบัติการเริ่มต้นตั้งแต่ 10.00 น. ที่ผ่านมา โดยหน่วยซีลและผู้เชี่ยวชาญเข้าไปในถ้ำเพื่อนำตัวทีมหมูป่าออกมา จะใช้วิธีให้เจ้าหน้าที่ประกบเดินออกมาเป็นคู่ๆ เพื่อดูแลอย่างใกล้ชิด

 

ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการ ศอร. กล่าวว่า สิ่งที่เป็นอุปสรรคสำคัญในช่วงปฏิบัติการที่ผ่านมาคือ ระดับของน้ำในถ้ำและเวลา การเจาะโพรงเพื่อนำตัวทีมหมูป่าออกมา ยังไม่พบโพรงที่มีศักยภาพแต่อย่างใด ขณะนี้มีความพร้อมในทุกด้านที่จะนำตัวทีมหมูป่าออกมาจากช่องทางปากถ้ำมีสูงที่สุด ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาก็ได้ปรับพื้นที่ ซักซ้อมทั้งทางอากาศและทางบกเพื่อเตรียมพร้อมอยู่ตลอด ตอนนี้ระดับน้ำในถ้ำลดลงมากจนโถง 1-3 สามารถเดินเชื่อมถึงกันได้แล้ว ขณะที่ความพร้อมทางด้านร่างกายของทีมหมูป่าถือว่าพร้อมมาก ประกอบกับสภาพอากาศ เชื่อว่าอีกไม่กี่วันจากนี้จะมีพายุเข้า และอาจทำให้เกิดฝนตกในพื้นที่ปฏิบัติการได้ วันนี้จึงถือเป็นวันที่พร้อมที่สุดที่จะต้องนำตัวออกมา โดยจะพาสมาชิกทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงได้คาดว่าเร็วที่สุดคือเวลา 3 ทุ่มคืนนี้ ซึ่งจะทยอยกันออกมาเรื่อยๆ จนครบจำนวน

 

สอดคล้องกับเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาที่ ทาง ศอร. ออกคำสั่งด่วนที่สุดให้สื่อมวลชนและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องย้ายออกจากพื้นที่บริเวณหน้าถ้ำหลวง โดยให้ย้ายไปอยู่ที่ลานหน้าองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โป่งผาแทน เพื่อเป็นการจัดระเบียบ เตรียมความพร้อม ก่อนจะแถลงข่าวช่วง 11.00 น. ที่ผ่านมา ซึ่ง ศอร. ขอความร่วมมือห้ามเข้าใกล้รัศมี 200 เมตรของสนามจอดเฮลิคอปเตอร์ และขอให้ยืนห่างจากจุดกลับรถและจุดเลี้ยวเพื่อให้รถพยาบาลใช้ความเร็วเพื่อนำตัวสมาชิกทีมหมูป่าไปที่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising