×

ทิม พิธา ผู้นำในโลกแห่งป๊อปคัลเจอร์

28.09.2023
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

  • จากการจัดอันดับ TIME100 Next 2023 ผู้ทรงอิทธิพลแห่งอนาคตของนิตยสาร TIME มีชื่อของ ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลแห่งอนาคต ในหมวดผู้นำในปีนี้
  • เพียงแค่ประโยค “พ่อก็รักส้มนะครับ” คงไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดที่ทำให้ ทิม พิธา กลายมาเป็นไอดอลของคนรุ่นใหม่ได้ ความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นจนสามารถพาพรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้งคงไม่ได้มาจากประโยคๆ เดียว แต่อาจจะเป็นจากตัวตน ภาพลักษณ์ของเขา ที่ทำให้คนรุ่นใหม่สามารถยึดโยงและมองเห็นตัวเองในแง่มุมต่างๆ ในตัวเขา 
  • ทิม พิธา เติบโตมากับเสียงเพลงร็อก เฮฟวีเมทัล อย่างวง Iron Maiden, Metallica และ Black Sabbath ในขณะเดียวกัน เมื่อช่วงวัยรุ่นเขาก็เป็นแฟนตัวยงของ Nirvana, Oasis, Green Day และ Radiohead ก่อนที่ความสนใจในเรื่องดนตรีจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและอายุที่เพิ่มมากขึ้น ไปเป็นเพลงแนวแจ๊ส อย่างผลงานของ Bill Evans หรือ Chet Baker

 

ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

 

จากการจัดอันดับ TIME100 Next 2023 ผู้ทรงอิทธิพลแห่งอนาคตของนิตยสาร TIME มีชื่อของ ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลแห่งอนาคต ในหมวดผู้นำในปีนี้

 

ในฐานะนักการเมือง เขาเริ่มต้นเส้นทางการเมืองจากการได้เป็น สส. ในระบบบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่ จากการเลือกตั้งในปี 2562 ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกลหลังจากที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบพรรค และพาพรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้ง เป็นพรรคที่ได้ที่นั่ง สส. ในสภามากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด และเป็นการเลือกตั้งที่ทำให้คะแนนความนิยมของ ทิม พิธา พุ่งสูงขึ้นทั้งๆ ที่เคยผ่านการเลือกตั้งมาแล้วหนึ่งสมัย 

 

ว่าแต่ความนิยมนั้นมาจากไหน? ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่ใช่หน้าใหม่บนถนนการเมืองอีกแล้ว 

 

หากย้อนไปในช่วงการเลือกตั้ง หลายคนคงพอจะเคยผ่านตาคลิปไวรัลคลิปหนึ่งที่มีคนในคลิปพูดขึ้นมาว่า “ส้มรักพ่อนะคะ” ก่อนที่พิธาจะตอบกลับไปว่า “พ่อก็รักส้มนะครับ” ก่อนจะตามมาด้วยเสียงกรี๊ด และประโยคส้มรักพ่อก็กลายเป็นประโยคประจำด้อมส้มในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และส่งผลให้ความนิยมของพิธาและพรรคก้าวไกลพุ่งสูงขึ้นมาอย่างมากในโซเชียลมีเดีย

 

แต่เพียงแค่ประโยค “พ่อก็รักส้มนะครับ” คงไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดที่ทำให้ ทิม พิธา กลายมาเป็นไอดอลของคนรุ่นใหม่ได้ ความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นจนสามารถพาพรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้งคงไม่ได้มาจากประโยคๆ เดียว แต่อาจจะเป็นจากตัวตน ภาพลักษณ์ของเขา ที่ทำให้คนรุ่นใหม่สามารถยึดโยงและมองเห็นตัวเองในแง่มุมต่างๆ ในตัวเขา โดยเฉพาะตัวตนและภาพลักษณ์ที่เกี่ยวพันกับสิ่งที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจ ชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นดนตรี กีฬา ภาพยนตร์ หรือสิ่งที่เรียกว่าป๊อปคัลเจอร์

 

ทิม พิธา ร้องเพลง เล่นกีตาร์สดๆ ในรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ

 

นักการเมืองชาวร็อก

 

หลังจากที่ไปโชว์ลูกคอพร้อมเล่นกีตาร์เพลง คืนนี้…ขอหอม, ขอจันทร์ และ เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ ในรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2566 จนทำให้กลายเป็นไวรัลไปทั่วโซเชียลมีเดีย ประเด็นเรื่องความรักในเสียงดนตรีของ ทิม พิธา ก็กลายเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ทำให้ผู้คนสนใจในตัวเขามากขึ้น จนเกิดการ ‘ขุด’ เรื่องราวของเขากับดนตรีขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง 

 

ทั้งคลิปวิดีโอที่เขาเคยเล่นกีตาร์และร้องเพลง ขอจันทร์ ในอดีต ซึ่งเป็นเพลงที่ลูกสาวชื่นชอบ หรือเพลง สายลม ซิงเกิลแรกในชีวิตของเขาเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วที่ออกภายใต้ค่าย Monday Music ที่มีอยู่ในยูทูบก็กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง จนทำให้เขาได้กลับมาร้องเพลงฟีเจอริงแบบสนุกๆ กับ อั้ม วง Good September อีกครั้งหนึ่งในเพลง ลมหายใจ ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งคลิปไวรัลใน TikTok หรือการไปดูคอนเสิร์ตวง Cocktail ซึ่งหนึ่งในเพลงของวงอย่าง ไม่เป็นรอง กลับมาเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมอีกครั้ง จากไวรัลที่ถูกนำไปประกอบคลิปของหัวคะแนนธรรมชาติของพรรคก้าวไกล

 

@timpita วันนี้มาคอนเสิร์ต #cocktailclassics ครับ เป็นโชว์ที่ดีมากจริงๆ ขอบคุณทุกคนที่สร้างสรรค์โชว์แบบนี้ขึ้นมาครับ😊 #Cocktail #concert #พิธา #ไม่เป็นรอง ♬ original sound – timpita

;

ทิม พิธา ร่วมชมคอนเสิร์ต 

COCKTAIL CLASSICS A Symphony Orchestra Concert

 

ทิม พิธา เติบโตมากับเสียงเพลงร็อก เฮฟวีเมทัล อย่างวง Iron Maiden, Metallica และ Black Sabbath ในขณะเดียวกัน เมื่อช่วงวัยรุ่นเขาก็เป็นแฟนตัวยงของ Nirvana, Oasis, Green Day และ Radiohead ก่อนที่ความสนใจในเรื่องดนตรีจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและอายุที่เพิ่มมากขึ้น ไปเป็นเพลงแนวแจ๊ส อย่างผลงานของ Bill Evans หรือ Chet Baker

 

นอกจากความชื่นชอบในเสียงดนตรีของเขาจะทำให้เราเชื่อมโยงได้ในฐานะวัยรุ่น หรือคนที่เคยมีประสบการณ์ในช่วงวัยรุ่นคนหนึ่ง ที่คลั่งไคล้ในวงดนตรี หัดเล่นกีตาร์เพลงโปรด ตั้งวงกับเพื่อน ร้องเพลงจีบสาว หรือแม้กระทั่งมีความฝันจะได้ออกซิงเกิลเป็นนักร้องสักครั้งในชีวิต 

 

แต่ในฐานะนักการเมืองที่เรื่องราวเหล่านั้นได้ผ่านไปแล้ว เพียงแต่มันกลับมาเป็นประเด็นที่ทำให้ความนิยมของเขาเพิ่มมากขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ทิม พิธา เปลี่ยนกระแสความนิยมในความเป็นศิลปินของเขาไปสู่ความเป็นนักการเมือง ด้วยการเชื่อมโยงเรื่องราวของดนตรีไปสู่นโยบายของพรรค ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจบันเทิงยามกลางคืน การจัดแสดงคอนเสิร์ตกับเรื่องคราฟต์เบียร์ ธุรกิจทางวัฒนธรรมต่างๆ ที่ล้วนทำให้ความนิยมนั้นไม่ได้พุ่งตรงมาเพียงแค่ตัวเขาอย่างเดียว แต่กลับไปสู่พรรคการเมืองและนโยบายของพรรคได้อย่างน่าสนใจ

 

ภาพ: timpitaofficial / Facebook 

 

นักการเมืองข้างสนาม

 

ไม่เพียงแค่การดูคอนเสิร์ตเท่านั้นที่ทำให้เขาอยู่ในสปอตไลต์ในทุกๆ กิจกรรม การไปนั่งเชียร์วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยในแมตช์ที่เล่นกับตุรกีในศึก VNL 2023 ที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก ก็ทำให้ ‘เป็นข่าว’ อีกครั้งหนึ่ง แม้จะตามมาด้วยกระแสการ ‘หาแสง’ จากการไปดูวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ซึ่งเป็นกีฬาที่ชาวไทยจำนวนมากติดตามและเชียร์มาโดยตลอด 

 

ในทางหนึ่งอาจมองได้ว่ามันคือการหาเสียง แม้ว่าในช่วงเวลานั้นจะเสร็จสิ้นการเลือกตั้งไปแล้ว และเขาก็กำลังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยจากการที่พรรคก้าวไกลได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่หากย้อนไปดูชีวิตของพิธาก็จะเห็นได้ว่า เขาเป็นนักกีฬารักบี้หรือคร็อกเก็ตเมื่อครั้งไปเรียนที่ออสเตรเลีย และส่วนตัวก็เป็นหนุ่มนักกีฬาที่เล่นกีฬาหลากหลายประเภท ทั้งฟุตบอล, วิ่ง, ว่ายน้ำ, แบดมินตัน, สควอช, มวย, ปีนผา, ไคต์บอร์ด ไปจนถึงโยคะ 

 

ความเป็นนักกีฬาและนักเชียร์กีฬา ไม่เพียงทำให้เขาสามารถเข้าไปข้างสนามวอลเลย์บอลได้อย่างไม่เคอะเขินแล้ว เขาก็ยังสามารถแสดงวิสัยทัศน์ในฐานะนักการเมืองในเรื่องกีฬาเพื่อต่อยอดจากการเป็นแค่ผู้ไปเชียร์ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนาโรงเรียนกีฬาที่ต้องไปพร้อมกับวิทยาศาสตร์การกีฬาและสวัสดิการนักกีฬา รวมไปถึงการเชื่อมโยงกีฬาเข้าสู่เรื่องเศรษฐกิจอีกด้วย

 

ภาพ: BeOnCloudOfficial 

 

นักการเมืองบนพรมแดงงานเปิดตัวภาพยนตร์

 

ถือเป็นเซอร์ไพรส์เมื่อในงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง แมนสรวง ภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนที่มีกลิ่นอายบอยเลิฟ โดยคู่จิ้น มาย-อาโป ปรากฏว่า ทิม พิธา เป็นอีกหนึ่งแขกที่ไปร่วมเดินพรมแดงในงานเปิดตัวภาพยนตร์ ในชุดทักซิโด้สีแดง รวมไปถึงการไปร่วมชมภาพยนตร์เรื่อง MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม ผลงานล่าสุดของผู้กำกับมากความสามารถ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล และยังได้ภาพถ่ายร่วมกับวง ATLAS ศิลปินบอยแบนด์จากค่าย XOXO Entertainment ที่มีส่วนร่วมกับการทำเพลงประกอบในภาพยนตร์เรื่องนี้

 

และหากย้อนไปไกลกว่านั้นก็จะพบว่า เขาและสมาชิกพรรคก้าวไกลก็เคยร่วมเดินพรมแดงงาน World Film Festival of Bangkok ครั้งที่ 15 มาแล้ว ซึ่งในครั้งนั้นพิธาเองก็เคยกล่าวถึงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในไทยไว้ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิเสรีภาพในการทำภาพยนตร์ด้วย กับประเด็นเรื่องการจัดทำ พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯ ที่ให้เสรีภาพคนทำภาพยนตร์มากขึ้น การมีหน่วยงานดูแลด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือแม้แต่เรื่องงบประมาณสนับสนุนงานวัฒนธรรม

 

พิธากับวงการบันเทิงนั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่เพียงแค่อดีตภรรยา ต่าย ชุติมา จะเป็นนักแสดงแล้ว ตัวเขาเองก็คลุกคลีกับวงการบันเทิงมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นในฐานะนายแบบที่เคยมีผลงานในนิตยสารแฟชั่นมากมาย หรือการเป็น 1 ใน 50 หนุ่ม CLEO ในปี 2008 และตัวเขาเองยังเคยเล่าว่า ในช่วงหนึ่งของชีวิตเคยไปออดิชันภาพยนตร์เรื่อง ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น ของ GTH (ในเวลานั้น) มาแล้ว 

 

การปรากฏตัวของเขาบนพรมแดงงานเปิดตัวภาพยนตร์จึงเป็นเรื่องที่ดูไม่ได้ห่างไกลไปจากตัวเขามากนัก เพราะหาก ทิม พิธา ไม่ได้เติบโตมาเป็นนักการเมือง นักธุรกิจ เราอาจจะได้เห็นเขาในฐานะนักร้อง นักดนตรี หรือแม้กระทั่งการเป็นนักแสดงก็เป็นได้

 

ภาพ: THE STANDARD 

 

นักการเมืองในโลกของป๊อปคัลเจอร์

 

แม้จากการที่เราได้เห็น ทิม พิธา ปรากฏตัวหรือมีความเกี่ยวพันอยู่ในโลกของป๊อปมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นบนพรมแดงงานเปิดตัวภาพยนตร์ กลางคอนเสิร์ตของศิลปินดัง เล่นกีตาร์โชว์ในรายการข่าวสุดฮิต ยืนเชียร์กีฬาข้างสนามวอลเลย์บอล ฯลฯ นัยหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า มันคือการหาเสียงหรือสร้างความนิยมในฐานะที่เขาเป็นนักการเมือง และโลกของป๊อปคัลเจอร์ก็เต็มไปด้วยความสนใจของผู้คนมากมาย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นฐานเสียงหลักของพรรคก้าวไกล

 

แต่อีกนัยหนึ่งเราก็อาจจะได้เห็นคำตอบบางอย่างว่า ทำไม ทิม พิธา ถึงได้ก้าวขึ้นมาได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากคนรุ่นใหม่ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ประโยคที่ว่า “พ่อก็รักส้มนะครับ” อย่างแน่นอน แต่นั่นเป็นเพราะเขาสามารถเกาะเกี่ยวเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ได้ด้วยป๊อปคัลเจอร์ การดูหนัง ฟังเพลง เล่นดนตรี เชียร์กีฬา แม้กระทั่งวัฒนธรรมการดื่ม การเสพสิ่งต่างๆ 

 

ไม่เพียงแค่นั้น เขายังสามารถทำให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นว่า คนที่มีรสนิยมเดียวกันหรือคล้ายกัน พูดภาษาเดียวกัน เข้าใจเรื่องเดียวกัน ไม่เพียงในทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเรื่องวัฒนธรรมอย่างป๊อปคัลเจอร์ด้วย เป็นคนที่มีอยู่ในสนามการเมืองที่เรามักจะนึกว่ามีเพียงแต่ผู้อาวุโสที่อยู่โลกคนละใบเท่านั้น เป็นคนที่จะเข้าใจพวกเขาและเป็นตัวแทนของพวกเขา เป็นปากเป็นเสียงแทนพวกเขา พูดและเรียกร้องสิ่งต่างๆ แทนพวกเขา 

 

และสิ่งเหล่านี้นี่เองที่ทำให้ ทิม พิธา สามารถเชื่อมโยงการเมืองเข้ากับโลกของป๊อปคัลเจอร์ และกลายมาเป็นพลังที่ส่งให้เขากลายเป็นผู้นำของคนรุ่นใหม่ ที่ไม่เพียงแค่ดีดกีตาร์ร้องเพลง ดื่มคราฟต์เบียร์ ปีนผา เชียร์กีฬา ดูภาพยนตร์อาร์ต ฯลฯ ในแบบคนรุ่นใหม่ได้เท่านั้น แต่ยังสามารถเข้าไปต่อสู้ในรัฐสภาได้เช่นเดียวกัน 

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising