พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยหลักฐานใหม่เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงในการลงคะแนนระหว่าง สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม และ พรเพิ่ม ทองศรี สมาชิกวุฒิสภา (สว.)
พร้อมประกาศยืนยันการเดินหน้าตรวจสอบกระบวนการเลือก สว. ต่อไป แม้จะถูกทนายความรับมอบอำนาจจาก ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เข้าแจ้งความดำเนินคดีทางอาญาในข้อหาหมิ่นประมาทที่จังหวัดบึงกาฬเมื่อวันที่ผ่านมา
พริษฐ์ชี้ว่า การดำเนินคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการนำเสนอคำให้การของพยานบุคคลชื่อ ‘สนั่นชัย’ จากจังหวัดหนองบัวลำภูบนเวทีวิปฝ่ายค้าน ซึ่งเปิดเผยว่า ตนเองเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดตั้งผู้สมัคร สว. ที่มีสรชาติเป็นผู้นำ
โดยพยานอ้างว่าได้ยินสรชาติโทรศัพท์รายงานข้อมูลรายชื่อผู้สมัครต่อทรงศักดิ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในเวลาต่อมาสรชาติได้ออกมาชี้แจงผ่านสื่อมวลชน โดยยอมรับว่าเป็นเพื่อนกับนายทรงศักดิ์และมีการโทรศัพท์พูดคุยกันจริงในช่วงการเลือก สว. แต่ปฏิเสธการสนทนาเรื่องการเลือก สว. และยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตใดๆ
พริษฐ์ระบุว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นประเด็นที่ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและพิสูจน์ตามกฎหมาย โดยก่อนหน้านี้ได้นำเสนอหลักฐานเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงระหว่างสรชาติกับผู้สมัคร สว. จากจังหวัดหนองบัวลำภูอย่างน้อย 7 คน รวมถึงข้อมูลการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์
ล่าสุดได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมจากบัตรลงคะแนนเลือกระดับประเทศรอบสุดท้าย ซึ่งแสดงความเชื่อมโยงระหว่างสรชาติและพรเพิ่ม ซึ่งเป็นพี่ชายของทรงศักดิ์
ในการเลือก สว. ระดับประเทศรอบสุดท้ายของกลุ่ม 13
- สรชาติ หมายเลข 111 ได้รับเลือกเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนน 66 คะแนน
- พรเพิ่ม หมายเลข 65 ได้รับเลือกเป็นอันดับ 2 ด้วยคะแนน 60 คะแนน
ข้อมูลการตรวจสอบบัตรลงคะแนนเบื้องต้นพบว่ามีผู้สมัครจำนวน 44 คนที่ลงคะแนนให้กับทั้งสรชาติและพรเพิ่มพร้อมกัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 67 ของคะแนนรวมที่สรชาติได้รับ และร้อยละ 73 ของคะแนนรวมที่พรเพิ่มได้รับ
ข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับการทำโพยใบสั่งที่ถูกรวบรวมมาได้
แสดงให้เห็นว่าหมายเลขผู้สมัครของทั้งสองคนปรากฏคู่กันในโพยหลายฉบับ โดยการเลือกรอบสุดท้ายเป็นการเลือกไขว้ที่ผู้สมัครสามารถเลือกได้กลุ่มละ 5 คน ข้อมูลโพยที่พบแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบหลัก ได้แก่
- โพยรูปแบบ A ระบุหมายเลข 65, 111, 36, 123 และ 1
- โพยรูปแบบ B ระบุหมายเลข 65, 111, 36, 123 และ 9
- โพยรูปแบบ C ระบุหมายเลข 65, 111, 36, 123 และ 39
- โพยรูปแบบ D ระบุหมายเลข 65, 111, 123, 1 และ 9
จากการตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างโพยกับบัตรลงคะแนนพบว่า มีบัตรที่ลงคะแนนตรงตามหมายเลขในโพยรูปแบบ A จำนวน 11 ใบ โดยมี 8 ใบที่เรียงลำดับหมายเลขตรงตามโพยทุกประการ
สำหรับโพยรูปแบบ B มีบัตรลงคะแนนตรงตามหมายเลข 9 ใบ และเรียงลำดับตรงตามโพย 7 ใบ
ส่วนโพยรูปแบบ C มีบัตรลงคะแนนตรงตามหมายเลข 5 ใบ และเรียงลำดับตรงตามโพย 4 ใบ
ขณะที่โพยรูปแบบ D มีบัตรลงคะแนนตรงตามหมายเลข 5 ใบ และเรียงลำดับตรงตามโพย 3 ใบ
ในตอนท้าย พริษฐ์ได้ตั้งข้อสังเกตไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าชุดข้อมูลหลักฐานทั้งหมดเพียงพอที่จะถือเป็นเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีกระบวนการทุจริตเกิดขึ้นหรือไม่
พร้อมทั้งระบุถึงความรับผิดชอบของ กกต. ตามมาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ที่กำหนดให้ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยเมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำผิด โดยไม่ต้องรอให้พิสูจน์ข้อเท็จจริงจนสิ้นข้อสงสัยในชั้นของ กกต.


