×

ผัดไทยไม่ใช่อาหารทิพย์ ย้อนอดีตถึงปัจจุบันของ ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี

17.03.2018
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

7 Mins read
  • ลูกค้าที่ต่อแถวยาวในแต่ละวันส่วนใหญ่ 60% คือคนเกาหลี จีน ญี่ปุ่น และอเมริกา ทั้งนี้ทางร้านทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี มีผู้จัดการและพนักงานกว่า 40 คน คอยดูแลพร้อมบริหารจัดการคิว มีโต๊ะรองรับลูกค้าประมาณ 50 โต๊ะ รวมกว่า 200 ที่นั่ง
  • พ.ศ. 2460 คุณยายฮวย ภู่ศาสตร์ พื้นเพเป็นคนกระทุ่มแบน มีอาชีพพายเรือขายพืชผลที่เก็บเกี่ยวได้ตามฤดูกาลตามคลองภาษีเจริญ เป็นผู้คิดค้นสูตรผัดไทยของทิพย์สมัย
  • พ.ศ. 2490 คุณสมัย ใบสมุทร เริ่มขายผัดไทยที่มหาชัยตามสูตรของคุณยายฮวย ผู้เป็นมารดา แล้วย้ายมาขายที่สี่แยกประตูผี มีโอกาสได้ต้อนรับ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น จนถึง พ.ศ. 2509 คุณสมัยได้ตั้งชื่อร้านว่าทิพย์สมัย ซึ่งจะเรียกติดปากกันว่า ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี หรือผัดไทยประตูผี นั่นเอง

เมื่อเอ่ยถึงอาหารซึ่งเป็นอาหารประจำชาติของไทยเราอย่างผัดไทยขึ้นมาเมื่อใดแล้วล่ะก็ ชื่อของร้าน ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี ย่อมติดโผขึ้นมาเป็นรายชื่อแรกๆ อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะด้วยเป็นร้านเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมาหลายสิบปี หรือการต่อคิวของบรรดานักรับประทานทั้งชาวไทยและเทศเป็นแถวยาวเหยียด เพื่อรอที่จะเข้าไปนั่งภายในร้านตั้งแต่ยามที่ร้านยังไม่เปิดไปจนถึงดึกดื่นมืดค่ำก็ยังไม่ซา

 

ผัดไทยของทิพย์สมัยมีอะไรดี หลายคนที่ยังไม่เคยลิ้มลองอาจจะนึกสงสัย และหลายรายที่เคยลิ้มลองก็มีจำนวนไม่น้อยที่บอกว่า ‘ไม่ปลื้ม’ บ้างก็เลยเถิดไปถึงเสียงก่นด่าสาดเสียเทเสีย แต่คำถามคือทำไมร้านผัดไทยเก่าแก่ร้านนี้จึงเป็นร้านผัดไทยมหัศจรรย์ที่อยู่ยั้งยืนยงและขายดิบขายดีขนาดนั้น ในบทความชิ้นนี้ THE STANDARD พยายามจะตอบคำถามเหล่านี้

 

ร้านทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี ในระยะแรกเริ่ม

 

ย้อนอดีตตำนาน ‘ทิพย์สมัย’ จากอดีตสู่ปัจจุบัน

ย้อนกลับไปในอดีต ร้านทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี มีจุดกำเนิดมาจากร้านค้าตั้งโต๊ะไม้เก่าๆ โดยมีเตาเล็กๆ หนึ่งใบที่ใช้ในการปรุงอาหารตั้งอยู่บนฟุตปาธใกล้สี่แยกสำราญราษฎร์ หรือที่เดิมเรียกกันว่าประตูผี ร้านนี้มีแม่ครัวคือ คุณสมัย ใบสมุทร พื้นเพเป็นคนกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ครอบครัวคุณสมัยมีอาชีพทำสวนทำไร่ กิจวัตรประจำวันของคุณสมัยตั้งแต่เด็กจนโตเป็นสาวก็คือช่วยมารดาพายเรือขายของตามคลองภาษีเจริญและคลองมหาชัยตั้งแต่เช้ามืดจนพลบค่ำทุกวัน และยังต้องรับจ้างทำงานอีกหลายต่อหลายอย่าง คุณสมัยนั้นมีฝีมือในการปรุงอาหารไม่น้อย

 

คุณสมัย ใบสมุทร

 

ครั้นย่างเข้าวัยสาว คุณสมัยได้ตกลงใจแต่งงานกับ คุณโชติ ใบสมุทร ซึ่งมีพื้นเพเป็นคนมหาชัย เมื่อออกเรือนแล้ว คุณสมัยได้ย้ายตามสามีมาอยู่ที่มหาชัย ช่วงที่ดำเนินชีวิตอยู่ในครอบครัวนั้นก็ได้ศึกษาหาความรู้ในการปรุงอาหาร คุณสมัยเริ่มขายผัดไทยจากสูตรที่ได้รับตกทอดมาจากมารดาก็คือ ผัดไทยเส้นจันท์ใส่มันกุ้ง ใส่กุ้งทะเลสดตัวใหญ่ๆ แล้วนำไปห่อไข่ จึงทำให้ผัดไทยของคุณสมัยถูกปากผู้คนที่ได้ลิ้มรส และในเวลานั้นเอง ธุรกิจเรือประมงของคุณโชติประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่อง คุณโชติและคุณสมัยจึงได้ตัดสินใจก้าวต่อไปข้างหน้าโดยการเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อมองหาทำเลขายอาหาร และหลังจากได้พิจารณาสถานที่ต่างๆ อยู่เป็นเวลานานจนเงินที่มีอยู่เริ่มจะหมดก็ตกลงใจที่จะเริ่มต้นขายผัดไทยในย่านสำราญราษฎร์ (ใกล้สี่แยกประตูผี)

 

เมื่อได้ทำเลที่ตั้งแล้ว คุณสมัยก็เริ่มขายผัดไทยโดยตั้งโต๊ะเก่าๆ พร้อมเตาถ่านใบเล็กๆ ยืนผัดอยู่หน้าร้านบนฟุตปาธในทุกค่ำคืน โดยในขณะนั้นขายผัดไทยอยู่ที่จานละ 1.50 บาท หากใส่ไข่ก็เพิ่มอีก 50 สตางค์ เริ่มต้นขายได้ไม่นาน จากที่พอขายได้ก็เริ่มขายดีจนทำไม่ทันทุกวัน และกลายเป็นผัดไทยที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุด เมื่อมีรายได้พอเพียงจึงไปขอเช่าห้องแถวอาคารพาณิชย์ในละแวกใกล้เคียงเพื่อขายผัดไทยในตอนกลางคืน ซึ่งก็ทำให้มีลูกค้าแห่มาอุดหนุนผัดไทยมากขึ้นเป็นเท่าตัว ด้วยความที่ขายดีจึงมักจะถูกเจ้าของห้องขึ้นค่าเช่าอยู่บ่อยๆ จนในที่สุดคุณสมัยก็ถูกไล่ที่ไม่ให้เช่า แต่คุณโชติและคุณสมัยก็เลือกที่จะสู้โดยเปิดร้านขายผัดไทยติดกับห้องเช่าเดิม ด้วยความมุ่งมั่นและอดออมก็สามารถเซ้งร้านที่อยู่ใกล้กับห้องเช่าเดิมได้สำเร็จ ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นถือเป็นเพียงหน้าแรกของประวัติศาสตร์ทิพย์สมัยในยุครุ่งเรือง แต่ที่หลายคนไม่รู้ก็คือผัดไทยทิพย์สมัยเองก็ผ่านช่วงภาวะตกต่ำจนเกือบต้องปิดกิจการมาเช่นกัน

 

“ตั้งแต่ที่คุณแม่เริ่มป่วยจนคุณพ่อต้องทำหน้าที่ลุกขึ้นมาดูแลร้านตั้งแต่ช่วง พ.ศ. 2540 ประกอบกับช่วงเวลานั้นประเทศไทยประสบกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ร้านของเราก็เริ่มซบเซาขึ้นเรื่อยๆ ช่วงนั้นถือเป็นช่วงตกต่ำของทิพย์สมัย จนวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 คือวันที่ผมเริ่มเข้ามารับหน้าที่ดูแลต่อจากเตี่ย แล้วก็เริ่มพัฒนาร้านขึ้นมาตามแนวทางของเรา” คุณหนุ่ย-ดร.ศีขรเชษฐ์ ใบสมุทร ทายาทผู้สานต่องาน ผู้ดูแลทิพย์สมัยรุ่นที่ 3 เล่าถึงเรื่องราวสมัยที่เขาเพิ่งรับช่วงต่อจากคุณพ่อมาหมาดๆ

 

“ช่วงนั้นสุขภาพของคุณแม่แย่มากครับ ท่านเป็นเบาหวานและต้องตัดขาทั้งสองข้าง ด้วยความที่แม่เป็นผู้ป่วยนอนติดเตียง เตี่ยจึงต้องเป็นคนลงมือทำ และด้วยความที่เตี่ยท่านอายุมากแล้ว จึงไม่สามารถที่จะลงรายละเอียดไปยังจุดต่างๆ ที่จะสร้างความพอใจให้กับลูกค้าและพนักงานทุกคนได้ ซึ่งช่วงนั้นถือเป็นช่วงที่ร้านทิพย์สมัยเริ่มเสื่อมคลายความนิยมลง จนถึง พ.ศ. 2555 เตี่ยก็อายุ 93 ปี ท่านทำงานต่อไม่ไหวแล้ว ตอนนั้นสถานการณ์ของร้านแย่มาก ไม่มีลูกค้าแล้ว กำไรก็ไม่มี ทางเราต้องแบกรับภาระวัตถุดิบ ค่าแรงลูกน้อง ค่าใช้จ่ายอะไรหลายอย่าง จนกระทั่งเตี่ยท่านวางมือ ผมจึงมาสานงานต่อ

 

“ตอนที่ผมเข้ามารับช่วงดูแลร้าน พนักงานกว่าครึ่งลาออก จากที่มีพนักงานอยู่ 20 กว่าคนก็ลาออกจนเหลือเพียงแค่ 7 คน เพราะผมเป็นคนเจ้าระเบียบ ชอบความสมบูรณ์แบบ ตอนนั้นเตี่ยผมคิดว่าร้านจะต้องเจ๊งแน่นอน แต่เมื่อผมเริ่มมาทำงาน เริ่มที่จะวางแผน และอดทนจนเริ่มมีลูกค้ากลับมา เตี่ยก็บอกว่าทำไมตอนท่านขายจึงไม่มีลูกค้าแบบนี้”

 

สิ่งที่คุณหนุ่ยทำในตอนนั้นคือเขาทำแบบสอบถามมาประมาณพันกว่าชุดเพื่อที่จะหาคำตอบว่าลูกค้าต้องการอะไร หนึ่งในคำตอบนั้นนำไปสู่การปรับปรุงร้านและทำห้องแอร์ขึ้นมาเพื่อรับรองลูกค้า แต่ก็พยายามที่จะรักษาบรรยากาศดั้งเดิมไว้ให้มากที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อเก็บรักษาความทรงจำและประวัติศาสตร์ของทิพย์สมัยเอาไว้ให้กับลูกค้าประจำ

 

คุณหนุ่ย-ดร.ศีขรเชษฐ์ ใบสมุทร ผู้สานต่อรุ่นที่ 3

 

“ตอนที่ผมทำแบบสอบถามชุดนี้ มีคุณลุงท่านหนึ่งซึ่งเป็นลูกค้าเก่าแก่ของร้านเรียกผมไปนั่งคุยด้วย แล้วบอกว่าการทำแบบสอบถามแบบนี้ก็ดี เพราะมันทำให้เกิดการพัฒนาขึ้น แต่ท่านก็บอกด้วยว่าท่านมารู้จักกับร้านนี้ได้ก็เพราะว่าปู่กับย่าของคุณลุงอุ้มจูงมา และลุงก็นั่งอยู่ที่โต๊ะนี้แหละ แล้วลุงก็พาหลานของลุงมากินผัดไทยที่นี่ และสอนให้เขากินผัดไทยเหมือนกับที่ปู่ของลุงสอนให้กิน ดังนั้นถ้าผมจะปรับปรุงร้านและปรับเปลี่ยนบรรยากาศร้านเสียใหม่หมด ลุงจะเอาเรื่องเล่าเก่าๆ ที่ไหนมาเล่าให้หลานของลุงฟัง ผมฟังดูแล้วมันหมายถึงความอบอุ่นและเรื่องราวที่ร้านเรามี จึงไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรอย่างอื่นมากนัก แม้เราจะทำห้องแอร์ใหม่ทั้งหมดเพื่อรองรับลูกค้า แต่บรรยากาศต้องเป็นเหมือนเดิมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยที่ไม่เฟก”

 

 การที่มีลูกค้ามารับประทานที่ร้านเราเป็นร้อยเป็นพันคน จะถูกปากถูกใจทั้งร้อยทั้งพันคนนั้นเป็นไปไม่ได้ แต่เราก็พยายามที่จะรักษามาตรฐานรสชาติตามแบบฉบับของเราเอาไว้

 

ผัดไทยในแบบ ‘ทิพย์สมัย’ ความอร่อยที่ไม่ได้ถูกใจเหมือนกันทุกคน

“เรื่องรสชาตินั้น แน่นอนว่าต้องมีการปรับเปลี่ยนสูตรไปตามแต่ละยุคสมัย ทั้งนี้ก็เพราะคุณภาพของวัตถุดิบในแต่ละยุคสมัยนั้นมีการเปลี่ยนแปลง เราต้องยืนพื้นในเรื่องของรสชาติตามแบบฉบับของทางร้านและปรับวัตถุดิบตาม เชื่อไหมครับว่าพนักงานของที่ร้านนี้ต้องกินผัดไทยกันทุกวัน และที่สำคัญคือเราจะมีการทดสอบรสชาติกันเป็นประจำด้วย พูดแล้วจะหาว่าสร้างภาพ เดี๋ยวรอแป๊บหนึ่งนะครับ” ว่าแล้วคุณหนุ่ยก็วิทยุไปเรียกพนักงานในร้านให้นำใบประเมินรสชาติอาหารออกมา ซึ่งมีช่องสำหรับกรอกให้คะแนนต่างๆ อยู่หลายช่อง

 

“ที่ร้านเราจะมีการทดสอบอาหารกันเป็นประจำ และคนที่เป็นคนทดสอบก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เราให้พนักงานในร้านทุกคนผลัดกันชิมและประเมินให้คะแนนกับคนที่ผัดว่ารสชาติเป็นอย่างไร หน้าตาเป็นอย่างไร น่ารับประทานไหม สีสันได้เงาหรือเปล่า พนักงานที่ร้านของเราจะต้องกินผัดไทยกันทุกวัน และถ้าวันไหนที่มีรสชาติผิดเพี้ยนไป เขาก็จะรับรู้ได้ในทันที ที่ผมทำอย่างนี้ก็เพราะอยากจะให้พนักงานได้มีส่วนร่วม กระตือรือร้น และเป็นการรักษามาตรฐานให้คงที่อยู่ตลอดเวลา”

 

ใช้เตาถ่านในการทำผัดไทยเพื่อให้ได้กลิ่นหอมและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยใช้ไม้โกงกางที่ให้ความร้อนสูง ขี้เถ้าน้อย และมีชั่วโมงการเผาไหม้นาน

 

ในส่วนของรสชาติผัดไทยตามแบบฉบับของทิพย์สมัยที่เรามักจะได้ยินหลายคนติงถึงในเรื่องรสชาติความหวานนั้น เจ้าของร้านรุ่นปัจจุบันตอบว่าผัดไทยสูตรมาตรฐานของที่ร้านทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี นั้นต้องมีรสชาติหวานนำนิดๆ รวมทั้งมีสีและกลิ่นของน้ำตาลไหม้หน่อยๆ เมื่อหวานนำแล้วก็จะต้องตามด้วยรสเค็มและรสเปรี้ยว ซึ่งจะต้องมาเสมอกัน ทั้งนี้คุณหนุ่ยยังกล่าวอีกว่าผัดไทยแต่ละร้านก็จะต้องมีสูตรและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองอยู่แล้ว ผัดไทยภาคกลางแท้ๆ จะใช้น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลโตนด เส้นจะสีเหลืองอมน้ำตาล ส่วนจันทบุรีก็จะมีเป็นสีส้มๆ ใส่เครื่องแกงและปูตัวเล็กๆ หรือที่เรียกว่าปูกะตอย แต่ละภูมิภาคต่างกัน แล้วแต่วัตถุดิบพื้นบ้านนั้นๆ

 

ผัดไทยธรรมดาสูตรมาตรฐานของทางร้าน สีน้ำตาลอ่อน ออกหวานนิดๆ หอมน้ำตาลไหม้หน่อยๆ (60 บาท)

 

ผัดไทยเส้นจันท์มันกุ้งห่อไข่กุ้งสด (90 บาท)

 

ผัดไทยทรงเครื่อง กุ้ง ปู ปลาหมึกล้วนคุณภาพดี เป็นลายเซ็นของร้าน (300 บาท)

 

“แต่ผัดไทยของทิพย์สมัยต้องมีรสชาติประมาณนี้ สูตรดั้งเดิมของร้านทิพย์สมัยต้องหวานนำนิดๆ ตามด้วยเปรี้ยว เค็ม เพราะที่สุดแล้วถ้าไม่ชอบใจก็ยังใช้เปรี้ยวตัดได้เพื่อที่จะรักษาอัตลักษณ์ของเราเอาไว้ สมมติว่าเรานั่งกันอยู่ 5 คนแล้วผมชอบหวาน ส่วนคนอื่นๆ ชอบเปรี้ยว ชอบเผ็ด ชอบเค็ม ไหนจะเรื่องความแฉะ ความแห้ง ชอบใส่หรือไม่ชอบใส่ถั่วงอก ฯลฯ

 

“เมื่อความชอบของคนเราแตกต่างกัน ทุกร้านจึงต้องตั้งเครื่องปรุงเอาไว้ให้ลูกค้าปรุงเพิ่มตามความพอใจ เพราะการที่มีลูกค้ามารับประทานที่ร้านเราเป็นร้อยเป็นพันคน จะถูกปากถูกใจทั้งร้อยทั้งพันคนนั้นเป็นไปไม่ได้ แต่เราก็พยายามที่จะรักษามาตรฐานรสชาติตามแบบฉบับของเราเอาไว้ ซึ่งสำหรับใครที่ไม่ชอบ เราไม่ว่ากัน ลูกค้าบางคนอาจจะบอกว่าผัดไทยของเราหวานเกินไปหรือไม่ชอบรสชาติแบบนี้ เราก็ยังขอขอบคุณที่เขายังให้คำติชมมาเพื่อที่เราจะได้ตระหนักเอาไว้ แล้วนำคำติเหล่านั้นกลับไปทบทวนว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า”

 

 

‘ประกายมันกุ้ง’ ทิพย์สมัยใช้เส้นจันท์ มันกุ้ง กุ้งทะเลสด ห่อไข่ และใช้มันกุ้งสดๆ ที่ได้มาจากกุ้งตัวใหญ่ส่งตรงจากท่าเรือมาใช้ที่ร้านเพื่อเข้าสู่กระบวนการปรุงซอสมันกุ้งสูตรลับ

 

ทิพย์สมัยโดนประจำ ลูกค้าไม่ถูกอกถูกใจ ขัดใจก็ด่าลงโซเชียล

“สมัยก่อนมี 2 กลุ่ม กลุ่มแรกมาแบบว่า ‘รู้ไหมฉันเป็นใคร’ กลุ่มที่สองเป็นพวกลูกค้าที่ชอบโวยวาย ไม่ชอบรอนาน เพิ่งจะมาเจอกลุ่มใหม่ที่อยากจะลัดคิวขอเข้าร้านก่อน แล้วจะให้เข้าได้อย่างไร ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเขาก็ยืนดูอยู่ แล้วก็จ้องทุกสายตา

 

“และก็มีลูกค้าประเภทที่ว่านำอาหารจากข้างนอกเข้ามารับประทาน ซึ่งมันเป็นกฎของเราว่าห้ามทำเช่นนั้น และเป็นมารยาทที่พึงกระทำในร้านอาหารอยู่แล้วด้วย แต่คนไทยเราก็เป็นแบบนี้ ชอบทำอะไรตามใจตัวเอง ฉันเป็นคนไทย ลูกค้าคือพระเจ้า ฉันเอาเงินมาให้ ฉันจะกินอะไรหรือจะทำอะไร ฉันก็ต้องได้อย่างนั้น พอเราให้ไม่ได้ก็วีนแตก แล้วคนเราสมัยนี้ก็มีโทรศัพท์มือถือ มีพื้นที่โซเชียลมีเดีย บางทีได้โพสต์ด่าแล้วก็ลืมไปว่าตัวเองได้ทำอะไรที่ส่งผลกระทบต่อคนอื่น เพราะฉันได้ด่า ได้ระบายก็สบายใจแล้ว ซึ่งก็มีแบบนี้มาเรื่อยๆ รายล่าสุดเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้เองนะครับ ซึ่งแบบนี้ผมว่ามันไม่สร้างสรรค์”

 

ทุกวันก่อนเปิดร้าน พนักงานชาวทิพย์สมัยจะต้องสวดมนต์เพื่อแผ่เมตตาให้กับกุ้ง ปู ที่นำมาปรุงอาหาร รวมถึงพูดคุยถึงหน้าที่รับผิดชอบและสถานการณ์ของร้านในแต่ละวันด้วย

 

คุณหนุ่ยเล่าให้ฟังถึงความคับข้องใจ เพราะในขณะที่ทีมทำงานของทิพย์สมัยพยายามรักษามาตรฐานของอาหารและให้บริการตามแนวทางของร้านให้ดีที่สุดเพื่อลูกค้า แต่เมื่อมีอะไรไม่ต้องจิตต้องใจ เสียงก่นด่าในโลกออนไลน์กลับไปได้ไกลเกินคาดคิด นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้าของร้านต้องออกมาสื่อสารกับสังคมบ้าง

 

เราเปลี่ยนประเด็นมาถามเขาถึงเรื่องคู่มือมิชลินซึ่งเพิ่งแลนดิ้งถึงเมืองไทย และอีกร้านดังที่เป็นเพื่อนบ้านในละแวกเดียวกันอย่าง ร้านเจ๊ไฝ ก็เป็นสตรีทฟู้ดหนึ่งเดียวที่ได้ดาวมิชลินไปครอง แถมในช่วงที่ใกล้จะประกาศผลนั้นก็มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าถ้ามิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ​ จะให้ดาวสตรีทฟู้ดกับร้านอาหารสักร้านก็อาจจะเป็นทิพย์สมัยหรือเจ๊ไฝนี่ล่ะที่อาจจะได้ไป (ส่วนทางร้านทิพย์สมัยผัดไทยประตูผี ได้รางวัล Bib Gourmand ร้านอาหารที่อร่อยสมคุณค่าในราคาที่เป็นมิตรต่อกระเป๋า) การรักษามาตรฐานและลุกขึ้นมาสื่อสารภาพลักษณ์กับสังคมในครั้งนี้ของทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี  “ถามจริงๆ ว่าอยากได้ดาวมิชลินบ้างหรือเปล่า” THE STANDARD ยิงคำถาม

 

“ตอบจริงๆ ตรงนี้เลยนะครับ ตอนนี้ร้านเราเองก็มีลูกค้ามุ่งตรงมาจากทุกสารทิศทั่วโลกอยู่แล้วโดยไม่ต้องมีอะไรเป็นแรงผลักดัน โอเคว่าถ้าเขาจะให้ดาวมา พวกเราก็คงดีใจ มีความสุข แต่ผมคิดว่าสิ่งสำคัญนั้นอยู่ที่วันนี้มีลูกค้ามาหาเรา ดังนั้นเราจะต้องดูแลต้อนรับให้ลูกค้ามีความพึงพอใจเท่าที่เราสามารถจะทำได้ ยิ่งกับลูกค้าต่างชาติ ซึ่งอาหารเป็นสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกให้เขาได้รับรู้ถึงความเป็นไทย เมื่อชาวต่างชาติอยากลิ้มรสอาหารประจำชาติที่พวกเราคนไทยภูมิใจอย่างผัดไทย ร้านขายผัดไทยอย่างเราก็อยากจะให้เขารู้สึกประทับใจกับความเป็นไทยของเราผ่านรสชาติผัดไทยของทิพย์สมัย ซึ่งเรามีความภาคภูมิใจ ผมว่าตรงนี้สำคัญมากกว่า”

 

ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบในรสชาติของผัดไทยตามแบบฉบับของทิพย์สมัยหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ เราสัมผัสได้ถึงความตั้งใจจริงของทางร้านผ่านคุณภาพของวัตถุดิบและกระบวนการจัดการภายในร้าน ซึ่งนี่เองเป็นที่สาเหตุทำให้ทิพย์สมัยมีแฟนประจำที่กลับมาลิ้มรส และเป็นหมุดหมายของนักเดินทางสายชิมจากทั่วโลก

 

น้ำส้มเขียวหวานใส่เนื้อส้มสับลงไปด้วยอันเป็นที่เลื่องลือของทิพย์สมัย ราคาขึ้นลงตามฤดูกาล

FYI
  • ร้านทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี เลขที่ 313-315 ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00-02.00 น. โทร. 0 2226 6666
  • สาขาพุทธมณฑล สาย 4  เลขที่ 99/11 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. โทร. 08 6429 9999
  • สาขาคิง เพาเวอร์ รางน้ำ ชั้น 3 โครงการ Thai Taste Hub เลขที่ 8 ถนนรางน้ำ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. โทร. 09 2288 8888
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories