วันนี้ (22 กรกฎาคม) สืบเนื่องจากการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเดินทางเยือน 3 เมืองเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ นครเซี่ยงไฮ้ นครเฉิงตู และกรุงปักกิ่ง เพื่อกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีน และผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ โดยมีการประกาศความร่วมมือและดึงดูดการลงทุนจากจีนมูลค่ากว่า 70,000 ล้านบาทนั้น
ถูกตั้งสังคมตั้งคำถามถึงการกำกับดูแลผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุน โดยเฉพาะประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสารพิษจากภาคอุตสาหกรรม ว่ารัฐบาลไทยได้มีการหารือและวางแนวทางป้องกันร่วมกับฝ่ายจีนแล้วหรือไม่
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหัวข้อสำคัญในการหารือทุกครั้ง เราต้องพูดถึงเรื่อง Green, Green Energy และ Green Economy รวมถึงการใช้พลังงานและกระบวนการผลิตที่ไม่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งทุกฝ่ายมีความเข้าใจร่วมกัน นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยถึงปัญหาสารพิษในแม่น้ำกก จังหวัดเชียงรายด้วย
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ในวันที่ 3-4 สิงหาคมนี้ พล.อ. อาวุโส มิน อ่อง ลาย ประธานาธิบดีเมียนมา จะเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยจะมีการหารือปัญหาสารพิษในแม่น้ำกกอย่างจริงจัง ซึ่งประเทศไทยจะขอความร่วมมือจากรัฐบาลเมียนมาในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการเผาพืชทางการเกษตร และการปราบปรามต้นตอการผลิตยาเสพติด ซึ่งรัฐบาลไทยได้เตรียมข้อมูลและแนวทางหารือไว้ทั้งหมดแล้ว พร้อมเปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาได้เข้าพบตน โดยได้แจ้งถึงความกังวลของรัฐบาลไทย ก่อนการเยือนของประธานาธิบดีเมียนมา พร้อมย้ำว่าการเยือนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการพบปะตามพิธีการ หรือการตรวจแถวกองทหารเกียรติยศเท่านั้น แต่จะมีการหารือในประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ
เมื่อถามย้ำว่า ทางการจีนมีความเห็นอย่างไรต่อปัญหาสารพิษในแม่น้ำกก อนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยเรื่องนี้กับรัฐบาลจีน เพราะเป็นปัญหาระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งประเทศไทยและเมียนมาควรหารือกันให้เรียบร้อยก่อน


