×

The Fruit-filled Finale ปิดท้ายเชฟส์เทเบิลออนไลน์ซีรีส์แรกของ Fruitfull อย่างสวยงามด้วยการรวม 10 ดาวมิชลินทั่วเอเชีย

22.06.2020
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

4 mins. read
  • The Fruit-filled Finale ดินเนอร์มื้อพิเศษเอพิโสดสุดท้ายของซีรีส์ ‘Lockdown’ โดย ‘Fruitfull’ แพลตฟอร์มที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยทีมงานผลไม้มหัศจรรย์ ‘Wonderfruit’ ซึ่งนำเอาไอเดียของการประชุมออนไลน์มาจัดดินเนอร์อีเวนต์เสมือนจริงที่มอบทั้งประสบการณ์และเรื่องราว ส่งตรงอาหารจากเชฟชื่อดังถึงบ้านของนักรับประทาน ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของอรรถรสและการได้สังคมสังสรรค์ในยุคที่จำเป็นต้องรักษาระยะห่างระหว่างกัน 

ในยุคที่ต้องรักษาระยะห่างทางกายภาพ หรือ Physical Distancing (เป็นคำที่องค์การอนามัยโลกรณรงค์ให้ใช้แทน Social Distancing) จากผลกระทบของโควิด-19 ซึ่งทำให้แทบทุกชีวิต ธุรกิจ วงการ ต่างก็ได้รับผลกระทบ รวมถึงร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งต่างๆ ซึ่งได้รับผลกระทบกันอย่างจัง ดังจะเห็นได้ว่าในช่วงที่ยังมีการระบาด ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งหลายๆ แห่งจำเป็นต้องปิดให้บริการลงชั่วคราว หรือกระทั่งปรับตัวให้บริการเดลิเวอรีอาหารในแบบที่แคชวลมากขึ้น ด้วยความเป็นไปหลายๆ อย่างในช่วงที่ผ่านมา เช่น การห้ามรับประทานที่ร้าน การห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลกระทบของโควิด-19 และการรักษาระยะห่างทางกายภาพนั้นดูเหมือนจะเป็นเรื่องไม่ง่ายนักที่จะรักษาแก่นแท้ของไฟน์ไดนิ่งที่สำคัญ 2 ข้อเอาไว้ได้ นั่นก็คืออรรถรสและการได้สังคมสังสรรค์ แต่นั่นก็ทำให้เราได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ อย่าง Virtual Chef’s Table หรือเชฟส์เทเบิลออนไลน์ที่เกิดขึ้นอย่าง ‘Fruitfull’ แพลตฟอร์มที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยทีมงานผลไม้มหัศจรรย์ ‘Wonderfruit’ ซึ่งนำเอาไอเดียของการประชุมออนไลน์มาจัดสตรีมมิงดินเนอร์ซึ่งมอบทั้งประสบการณ์และเรื่องราว ส่งตรงอาหารจากเชฟถึงบ้านของนักรับประทาน ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของอรรถรสและการได้สังสรรค์ในยุคจำเป็นยิ่งที่ต้องรักษาระยะห่างระหว่างกัน 

 

ซีรีส์แรกของ Fruitfull มีชื่อเข้ากันกับสถานการณ์ว่า ‘Lockdown’ ประกอบด้วยดินเนอร์ทั้งหมด 5 ครั้ง จัดกันเป็นประจำแทบทุกวันศุกร์ติดต่อกัน ซึ่งแต่ละครั้งจะมีธีมที่ต่างกันไป โดยเริ่มจาก 1. Re-eating Thai Food with Bo.lan 2. Couch Party with Gaa 3. Old, Local and Foreign with Prin Polsuk and Cho Hee-sook 4. Innovative Osaka with La Cime และครั้งที่ 5 เมื่อวันศุกร์ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งมีชื่อว่า The Fruit-filled Finale: A star-studded cast of international chefs celebrating the season’s givings ก็เป็นการปิดฉาก Fruitfull ซีรีส์แรกนี้ลงอย่างงดงาม โดยมีเชฟชื่อดังจาก 6 เมืองทั่วทั้งเอเชียจำนวน 9 คนที่เข้าร่วม รวมดาวมิชลินแล้วนับได้ถึง 10 ดวงเลยทีเดียว 

 

บรรจุภัณฑ์ดินเนอร์มื้อพิเศษของ Fruitfull 

ใส่ใจในเรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

 

ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ดินเนอร์จะเริ่มต้น ผู้เข้าร่วมจะได้รับอีเมลส่งลิงก์ในการเข้าร่วม Virtual Dinner Event และอาหารจะได้รับการจัดส่งไปยังที่อยู่ที่เราได้แจ้งเอาไว้ก่อนกำหนดการจะเริ่มในเวลา 19.30 น. เพียงเล็กน้อย สิ่งที่เราต้องทำก็แค่กดลิงก์คลิกเข้าไปเมื่อถึงเวลาเริ่ม เชฟการิมา อโรรา ร้านอาหาร Gaa พร้อมทีมงาน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของครัวในการทำอาหารจัดส่งเป็นผู้มากล่าวต้อนรับทุกคน บอกถึงคอนเซปต์ของงานนี้ และคำแนะนำสำหรับรับประทานเมนูต่างๆ ซึ่งผู้รับประทานอาจจะต้องจัดอาหารกันต่อเองอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถือเป็นเรื่องยุ่งยากแต่ประการใด และเนื่องจากเป็นการปิดท้ายซีรีส์ Fruitfull ธีมของครั้งนี้จึงมีไฮไลต์อยู่ที่อาหารซึ่งมีผลไม้เป็นจุดเด่น 

 

Pink Guava & Pomegranate Chaat

 

เปิดปิ่นโตเถาแรก คอร์สแรกเรียกน้ำย่อยชะงัดนักด้วย Pink Guava & Pomegranate Chaat ของเชฟการิมา อโรรา แห่งร้าน Gaa (1 ดาวมิชลิน) มีหลายสัมผัสและรสชาติในคำเดียว ทั้งเปรี้ยว หวาน เผ็ด และอูมามิ กลิ่นเครื่องเทศแขกหอมพุ่ง เป็นจานที่ตรึงใจเราได้ตั้งแต่เริ่ม 

 

Uni & Lychee Tart with Miso Custard (ซ้าย)

Fresh Roll with Catfish & Som Sa (ขวา)

 

จานที่สองเป็นเมนูของเชฟทาฮาระ เรียวโงะ จากร้าน Logy ในไต้หวัน (1 ดาวมิชลิน) นั่นคือ Uni & Lychee Tart with Miso Custard ความครีมมี่ของหอยเม่นได้รับการชูรสให้สดชื่นด้วยลิ้นจี่ เพิ่มความนุ่มละมุนและกลมกล่อมด้วยมิโซะคัสตาร์ด ต่อกันด้วย Fresh Roll with Catfish & Som Sa โดยเชฟชิฮิโระ นาอิโตะ เชฟดาวรุ่งจากร้าน An Di ในชิบูยา จานนี้ออกแนวเปาะเปี๊ยะสดเวียดนาม แป้งห่อเหนียวนุ่ม รสชาติเบาๆ กรุ่นกลิ่นส้มซ่า เป็นอันว่าทั้ง 3 คอร์สในปิ่นโตเถาแรกนี้ช่วยกันเรียกความอยากอาหารของเราได้เป็นอย่างดี

 

Scallop Ravioli with Pomelo & Shio Kombu

 

ปิ่นโตเถาที่สองประกอบด้วย Scallop Ravioli with Pomelo & Shio Kombu จานนี้ของเชฟแดเนียล คัลเวิร์ต จากร้าน Belon ในฮ่องกง (1 ดาวมิชลิน) อร่อยและเซอร์ไพรส์สุดๆ เพราะไม่คาดคิดว่าพาสต้าซอสครีมมี่แบบนี้เมื่อเจอเข้ากับส้มโอแล้วจะอร่อยเข้ากัน แถมยังช่วยเพิ่มรสสัมผัสได้ด้วย มีคอมบุช่วยเพิ่มรสอูมามิ เป็นจานเด่นที่เราตกหลุมรักเป็นที่สุดในมื้อพิเศษนี้เลยก็ว่าได้ 

 

Bonito Green Curry with Mangoes  (ซ้าย)

Beef Cheek with Tamarind (ขวา)

 

ตามติดด้วย Bonito Green Curry with Mangoes โดยเชฟฮิโรยาสุ คาวาเตะ ร้าน Florilėge (2 ดาวมิชลิน) จากประเทศญี่ปุ่น จานนี้เนื้อปลาโอปรุงมาอย่างสมบูรณ์แบบ ส่วน Beef Cheek with Tamarind ของเชฟริชิ นาลีนทรา จาก Cloudstreet สิงคโปร์ (1 ดาวมิชลิน) นั้นช่างอร่อย แก้มวัวย่างนุ่มและหอม เข้ากันกับซอสมะขามเปรี้ยวหวาน และเผ็ดนิดๆ รสเหมือนอาหารไทยเลย อร่อยจนเราอยากจะให้เชฟใส่มาเยอะกว่านี้ 

 

Hawaiian Pizza 

 

Kimchi Watermelon Ice Cream (ซ้าย) 

Durian Dumpling in Smoked Coconut Cream (ขวา)

 

ตามติดมาด้วย Hawaiian Pizza ของเชฟเดฟ พินต์ แห่งร้าน Burnt Ends สิงคโปร์ (1 ดาวมิชลิน) ที่ช่วยให้อยู่ท้อง และปิดท้ายล้างปากกันด้วยสองจานของหวานอย่าง Kimchi Watermelon Ice Cream ของเชฟคังมินกู จากร้าน Mingles ประเทศเกาหลีใต้ (2 ดาวมิชลิน) ซึ่งสารภาพว่าออกจะเป็นการจับคู่ส่วนผสมที่แปลกสำหรับเรา นั่นคือแตงโมและกิมจิ แต่ของหวานจานสุดท้ายคือ Durian Dumpling in Smoked Coconut Cream หรือบัวลอยทุเรียนโดยเชฟโบและเชฟดีแลนของ Bo.lan นั้นช่างอร่อยและปิดจบมื้อพิเศษนี้ได้อย่างงดงาม 

 

ระหว่างที่เราค่อยๆ ละเลียดรับประทานอาหารไปทีละคอร์สตามลำดับ ออนไลน์อีเวนต์ก็ดำเนินไปพร้อมๆ กัน บางช่วงมีวิดีโอเนื้อหาที่ถ่ายทำเอาไว้แล้ว ได้แก่ เชฟการิมาพาไปเดินตลาด อ.ต.ก. ในกรุงเทพฯ เชฟริชิอธิบายถึงการทำอาหารโดยใช้มะขามเป็นส่วนผสม เชฟชิฮิโระเล่าถึงความหลากหลายและการใช้ซิตรัสในอาหารญี่ปุ่น เชฟคังมินกูเล่าถึงกิมจิผลไม้ เชฟทาฮาระพูดถึงผลไม้ไต้หวันและพาไปชิมน้ำผลไม้ในไทเป ฯลฯ 

 

ไลฟ์การแสดงดนตรีของ Venn จากเขาใหญ่ 

และเล่นเพลงสดโดย DJ Chamapoo

 

นอกจากนี้ยังมีไลฟ์การแสดงดนตรีของ Venn จากเขาใหญ่ และเปิดเพลงสดโดย DJ Chamapoo ส่วนที่เราคิดว่าเป็นไฮไลต์และน่าสนใจจริงๆ นั้นอยู่ที่การพูดคุยกันสดๆ ของเชฟและ Q&A จากผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งพูดถึงสถานการณ์ผลกระทบของโควิด-19 กับวงการร้านอาหาร ซึ่งแม้แต่ดาวมิชลินก็ช่วยอะไรไม่ได้ในสถานการณ์เช่นนี้ เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปหมด เชฟดีแลนจาก Bo.lan และเชฟการิมาจาก Gaa กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่าสิ่งที่สำคัญคือการสร้างความเป็นไปได้ และที่สำคัญที่สุดคือ ‘คอมมูนิตี้’ ซึ่งหมายถึงทั้งร้านอาหาร ซัพพลายเออร์ของร้าน และลูกค้า ทั้งนี้แขกที่เข้าร่วมดินเนอร์ยังได้ยิงคำถามสดว่าเมื่อไรจะได้ไปนั่งรับประทานของพวกเขาอีก 

 

การไลฟ์พูดคุยกันสดๆ ของเชฟและ Q&A จากทางบ้าน

 

จากประสบการณ์การเข้าร่วม Fruitfull ซึ่งเป็น Virtual Chef’s Table ในครั้งนี้ ทำให้เราได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ซึ่งนอกจากจะได้เสพเรื่องราวของอาหารอันน่าสนใจแล้วยังได้เห็นถึงความพยายามของผู้คนในหลากหลายวงการ เพราะการจะจัดงานแบบนี้ขึ้นมาแต่ละครั้งย่อมต้องได้รับความร่วมมือกันจากหลายภาคส่วน หลายชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเชฟ ร้านอาหาร และทีมงานผู้จัดเบื้องหลังอีกจำนวนไม่น้อย ซึ่งทำหน้าที่ดำเนินการและ curate เนื้อหาของงานในแต่ละธีม

 

Fruitfull จึงนับเป็นแพลตฟอร์มที่น่าสนใจ สดใหม่ มีสีสัน และเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาในยุค Physical Distancing แบบนี้ ซึ่งทำให้เราเห็นถึงแพสชันและความพยายามของคนในธุรกิจร้านอาหาร เห็นถึงสายสัมพันธ์ของผู้คนที่ถูกเชื่อมโยงกันเอาไว้ด้วยอาหาร และความต้องการจะสร้างสังคมสังสรรค์ที่แม้แต่โรคระบาดก็ไม่อาจขวางกั้น และแม้ว่าถัดจากนี้จะมีการคลายล็อกดาวน์ลงแล้ว ทำให้ร้านอาหารเริ่มทยอยกลับมาเปิดต้อนรับผู้คนกันในวิถีใหม่ แต่แน่นอนว่า Fruitfull น่าจะมีซีรีส์หน้าหรืองานในรูปแบบคล้ายๆ กันนี้ตามมาอีกเป็นแน่ ไม่ว่าจะมีการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่หรือไม่ก็ตาม  

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

FYI
  • รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายของ Fruitfull Lockdown Series จะนำไปมอบให้แก่โครงการ Covid Relief Bangkok   
  • ติดตามข่าวสารและซีรีส์หน้าของ Fruitfull ได้ทาง https://fruitfull.co/ หรือ https://www.facebook.com/fruitfullfood/ 
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories