เก้าอี้รัฐมนตรีถูกจัดสรรให้ฝ่ายบริหารอย่างลงตัวแล้ว แต่การชิงเก้าอี้ ‘คณะกรรมาธิการ’ ในสภาผู้แทนราษฎรเพิ่งจะเริ่ม เป็นอีกเหตุการณ์สำคัญที่ต้องจับตามอง เพราะโฉมหน้าของประธานกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญทั้ง 35 คณะ จะเป็นตัวบ่งชี้ดุลอำนาจและทิศทางการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติต่อไปตลอดวาระ
ประเด็นสำคัญ
คณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 35 คณะ คือกลไกในการให้ สส. จากทุกพรรคการเมืองรวมกลุ่มกันตั้งเป็นคณะทำงานเพื่อศึกษา หรือสอบหาข้อเท็จจริงเรื่องใดๆ และรายงานให้สภาทราบภายในเวลาที่กำหนด ตลอดจนทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลรวมถึงหน่วยงานต่างๆ ให้ครอบคลุมทุกมิติของการบริหารประเทศ ตามมาตรา 129 แห่งรัฐธรรมนูญ ปี 2560
โดยทั่วไปแล้วการจัดสรรเก้าอี้กรรมาธิการในสภาฯ จะเริ่มขึ้นหลังมีการตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นรูปเป็นร่าง และเริ่มทำงานแล้วระยะหนึ่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะดำเนินการให้แต่ละพรรคการเมืองในสภาฯ จัดสรรเก้าอี้กรรมาธิการเพื่อเข้ามาถ่วงดุลการทำงานของรัฐบาลทันที
ขณะที่สภาฯ ชุดปัจจุบัน โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ได้เชิญหัวหน้าพรรคการเมืองหรือตัวแทนเข้าหารือจำนวนและสัดส่วนของแต่ละพรรคการเมืองในกรรมาธิการสามัญ ในวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งแม้จะแบ่งจำนวนกันลงตัว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องคณะกรรมาธิการที่แต่ละพรรคต้องการได้เป็นประธาน จึงต้องมีการนัดหารือกันอีกครั้งในวันพุธที่ 22 เมษายน
คณิตศาสตร์การเมือง: ยิ่ง สส. มาก ยิ่งมี กมธ. มาก
คณะกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะ ประกอบด้วยกรรมาธิการจำนวน 15 คน รวมทั้งหมดเป็น 525 เก้าอี้ โดย สส. 1 คน จะดำรงตำแหน่งกรรมาธิการได้ไม่เกิน 2 คณะ ยกเว้นประธานกรรมาธิการที่จะดำรงตำแหน่งได้ในคณะเดียว
ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 และตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว จำนวนกรรมาธิการจะถูกจัดสรรตาม ‘สัดส่วนของ สส. ที่แต่ละพรรคการเมืองมีอยู่ในสภาฯ’ กล่าวคือหากพรรคใดมีจำนวน สส. มาก ก็จะได้เก้าอี้ในกรรมาธิการ รวมถึงโควตาตำแหน่ง ‘ประธานกรรมาธิการ’ มากตามไปด้วยเช่นกัน
อย่างเช่นในสภาฯ ชุดที่ 27 ซึ่งเป็นชุดปัจจุบัน อัตราส่วนของประธานกรรมาธิการแบ่งได้เป็น:
- พรรคภูมิใจไทย ได้ตำแหน่งประธานกรรมาธิการสามัญ จำนวน 14 คณะ
- พรรคประชาชน ได้ตำแหน่งประธานกรรมาธิการสามัญ จำนวน 9 คณะ
- พรรคเพื่อไทย ได้ตำแหน่งประธานกรรมาธิการสามัญ จำนวน 5 คณะ
- พรรคกล้าธรรม ได้ตำแหน่งประธานกรรมาธิการสามัญ จำนวน 4 คณะ
- พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตำแหน่งประธานกรรมาธิการสามัญ จำนวน 2 คณะ
- พรรคไทรวมพลัง ได้ตำแหน่งประธานกรรมาธิการสามัญ จำนวน 1 คณะ
ทำไมเก้าอี้ ‘ประธาน กมธ.’ จึงสำคัญจนต้องแย่งชิงกัน?
การช่วงชิงว่าพรรคใดจะได้เป็นประธานกรรมาธิการสามัญคณะใด ถือว่ามีความดุเดือดไม่แพ้การชิงตำแหน่งรัฐมนตรี มีเหตุผลหลักๆ หลายประการว่าเหตุใดเก้าอี้ประธานกรรมาธิการจึงสำคัญ
1.เป็นผู้กำหนดวาระในสภาฯ: ประธานกรรมาธิการเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในห้องประชุมกรรมาธิการ มีอำนาจชี้ขาดว่าจะนำเรื่องใดเข้ามาตรวจสอบ หรือแสวงหาข้อเท็จจริง
2. อำนาจการเรียกชี้แจง: หากประธานกรรมาธิการมาจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็สามารถใช้อำนาจกรรมาธิการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้เต็มที่ ตลอดจนเรียกเอกสาร ข้อมูล หรือเชิญบุคคลต่างๆ มาชี้แจงได้ ตั้งแต่ข้าราชการจนถึงตำแหน่งระดับสูงอย่างบรรดารัฐมนตรี พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงมักต้องการคณะกรรมาธิการที่มีอำนาจหน้าที่ตรงกับ ‘กระทรวงเกรดเอ’ ต่างๆ
3. งบประมาณและเครือข่าย: กรรมาธิการแต่ละคณะจะได้รับการจัดสรรงบประมาณ ทั้งเบี้ยประชุม หรืองบฯ ในการศึกษาดูงาน รวมถึงมีโควตาในการแต่งตั้งบุคคลภายนอกเป็นที่ปรึกษาหรืออนุกรรมาธิการได้ ในแง่การเมืองบางฝ่ายก็มองว่า โควตาเหล่านี้เป็นการ ‘ปูนบำเหน็จ’ ให้กันและกันได้ด้วย
ย้อนมองประวัติศาสตร์ สภาฯ เดือดเพราะเกมชิงเก้าอี้
การจัดสรรเก้าอี้ประธานกรรมาธิการของสภาฯ แต่ละยุค มักจะปรากฏข่าวการแย่งชิงที่นั่งกันอย่างดุเดือดและเป็นสีสันเสมอ เช่น เมื่อปี 2562 ในสมัยรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านในขณะนั้นได้เก้าอี้ประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กรรมาธิการ ป.ป.ช.) โดยมี พล.ต.อ. เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน
พล.ต.อ. เสรีพิศุทธิ์ได้ใช้กลไกนี้ตรวจสอบรัฐบาลอย่างหนักหน่วง จนฝ่ายรัฐบาลได้ส่ง สิระ เจนจาคะ และ ปารีณา ไกรคุปต์ สส. พรรคพลังประชารัฐ เข้ามานั่งเป็นกรรมาธิการประกบ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธิ์ จนทำให้เกิดการปะทะคารมรุนแรงจนเป็นข่าวฮือฮาในการประชุมแทบทุกนัด
ต่อมาในปี 2566 หลังการจัดตั้งรัฐบาลโดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ได้เกิดรอยร้าวกับพรรคก้าวไกล ที่เจรจาขอตำแหน่งประธานกรรมาธิการคณะที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบรัฐบาล ขณะที่ฝ่ายพรรคเพื่อไทยมองว่า การจัดสรรเก้าอี้ประธานกรรมาธิการไม่ควรเจาะจงว่าเป็นของฝ่ายค้าน แต่ทุกพรรคมีโอกาสเท่าเทียมกัน
ความขัดแย้งยืดเยื้อจนการเจรจาประธานกรรมาธิการลากยาวนับเดือน ถึงขั้นที่ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ในขณะนั้น เตือนว่าหากยังตกลงกันไม่ได้ ก็จะให้ใช้วิธีการจับสลากเพื่อหาข้อสรุป จนท้ายที่สุดทุกพรรคก็หารือจนตกลงร่วมกันได้เมื่อเดือนกันยายน 2566
สำหรับการจัดสรรเก้าอี้กรรมาธิการในสภาฯ ชุดปัจจุบันยังคงต้องติดตามต่อไปในวันที่ 22 เมษายนนี้ เพราะยังไม่ได้มีการตกลงกันว่าพรรคใดจะได้เป็นประธานกรรมาธิการคณะใด และมีบางคณะที่พรรคประชาชนกับพรรคประชาธิปัตย์ต้องการได้ตรงกัน เช่น คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ซึ่งเบื้องต้นแต่ละพรรคจะไปพูดคุยกันก่อน
กมธ. สามัญ 35 คณะ ในปัจจุบัน มีอะไรบ้าง
ปัจจุบัน คณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 35 คณะ ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ประกอบด้วย
- คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน
- คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร
- คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน
- คณะกรรมาธิการการกีฬา
- คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ
- คณะกรรมาธิการแก้ปัญหาหนี้สิน ความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ
- คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์
- คณะกรรมาธิการการคมนาคม
- คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ
- คณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค
- คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน
- คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ
- คณะกรรมาธิการการตำรวจ
- คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ
- คณะกรรมาธิการการทหาร
- คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว
- คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- คณะกรรมาธิการการปกครอง
- คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ
- คณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (กมธ. ป.ป.ง.)
- คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ. ป.ป.ช.)
- คณะกรรมาธิการการพลังงาน
- คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน
- คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ
- คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา
- คณะกรรมาธิการการแรงงาน
- คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
- คณะกรรมาธิการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
- คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม
- คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม
- คณะกรรมาธิการการศึกษา
- คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม
- คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข
- คณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม


