×

กรมอุตุฯ ออกประกาศฉบับ 9 เตือนหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุม กทม.-ภาคกลาง ทั่วไทยรับมือฝนตกหนักถึง 27 ก.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าหลาก

โดย THE STANDARD TEAM
25.09.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วม

วันนี้ (25 กันยายน) กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฉบับที่ 9 (225/2569) เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569

 

สาเหตุหลักของสภาพอากาศที่แปรปรวน เกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณภาคตะวันออกที่เคลื่อนตัวเข้าปกคลุมภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น

 

ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ในช่วงวันที่ 25-27 กันยายน บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง (รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล) ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีปริมาณฝนตกหนักในหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากในบางแห่ง

 

กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนให้ประชาชนทั่วประเทศระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและปริมาณฝนตกสะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อป้องกันผลกระทบจากน้ำท่วมขังในระยะสั้นที่อาจเกิดขึ้นได้

 

สำหรับสถานการณ์คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนบนจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอาจยกระดับความสูงมากกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนอ่าวไทยตอนล่างและทะเลอันดามันตอนล่าง คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร (มากกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง)

 

กรมอุตุนิยมวิทยาขอเตือนให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และสำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนบน ควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569

 

ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางอย่างระมัดระวัง พร้อมติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือสอบถามทางสายด่วน 1182 และ 0-2399-4012-13 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising