ไทยขาดดุลการค้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่มูลค่า 10,021.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 3.2 แสนล้านบาท ในเดือนเมษายน 2569 จากการนำเข้าวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์โลก จับตาขาดดุลสูงอาจกดดันค่าเงินบาทไทยให้อ่อนค่าหลังจากนี้
ประเด็นสำคัญ
วันนี้ (25 พฤษภาคม) นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แถลงภาวะการค้าของไทยในเดือนเมษายน 2569 พบว่า มีการขาดดุลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ คิดเป็นมูลค่า 10,021.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการนำเข้าที่ขยายตัว 45% จากปีก่อน (YoY) คิดเป็นมูลค่า 41,604.3 ล้านดอลลาร์ สูงสุดในรอบ 56 เดือน
ขณะที่การส่งออกของไทยในเดือนเมษายน 2569 ขยายตัว 23.1% คิดเป็นมูลค่า 31,583.0 ล้านดอลลาร์ โดยขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ติดต่อกัน หากหักรายการสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย จะขยายตัวที่ 25.7%
ส่วนภาพรวม 4 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 127,752.8 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 18.9% YoY ขณะที่การนำเข้า มีมูลค่า 147,250.7 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 35.7% YoY ส่งผลให้ขาดดุล 19,497.9 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 6.3 แสนล้านบาท
คาดการนำเข้าขยายตัวต่อเนื่อง อย่างน้อยในครึ่งแรกปี 69
สำหรับการนำเข้าที่ขยายตัวสูงขึ้น นันทพงษ์ระบุว่า มาจากการนำเข้าที่ขยายตัวดีในสินค้า 3 ชนิด ได้แก่ 1) สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป ที่ขยายตัว 38.7% ประกอบด้วย แผงวงจรไฟฟ้าทรานซิสเตอร์ แผงวงจรพิมพ์ 2) สินค้าทุนที่ขยายตัว 32.8% ซึ่งประกอบด้วย เครื่องจักรกลไฟฟ้า เครื่องจักรกล และ 3) สินค้าเชื้อเพลิง ที่ขยายตัว 128.6% ซึ่งประกอบด้วย น้ำมันดิบที่มีการขยายตัว 169%
นันทพงษ์ระบุว่า สินค้าที่เป็นส่วนประกอบของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีแนวโน้มเติบโต จากวัฎจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง และคาดว่าจะยังไม่ถึงจุดสูงสุดในเร็วๆ นี้ อย่างน้อยก็ภายในครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่น่ากังวล
ขณะที่ราคาเชื้อเพลิงยังคงมีการปรับตัวสูงขึ้น สอดคล้องตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก จากผลกระทบของสงครามที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดในเดือนเมษายน สนค.มองว่า เริ่มมีความก้าวหน้ามากขึ้น จากความรุนแรงที่ลดลง สะท้อนจากการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง และโอกาสการเจรจาที่ยังคงเปิดอยู่
ไทยยังขาดดุลจีน – เกินดุลสหรัฐฯ
สำหรับตัวเลขการส่งออกไทยไปยังจีนในเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 4,337.6 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 21.9% ขาดดุลการค้า 7.680.5 ล้านดอลลาร์ และการส่งออกช่วง 4 เดือนอยู่ที่ 13,997.2 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 13.3% ขาดดุล 29,202.1 ล้านดอลลาร์
ส่วนการส่งออกไทยไปยังสหรัฐฯ ในเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 7,269.1 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 44.2% เกินดุล 4,648.8 ล้านดอลลาร์ และการส่งออกช่วง 4 เดือนอยู่ที่ 29,698.6 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 42.4% เกินดุล 21,519.4 ล้านดอลลาร์
จับตาขาดดุลสูงอาจกดดันค่าเงินบาทไทย
ทั้งนี้ นันทพงษ์มองว่า การนำเข้าที่ขยายตัวสูงจะส่งผลกดดันค่าเงินบาทไทย ให้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดยมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาร่วมด้วยได้แก่
- ราคาพลังงาน เนื่องจากไทยต้องแลกเงินบาทเป็นดอลลาร์ เพื่อซื้อพลังงาน จะทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง และเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
- กระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (Capital Flow) ที่อาจไหลเข้ามาประเทศไทย หากเงินทุนมีการไหลเข้ามาก ความต้องการแลกเงินดอลลาร์เป็นเงินบาทก็จะมาก ทำให้เงินบาทไทยแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์
- อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Interest Rate) เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการไหลเข้าของเงินทุน โดยเงินทุนเคลื่อนย้ายมักไหลไปยังประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับสูง อย่างไรก็ตาม นันทพงษ์ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ประจำเดือนเมษายน ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ Fed มีแนวโน้มที่ไม่ลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายไม่น่าไหลออกมากนัก
เปิดแนวโน้มการส่งออกในระยะถัดไป
สนค.คาดว่าแนวโน้มการส่งออกในปี 2569 จะเติบโตอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ จากการตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วของผู้ประกอบการส่งออกและสายเรือขนส่งสินค้าที่ประเมินความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และเร่งปรับตัวเพื่อรับกับต้นทุนใหม่ที่เพิ่มขึ้น โดยมีภาครัฐร่วมสนับสนุนในการแก้ไขอุปสรรคทางการค้าและผลักดันการเปิดตลาด
สำหรับปัจจัยลบในระยะข้างหน้าอาจเกิดขึ้นจากต้นทุนค่าขนส่งทางเรือที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ความไม่สงบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ และปัญหาภัยแล้งจากเอลนีโญที่อาจส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตรในช่วงครึ่งหลังของปี
โดยแบ่งคาดการณ์ส่งออกทั้งปีไว้เป็น 3 กรณีดังนี้ กรณีดีสุด (Best Case) การส่งออกขยายตัว 8% ที่มูลค่า 366,805.8 ล้านดอลลาร์ กรณีฐาน (Base Case) ขยายตัว 3% ที่มูลค่า 349,824 ล้านดอลลาร์ กรณีเลวร้าย (Worst Case) หดตัว -3% ที่มูลค่า 329,416 ล้านดอลลาร์

