×

จากคอสเวย์เบย์สู่ซอยหลังสวน The Coffee AcademÏcs การมาถึงของหนึ่งในร้านกาแฟที่ดีที่สุดในโลก

17.01.2020
  • LOADING...
The Coffee AcademÏcs

HIGHLIGHTS

4 Mins. Read
  • ร้านกาแฟอายุ 7 ปีที่เริ่มต้นขึ้นในย่านคอสเวย์เบย์แห่งนี้ ปัจจุบันมีถึง 14 สาขาทั่วฝั่งเกาลูนและฮ่องกง ขวบปีหลังยังขยายตัวสู่เพื่อนบ้าน ทั้งสิงคโปร์, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย และเนเธอร์แลนด์ กระทั่งล่าสุดได้ปักหมุดที่กรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ 
  • ที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ The Coffee AcademÏcs ใช้กระเบื้องโมเสกภาพจำสุดคลาสสิกแบบเดียวกับที่เห็นในสถานีรถไฟใต้ดินของฮ่องกง เป็นวัสดุประกอบการตกแต่งร้าน ถือเป็นอีกความตั้งใจที่จะผสานตัวตนให้ปรากฏอยู่ในรายละเอียด
  • เมนูที่คนทั่วไปน่าจะเข้าถึงได้ง่ายที่สุด เพราะความหวานได้มาจากน้ำตาลทรายแดงสัญชาติญี่ปุ่นคือ Okinawa (200 บาท) ที่มีส่วนผสมจากน้ำตาลทรายแดงของโอกินาวา ซึ่งละเอียดมาก โทนสีสวย และให้ความหวานที่พอดีรสคล้ายกับบราวน์ชูการ์ ทว่าก็ไม่ใช่เสียทีเดียว
  • The Coffee AcademÏcs ยังมี All Day Breakfast เมนูอื่นๆ ให้บริการ รวมถึงขนมอบอีกหลายรายการ ที่นอกจากจะเน้นวัตถุดิบตามธรรมชาติ ยังมีเค้กสำหรับชาววีแกน รวมถึงเค้กที่ปราศจากกลูเตน ซึ่งน่าจะถูกใจคนรักสุขภาพอยู่ไม่น้อย

ใครที่เดินทางไปฮ่องกง อาจเคยผ่านตา The Coffee AcademÏcs อย่างน้อยก็สักครั้ง เพราะร้านกาแฟอายุ 7 ปีที่เริ่มต้นขึ้นในย่านคอสเวย์เบย์แห่งนี้ ปัจจุบันมีถึง 14 สาขาทั่วฝั่งเกาลูนและฮ่องกง ขวบปีหลังยังขยายตัวสู่เพื่อนบ้าน ทั้งสิงคโปร์, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย และเนเธอร์แลนด์ กระทั่งล่าสุดได้ปักหมุดที่กรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ โดยจับมือกับบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด นำเสนอเอกลักษณ์การกินดื่มที่ยืนยันว่าสัมผัสได้จากสถานที่แห่งนี้เท่านั้น

 

เจนนิเฟอร์ ลิว คือชื่อของผู้ก่อกำเนิดแบรนด์ The Coffee AcademÏcs หญิงสาวสัญชาติฮ่องกงที่หลงเสน่ห์เครื่องดื่มชนิดนี้ครั้งแรกเมื่ออายุ 6 ขวบ ยามนั้นกาแฟคือความลึกลับที่ปรากฏอยู่ในโลกของผู้ใหญ่ จวบจนวันที่พ่อของเธออนุญาตให้ลิ้มลองเครื่องดื่มรสขมชนิดนี้เป็นครั้งแรก มันจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการเติบโตจากวัยเยาว์

 

เจนนิเฟอร์ ลิว จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา เธอไม่ได้นำความรู้ที่ร่ำเรียนมาออกแบบสิ่งปลูกสร้าง ทว่าหยิบประสบการณ์จากวัฒนธรรมการดื่มกินที่ได้จากการท่องโลกมาผสานกับความหลงใหลในเมล็ดกาแฟ ก่อร่างสร้างแบรนด์ที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวางในระดับนานาชาติ จนปี 2559 The Telegraph ถึงกับระบุว่า The Coffee AcademÏcs เป็นหนึ่งในร้านกาแฟที่ดีที่สุดในโลก

 

The Vibe

ชื่อของ The Coffee AcademÏcs ที่ประดับอยู่เหนือร้าน ประกอบด้วย Ï หรืออักซองจุดเล็กๆ เหนืออักษร I ที่ไม่เพียงแต่สร้างความน่าสนใจให้กับแบรนด์ แต่แฝงความหมายถึงจุดที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน เช่นเดียวกับโลโก้ของแบรนด์ที่ เจนนิเฟอร์ ลิว นำแรงบันดาลใจมาจากโครงสร้างทางเคมีของกาเฟอีน กลายเป็นสัญลักษณ์เหลี่ยมมุมที่คล้ายกับรวงผึ้ง The Coffee AcademÏcs ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงสถานที่บรรจุเครื่องดื่มที่ปลุกให้ตื่นเต็มตาในยามเช้า หรือคลายอารมณ์ในช่วงบ่ายคล้อย แต่ขยายขอบเขตสู่พื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกันของกลุ่มคนรักกาแฟ เหมือนดังเช่นที่ถนนพีล (Peel Street) ในย่านเซ็นทรัล (Central) ของฮ่องกง มี Roastery / LAB ส่วนผสมระหว่างห้องปฏิบัติการและ Coffee House ที่เปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนให้เข้าไปสัมผัสประสบการณ์ที่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ของกาแฟ

 

Coffee AcademÏcs

 

กิตติวัฒน์ จางวาง ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ เล่าให้เราฟังว่า “ปัจจุบัน The Coffee AcademÏcs วางตัวอยู่ในหลายประเทศ แต่การตกแต่งของแต่ละประเทศจะแตกต่างกันออกไป เพราะแบรนด์ต้องการสร้างสรรค์บรรยากาศจากจุดเด่นเฉพาะในแต่ละพื้นที่ อย่างประเทศไทย คุณเจนนิเฟอร์มองว่าเป็นเมืองที่มีธรรมชาติสวยงาม มีความทรอปิคัลน่าหลงใหล สาขาที่เมืองไทยจึงมีต้นไม้เข้ามาเกี่ยวข้องเยอะมาก แต่ก็เน้นถึงความเรียบง่ายด้วยโทนสีทองและดำ รวมถึงชุดโต๊ะเก้าอี้ที่สื่อถึงความเป็นพื้นที่คอมมูนิตี้”

 

Coffee AcademÏcs

 

ที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ The Coffee AcademÏcs ใช้กระเบื้องโมเสกภาพจำสุดคลาสสิกแบบเดียวกับที่เห็นในสถานีรถไฟใต้ดินของฮ่องกง เป็นวัสดุประกอบการตกแต่งร้าน ถือเป็นอีกความตั้งใจที่จะผสานตัวตนให้ปรากฏอยู่ในรายละเอียด

 

The Drinks

“การเปิดร้านกาแฟ แน่นอนเมล็ดกาแฟคือหัวใจสำคัญ” กิตติวัฒน์ย้ำกับเราเมื่อชวนคุยถึงเครื่องดื่ม “ที่นี่อันดับหนึ่ง เราคัดเลือกเมล็ดกาแฟที่พรีเมียมเท่านั้น โดยกาแฟจะมี Critic Score เช่นเดียวกับไวน์ เมล็ดกาแฟที่เราคัดสรรมาจะต้องได้คะแนน 85 ขึ้นไป และเลือกใช้เฉพาะเมล็ดกาแฟ 5 เปอร์เซ็นต์จากแหล่งอาราบิก้าคุณภาพดี ทั้งเคนยา, เปรู, ปานามา, เซาท์แอฟริกา, อินโดนีเซีย หรือแม้กระทั่งเชียงใหม่ อย่างการฉลองเปิดตัวในประเทศไทย เรามีไทยแลนด์เบลนด์ (Thailand Blend) ซึ่งเป็นการรวมตัวจากสามแหล่งคือ เชียงใหม่ ลาว และบราซิล”

 

The Coffee AcademÏcs

 

อย่างไรก็ตาม ณ วันที่ไปเยือน วิษณุ สร้อยอัมพรกุล บาริสต้าประจำสาขาประเทศไทย ผู้สะสมประสบการณ์นาน 7 ปีจากเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เลือกนำเสนอ Signature Coffee จำนวน 4 เมนูให้กับเรา แถมท้ายด้วยกาแฟแก้วพิเศษ JFW Blend เมนูที่ถอดตัวย่อมาจากชื่อ เจนนิเฟอร์ ลิว ผู้ก่อตั้งร้าน

 

“ซิกเนเจอร์คอฟฟี่ทั้ง 4 ตัวจะมีนมเป็นเบส พิเศษที่มีความหวาน 4 แบบแตกต่างกันอย่างชัดเจนให้เลือก ถ้าผมแนะนำลูกค้าก็จะเริ่มจาก Agave (200 บาท) กาแฟตัวนี้จะมีส่วนผสมหลักคือต้นอะกาเวจากเม็กซิกัน ด้านบนโรยด้วยพริกไทยดำ ดื่มแล้วจะรู้สึกร้อนคอนิดๆ” บาริสต้าเล่าถึงกาแฟแก้วแรกที่เสิร์ฟ เราเห็นด้วยกับที่กล่าว เพราะนอกจากกลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายกับดอกไม้ ทิ้งจังหวะเพียงครู่ก็สัมผัสได้ถึงความเผ็ดซ่าในลำคอ

 

The Coffee AcademÏcs

Agave (200 บาท)

 

Jawa (200 บาท) คือเมนูลำดับถัดมาที่เราได้ลอง “ถ้าเป็นเมนูเย็น ผมจะแนะนำ Jawa เพราะดูแฟนซีที่สุด มีส่วนผสมของปาล์มชูการ์ หรือน้ำตาลโตนดอินโดนีเซีย และซ่อนกลิ่นของมะพร้าวไว้จางๆ จากนั้นปักใบเตยเพิ่มเข้าไป ไม่ใช่แค่ตกแต่ง แต่เพื่อเพิ่มกลิ่นสัมผัสจริงๆ” Jawa จัดเสิร์ฟในแก้วไวน์ ใบเตยที่ปักมาด้วยทำให้เครื่องดื่มแก้วนี้ดูสนุกขึ้นทันตา

 

The Coffee AcademÏcs

Jawa (200 บาท)

 

“แก้วที่สาม ถ้าใครชอบกินน้ำผึ้งอยู่แล้วรับรองว่าต้องชอบ เพราะมานูก้าเป็นเมนูที่มีจุดเด่นคือน้ำผึ้งจากนิวซีแลนด์” Manuka (200 บาท) วางอยู่ตรงหน้า จิบแรกสัมผัสได้ถึงความหวานละมุน ทิ้งกลิ่นเฉพาะตัวไม่เหมือนกับน้ำผึ้งที่เคยชิม ค้นต่อภายหลังจึงรู้ว่าน้ำผึ้งมานูก้าได้มาจากผึ้งที่ผสมเกสรกับต้นมานูก้า และว่ากันว่าเป็นหนึ่งในน้ำผึ้งที่มีประโยชน์ที่สุดในโลก

 

The Coffee Academics

Manuka (200 บาท)

 

เมนูสุดท้ายวิษณุบอกกับเราว่าคนทั่วไปน่าจะเข้าถึงได้ง่ายที่สุด เพราะความหวานได้มาจากน้ำตาลทรายแดงสัญชาติญี่ปุ่น “Okinawa (200 บาท) มีส่วนผสมจากน้ำตาลทรายแดงของโอกินาวา ซึ่งละเอียดมาก โทนสีสวย และให้ความหวานที่พอดี” โอกินาวาหวานหอม รสคล้ายกับบราวน์ชูการ์ ทว่าก็ไม่ใช่เสียทีเดียว

 

The Coffee AcademÏcs

Okinawa (200 บาท)

 

วิษณุยังเสริมให้ฟังว่า “คุณเจนนิเฟอร์เขาให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพมาก เมนูต่างๆ ที่เขาคิดไม่ใช่แค่อยากจะเสิร์ฟ แต่จะต้องมี Story Behind ว่าดีต่อร่างกายอย่างไร อย่างที่ฮ่องกงจะมีเมนู Bulletproof Coffee ที่เคยดังมากในอเมริกา (กาแฟเพื่อสุขภาพมีส่วนผสมของเนยและน้ำมันมะพร้าวสูตรเฉพาะ) ผมไม่ได้เอามาเสิร์ฟตรงนี้ เพราะว่ามีเทคนิคหลายขั้นตอน แต่อนาคตก็อาจจะมี”

 

ในหมวดเครื่องดื่ม เราปิดท้ายความพิเศษด้วยเมนูที่บรรจุอยู่หน้าแรกของสมุดคือ JFW Blend (390 บาท) ที่นำชื่อย่อมาจาก Jennifer Liu (เจนนิเฟอร์ ลิว) ของเหลวสีดำสนิทสัมผัสเย็นพร้อมดื่มอยู่ในแก้วไวน์ตรงหน้า

 

“เมล็ดกาแฟที่ใช้ใน JFW เป็นตัวเคนยาพีเบอร์รีที่ได้สกอร์มากกว่า 90 โดยเมนูนี้ใช้น้ำเย็นในการสกัด (Cold Brew) สกัดกันข้ามคืน เพราะใช้เวลานาน 4 วินาทีถึงจะได้หนึ่งหยด ในหนึ่งวันจะได้สองทาวเวอร์ ซึ่งเสิร์ฟลูกค้าได้ประมาณ 7-8 แก้ว” ประโยคดังกล่าวของบาริสต้า นำพาความรู้สึกโชคดีที่เราได้เป็น 1 ใน 8 ของวัน

 

The Coffee AcademÏcs

JFW Blend (390 บาท)

 

The Dishes

ใช่เพียงมีดีที่กาแฟ อาหารของ The Coffee AcademÏcs ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของรสชาติที่มาพร้อมคุณค่าด้านสุขภาพ ทางร้านคะยั้นคะยอให้เราลองเมนู Margarita Pizza (340 บาท) พิซซ่าตำรับเดียวกับที่สาขาฮ่องกง ตัวแป้งใช้แป้งตอร์ติญาที่นิยมนำมาแรปหรือโรล ให้สัมผัสบางกรอบ แต่ยังคงความหนึบ ท็อปหน้าด้วยบัฟฟาโลชีส มะเขือเทศ และอิตาเลียนเบซิล อร่อยลงตัวแบบกำลังดี 

 

The Coffee AcademÏcs

Margarita Pizza (340 บาท) 

 

Nori Avocado Toast (220 บาท) คืออีกหนึ่งเมนูที่ทางร้านนำเสนอ ซาวโดว์โทสต์ (Sourdough Toast) ที่เกิดจากการหมักแป้งให้เกิดจุลินทรีย์ที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร ท็อปหน้าด้วยอะโวคาโดบดผสมกับงาขาวและงาดำ โรยหน้าด้วยโนริสาหร่าย เสิร์ฟมาพร้อมมะนาว และเคียงด้วยโพชเอ้ก (Poached Egg) เหมาะกับเป็นมื้อเริ่มต้นของวัน

 

Coffee AcademÏcs

Nori Avocado Toast (220 บาท)

 

Coffee AcademÏcs

 

The Coffee AcademÏcs ยังมี All Day Breakfast เมนูอื่นๆ ให้บริการ รวมถึงขนมอบอีกหลายรายการที่นอกจากจะเน้นวัตถุดิบตามธรรมชาติ ยังมีเค้กสำหรับชาววีแกน รวมถึงเค้กที่ปราศจากกลูเตน ซึ่งน่าจะถูกใจคนรักสุขภาพอยู่ไม่น้อย

 

Coffee AcademÏcs Coffee AcademÏcs

 

แม้ระยะเวลา 7 ปี กับอีก 20 สาขาทั่วโลกจะทำให้ The Coffee AcademÏcs ไม่ใช่คอฟฟี่เฮาส์ขนาดเล็กอีกต่อไป แต่ผู้ก่อตั้งยังคงยืนยันที่จะรักษามาตรฐาน คือตั้งใจทำกาแฟที่สมบูรณ์แบบ ควบคู่ไปกับการสร้างวัฒนธรรมการกินดื่มที่ดีร่วมกัน ภายใต้แนวคิดเรื่องความยั่งยืน และไม่นานจากนี้ยังมีแผนการจะสร้าง ‘ชุมชนกาแฟ’ ขึ้นในประเทศไทย เพื่อยกระดับความรู้และสร้างประสบการณ์พิเศษของกลุ่มคนรักกาแฟให้เกิดขึ้น

 

The Coffee AcademÏcs

Open: ทุกวัน 07.00-21.00 น.

Adress: โครงการเวลา สินธร วิลเลจ (Velaa Sindhorn Village) ซอยหลังสวน

Contact: 0 2164 2500

Facebook: www.facebook.com/TheCoffeeAcademicsTH

Map: 

 

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories