×

เริ่มเกมชิงเก้าอี้กรรมาธิการ ทำไมตำแหน่งประธานจึงสำคัญ จน สส. ต้องแย่งกันเป็น

21.04.2026
  • LOADING...
มุมกว้างห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร แสดงบรรยากาศการหารือของคณะกรรมาธิการ

เก้าอี้รัฐมนตรีถูกจัดสรรให้ฝ่ายบริหารอย่างลงตัวแล้ว แต่การชิงเก้าอี้ ‘คณะกรรมาธิการ’ ในสภาผู้แทนราษฎรเพิ่งจะเริ่ม เป็นอีกเหตุการณ์สำคัญที่ต้องจับตามอง เพราะโฉมหน้าของประธานกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญทั้ง 35 คณะ จะเป็นตัวบ่งชี้ดุลอำนาจและทิศทางการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติต่อไปตลอดวาระ

 

 
 

คณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 35 คณะ คือกลไกในการให้ สส. จากทุกพรรคการเมืองรวมกลุ่มกันตั้งเป็นคณะทำงานเพื่อศึกษา หรือสอบหาข้อเท็จจริงเรื่องใดๆ และรายงานให้สภาทราบภายในเวลาที่กำหนด ตลอดจนทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลรวมถึงหน่วยงานต่างๆ ให้ครอบคลุมทุกมิติของการบริหารประเทศ ตามมาตรา 129 แห่งรัฐธรรมนูญ ปี 2560

 

โดยทั่วไปแล้วการจัดสรรเก้าอี้กรรมาธิการในสภาฯ จะเริ่มขึ้นหลังมีการตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นรูปเป็นร่าง และเริ่มทำงานแล้วระยะหนึ่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะดำเนินการให้แต่ละพรรคการเมืองในสภาฯ จัดสรรเก้าอี้กรรมาธิการเพื่อเข้ามาถ่วงดุลการทำงานของรัฐบาลทันที

 

ขณะที่สภาฯ ชุดปัจจุบัน โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ได้เชิญหัวหน้าพรรคการเมืองหรือตัวแทนเข้าหารือจำนวนและสัดส่วนของแต่ละพรรคการเมืองในกรรมาธิการสามัญ ในวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งแม้จะแบ่งจำนวนกันลงตัว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องคณะกรรมาธิการที่แต่ละพรรคต้องการได้เป็นประธาน จึงต้องมีการนัดหารือกันอีกครั้งในวันพุธที่ 22 เมษายน

 

คณิตศาสตร์การเมือง: ยิ่ง สส. มาก ยิ่งมี กมธ. มาก

 

คณะกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะ ประกอบด้วยกรรมาธิการจำนวน 15 คน รวมทั้งหมดเป็น 525 เก้าอี้ โดย สส. 1 คน จะดำรงตำแหน่งกรรมาธิการได้ไม่เกิน 2 คณะ ยกเว้นประธานกรรมาธิการที่จะดำรงตำแหน่งได้ในคณะเดียว

 

ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 และตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว จำนวนกรรมาธิการจะถูกจัดสรรตาม ‘สัดส่วนของ สส. ที่แต่ละพรรคการเมืองมีอยู่ในสภาฯ’ กล่าวคือหากพรรคใดมีจำนวน สส. มาก ก็จะได้เก้าอี้ในกรรมาธิการ รวมถึงโควตาตำแหน่ง ‘ประธานกรรมาธิการ’ มากตามไปด้วยเช่นกัน

 

อย่างเช่นในสภาฯ ชุดที่ 27 ซึ่งเป็นชุดปัจจุบัน อัตราส่วนของประธานกรรมาธิการแบ่งได้เป็น:

 

  • พรรคภูมิใจไทย ได้ตำแหน่งประธานกรรมาธิการสามัญ จำนวน 14 คณะ
  • พรรคประชาชน ได้ตำแหน่งประธานกรรมาธิการสามัญ จำนวน 9 คณะ
  • พรรคเพื่อไทย ได้ตำแหน่งประธานกรรมาธิการสามัญ จำนวน 5 คณะ
  • พรรคกล้าธรรม ได้ตำแหน่งประธานกรรมาธิการสามัญ จำนวน 4 คณะ
  • พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตำแหน่งประธานกรรมาธิการสามัญ จำนวน 2 คณะ
  • พรรคไทรวมพลัง ได้ตำแหน่งประธานกรรมาธิการสามัญ จำนวน 1 คณะ

 

ทำไมเก้าอี้ ‘ประธาน กมธ.’ จึงสำคัญจนต้องแย่งชิงกัน?

 

การช่วงชิงว่าพรรคใดจะได้เป็นประธานกรรมาธิการสามัญคณะใด ถือว่ามีความดุเดือดไม่แพ้การชิงตำแหน่งรัฐมนตรี มีเหตุผลหลักๆ หลายประการว่าเหตุใดเก้าอี้ประธานกรรมาธิการจึงสำคัญ

 

1.เป็นผู้กำหนดวาระในสภาฯ: ประธานกรรมาธิการเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในห้องประชุมกรรมาธิการ มีอำนาจชี้ขาดว่าจะนำเรื่องใดเข้ามาตรวจสอบ หรือแสวงหาข้อเท็จจริง

2. อำนาจการเรียกชี้แจง: หากประธานกรรมาธิการมาจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็สามารถใช้อำนาจกรรมาธิการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้เต็มที่ ตลอดจนเรียกเอกสาร ข้อมูล หรือเชิญบุคคลต่างๆ มาชี้แจงได้ ตั้งแต่ข้าราชการจนถึงตำแหน่งระดับสูงอย่างบรรดารัฐมนตรี พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงมักต้องการคณะกรรมาธิการที่มีอำนาจหน้าที่ตรงกับ ‘กระทรวงเกรดเอ’ ต่างๆ

3. งบประมาณและเครือข่าย: กรรมาธิการแต่ละคณะจะได้รับการจัดสรรงบประมาณ ทั้งเบี้ยประชุม หรืองบฯ ในการศึกษาดูงาน รวมถึงมีโควตาในการแต่งตั้งบุคคลภายนอกเป็นที่ปรึกษาหรืออนุกรรมาธิการได้ ในแง่การเมืองบางฝ่ายก็มองว่า โควตาเหล่านี้เป็นการ ‘ปูนบำเหน็จ’ ให้กันและกันได้ด้วย

 

ย้อนมองประวัติศาสตร์ สภาฯ เดือดเพราะเกมชิงเก้าอี้

 

การจัดสรรเก้าอี้ประธานกรรมาธิการของสภาฯ แต่ละยุค มักจะปรากฏข่าวการแย่งชิงที่นั่งกันอย่างดุเดือดและเป็นสีสันเสมอ เช่น เมื่อปี 2562 ในสมัยรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านในขณะนั้นได้เก้าอี้ประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กรรมาธิการ ป.ป.ช.) โดยมี พล.ต.อ. เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน

 

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธิ์ได้ใช้กลไกนี้ตรวจสอบรัฐบาลอย่างหนักหน่วง จนฝ่ายรัฐบาลได้ส่ง สิระ เจนจาคะ และ ปารีณา ไกรคุปต์ สส. พรรคพลังประชารัฐ เข้ามานั่งเป็นกรรมาธิการประกบ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธิ์ จนทำให้เกิดการปะทะคารมรุนแรงจนเป็นข่าวฮือฮาในการประชุมแทบทุกนัด

 

ต่อมาในปี 2566 หลังการจัดตั้งรัฐบาลโดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ได้เกิดรอยร้าวกับพรรคก้าวไกล ที่เจรจาขอตำแหน่งประธานกรรมาธิการคณะที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบรัฐบาล ขณะที่ฝ่ายพรรคเพื่อไทยมองว่า การจัดสรรเก้าอี้ประธานกรรมาธิการไม่ควรเจาะจงว่าเป็นของฝ่ายค้าน แต่ทุกพรรคมีโอกาสเท่าเทียมกัน

 

ความขัดแย้งยืดเยื้อจนการเจรจาประธานกรรมาธิการลากยาวนับเดือน ถึงขั้นที่ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ในขณะนั้น เตือนว่าหากยังตกลงกันไม่ได้ ก็จะให้ใช้วิธีการจับสลากเพื่อหาข้อสรุป จนท้ายที่สุดทุกพรรคก็หารือจนตกลงร่วมกันได้เมื่อเดือนกันยายน 2566

 

สำหรับการจัดสรรเก้าอี้กรรมาธิการในสภาฯ ชุดปัจจุบันยังคงต้องติดตามต่อไปในวันที่ 22 เมษายนนี้ เพราะยังไม่ได้มีการตกลงกันว่าพรรคใดจะได้เป็นประธานกรรมาธิการคณะใด และมีบางคณะที่พรรคประชาชนกับพรรคประชาธิปัตย์ต้องการได้ตรงกัน เช่น คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ซึ่งเบื้องต้นแต่ละพรรคจะไปพูดคุยกันก่อน

 

กมธ. สามัญ 35 คณะ ในปัจจุบัน มีอะไรบ้าง

 

ปัจจุบัน คณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 35 คณะ ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ประกอบด้วย

 

  1. คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน
  2. คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร
  3. คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน
  4. คณะกรรมาธิการการกีฬา
  5. คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ
  6. คณะกรรมาธิการแก้ปัญหาหนี้สิน ความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ
  7. คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์
  8. คณะกรรมาธิการการคมนาคม
  9. คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ
  10. คณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค
  11. คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน
  12. คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ
  13. คณะกรรมาธิการการตำรวจ
  14. คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ
  15. คณะกรรมาธิการการทหาร
  16. คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว
  17. คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  18. คณะกรรมาธิการการปกครอง
  19. คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ
  20. คณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (กมธ. ป.ป.ง.)
  21. คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ. ป.ป.ช.)
  22. คณะกรรมาธิการการพลังงาน
  23. คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน
  24. คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ
  25. คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา
  26. คณะกรรมาธิการการแรงงาน
  27. คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  28. คณะกรรมาธิการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
  29. คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม
  30. คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม
  31. คณะกรรมาธิการการศึกษา
  32. คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม
  33. คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข
  34. คณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  35. คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม
  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising