×

พริษฐ์เปิดหลักฐานบัตรลงคะแนนเลือก สว. สรชาติ-พรเพิ่ม ตรงตามโพย ย้ำเดินหน้าตรวจสอบต่อแม้ถูกรองนายกฯ ฟ้องหมิ่น

โดย THE STANDARD TEAM
03.08.2026
พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน กำลังแถลงข่าวพร้อมหลักฐานบัตรลงคะแนนเลือก สว.

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยหลักฐานใหม่เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงในการลงคะแนนระหว่าง สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม และ พรเพิ่ม ทองศรี สมาชิกวุฒิสภา (สว.)

 

พร้อมประกาศยืนยันการเดินหน้าตรวจสอบกระบวนการเลือก สว. ต่อไป แม้จะถูกทนายความรับมอบอำนาจจาก ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เข้าแจ้งความดำเนินคดีทางอาญาในข้อหาหมิ่นประมาทที่จังหวัดบึงกาฬเมื่อวันที่ผ่านมา

 

พริษฐ์ชี้ว่า การดำเนินคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการนำเสนอคำให้การของพยานบุคคลชื่อ ‘สนั่นชัย’ จากจังหวัดหนองบัวลำภูบนเวทีวิปฝ่ายค้าน ซึ่งเปิดเผยว่า ตนเองเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดตั้งผู้สมัคร สว. ที่มีสรชาติเป็นผู้นำ

 

โดยพยานอ้างว่าได้ยินสรชาติโทรศัพท์รายงานข้อมูลรายชื่อผู้สมัครต่อทรงศักดิ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในเวลาต่อมาสรชาติได้ออกมาชี้แจงผ่านสื่อมวลชน โดยยอมรับว่าเป็นเพื่อนกับนายทรงศักดิ์และมีการโทรศัพท์พูดคุยกันจริงในช่วงการเลือก สว. แต่ปฏิเสธการสนทนาเรื่องการเลือก สว. และยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตใดๆ

 

พริษฐ์ระบุว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นประเด็นที่ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและพิสูจน์ตามกฎหมาย โดยก่อนหน้านี้ได้นำเสนอหลักฐานเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงระหว่างสรชาติกับผู้สมัคร สว. จากจังหวัดหนองบัวลำภูอย่างน้อย 7 คน รวมถึงข้อมูลการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์

 

ล่าสุดได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมจากบัตรลงคะแนนเลือกระดับประเทศรอบสุดท้าย ซึ่งแสดงความเชื่อมโยงระหว่างสรชาติและพรเพิ่ม ซึ่งเป็นพี่ชายของทรงศักดิ์

 

ในการเลือก สว. ระดับประเทศรอบสุดท้ายของกลุ่ม 13

 

  • สรชาติ หมายเลข 111 ได้รับเลือกเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนน 66 คะแนน
  • พรเพิ่ม หมายเลข 65 ได้รับเลือกเป็นอันดับ 2 ด้วยคะแนน 60 คะแนน

 

ข้อมูลการตรวจสอบบัตรลงคะแนนเบื้องต้นพบว่ามีผู้สมัครจำนวน 44 คนที่ลงคะแนนให้กับทั้งสรชาติและพรเพิ่มพร้อมกัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 67 ของคะแนนรวมที่สรชาติได้รับ และร้อยละ 73 ของคะแนนรวมที่พรเพิ่มได้รับ

 

ข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับการทำโพยใบสั่งที่ถูกรวบรวมมาได้

 

แสดงให้เห็นว่าหมายเลขผู้สมัครของทั้งสองคนปรากฏคู่กันในโพยหลายฉบับ โดยการเลือกรอบสุดท้ายเป็นการเลือกไขว้ที่ผู้สมัครสามารถเลือกได้กลุ่มละ 5 คน ข้อมูลโพยที่พบแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบหลัก ได้แก่

 

  • โพยรูปแบบ A ระบุหมายเลข 65, 111, 36, 123 และ 1
  • โพยรูปแบบ B ระบุหมายเลข 65, 111, 36, 123 และ 9
  • โพยรูปแบบ C ระบุหมายเลข 65, 111, 36, 123 และ 39
  • โพยรูปแบบ D ระบุหมายเลข 65, 111, 123, 1 และ 9

 

จากการตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างโพยกับบัตรลงคะแนนพบว่า มีบัตรที่ลงคะแนนตรงตามหมายเลขในโพยรูปแบบ A จำนวน 11 ใบ โดยมี 8 ใบที่เรียงลำดับหมายเลขตรงตามโพยทุกประการ

 

สำหรับโพยรูปแบบ B มีบัตรลงคะแนนตรงตามหมายเลข 9 ใบ และเรียงลำดับตรงตามโพย 7 ใบ

 

ส่วนโพยรูปแบบ C มีบัตรลงคะแนนตรงตามหมายเลข 5 ใบ และเรียงลำดับตรงตามโพย 4 ใบ

 

ขณะที่โพยรูปแบบ D มีบัตรลงคะแนนตรงตามหมายเลข 5 ใบ และเรียงลำดับตรงตามโพย 3 ใบ

 

ในตอนท้าย พริษฐ์ได้ตั้งข้อสังเกตไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าชุดข้อมูลหลักฐานทั้งหมดเพียงพอที่จะถือเป็นเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีกระบวนการทุจริตเกิดขึ้นหรือไม่

 

พร้อมทั้งระบุถึงความรับผิดชอบของ กกต. ตามมาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ที่กำหนดให้ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยเมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำผิด โดยไม่ต้องรอให้พิสูจน์ข้อเท็จจริงจนสิ้นข้อสงสัยในชั้นของ กกต.


READ MORE





Latest Stories

Close Advertising