ตลอดช่วงต้นปีที่ผ่านมา เส้นทางของ ‘รถถัง จิตรเมืองนนท์’ เต็มไปด้วยเรื่องราวนอกสังเวียน จากปัญหาสัญญาที่ทำให้ความสัมพันธ์กับ ONE Championship สั่นคลอน กลายเป็นมหากาพย์ที่แฟนมวยต่างเฝ้าจับตาว่าจะลงเอยอย่างไร?
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในช่วงก่อนศึกรีแมตช์กับ ทาเครุ เซกาวะ เมื่อรถถังออกมาเปิดเผยว่า เขาเข้าใจว่าสัญญากับ ONE สิ้นสุดลงแล้ว และกำลังพิจารณาเส้นทางใหม่บนอาชีพนักมวย
ขณะที่ฝั่ง ONE ยืนยันตรงกันข้ามว่า นักชกชาวไทยยังมีข้อผูกพันตามสัญญาอยู่ ทำให้ทั้งสองฝ่ายตีความเงื่อนไขในสัญญาไม่ตรงกัน
ความขัดแย้งค่อยๆ บานปลาย เมื่อรถถังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเอกสารสัญญา ขณะที่ ONE เดินหน้าดำเนินการทางกฎหมาย พร้อมประกาศฟ้องร้องในไทย ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ จากข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสัญญาและการสื่อสารที่สร้างความเข้าใจผิด จนหลายคนเริ่มกังวลว่าไฟต์สำคัญกับทาเครุอาจไม่เกิดขึ้น
ทว่าเพียงสองสัปดาห์ก่อนไฟต์ใหญ่ในศึก ‘ONE Samurai 1’ ทั้งสองฝ่ายเลือกที่จะหันหน้าเข้านั่งลงบนโต๊ะเจรจา
การแถลงข่าวที่ค่ายจิตรเมืองนนท์ในเดือนเมษายน กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อมีการประกาศยุติข้อพิพาท ถอนคดีความทั้งหมด และเปิดทางให้ไฟต์ดวลทาเครุเดินหน้าต่อได้ตามกำหนด
แม้ปัญหาหลังบ้านจะเริ่มคลี่คลาย แต่ช่วงเวลาเตรียมตัวของรถถังก็ได้รับผลกระทบไม่น้อย ก่อนที่ไฟต์กับ ทาเครุ จะลงเอยด้วยความพ่ายแพ้น็อกในยกที่ 5
รถถังยอมรับว่า ช่วงเวลาดังกล่าวเต็มไปด้วยแรงกดดันจากข่าวนอกสังเวียน ซึ่งส่งผลต่อสมาธิและการเตรียมตัว โดยที่สุดท้ายจะพ่ายให้กับทาเครุในไฟต์รีแมตช์ที่ญี่ปุ่น กลายเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญของเจ้าตัว
อย่างไรก็ตาม หลังเวลาผ่านไปราว 3 เดือน มหากาพย์ที่หลายคนติดตามมาตลอดช่วงต้นปี ก็เดินทางมาถึงบทสรุปในที่สุด
ล่าสุด ONE Championship, ค่ายจิตรเมืองนนท์ และตัวของรถถัง ร่วมกันแถลงข่าวยืนยันว่า ทั้งหมดได้ข้อสรุปร่วมกันแล้ว
โดยรถถังจรดปากกาเซ็นสัญญาฉบับใหม่ และจะเดินหน้าล่าความสำเร็จบนสังเวียน ONE Championship ต่อไป ภายใต้การดูแลของค่ายจิตรเมืองนนท์เช่นเดิม
จิติณัฐ อัษฎามงคล ประธาน ONE Championship ประเทศไทย ระบุว่า เป้าหมายต่อจากนี้คือการ ‘รีบิวด์’ รถถัง ให้กลับมาอย่างสมศักดิ์ศรี และยิ่งใหญ่กว่าเดิมบนเวที ONE Championship พร้อมยืนยันว่า รถถังจะคืนสู่สังเวียนในศึกฉลองครบรอบ 30 ปีของค่ายจิตรเมืองนนท์ วันที่ 28 ตุลาคมนี้ ที่ไอคอนสยาม
“เรามั่นใจในแนวทางการรีบิวด์รถถัง เป้าหมายไม่ใช่แค่พาเขากลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม แต่ต้องยิ่งใหญ่กว่าเดิมบนสังเวียน ONE Championship
“ที่ผ่านมา เราร่วมกันสร้างให้รถถังกลายเป็นหนึ่งในนักมวยไทยที่โด่งดังที่สุดของโลก และเราอยากเห็นความยิ่งใหญ่นั้นเดินหน้าต่อไป เพื่อให้แฟนมวยทั่วโลกได้ชมฝีมือของเขาบนเวที ONE Championship” จิติณัฐ อัษฎามงคล กล่าว
จากวันที่อนาคตบนสังเวียนเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม วันนี้รถถังได้คำตอบของตัวเองแล้ว
นั่นคือการเดินหน้าต่อบนเวทีเดิม… สังกัดเดิม… แต่ภายใต้สัญญาฉบับใหม่ และการเริ่มต้นบทใหม่ของ The Iron Man
มหากาพย์ที่เริ่มต้นจากข้อพิพาทเรื่องสัญญา ปิดฉากลงด้วยการจับมือเดินหน้าต่อร่วมกัน ในวันเกิดอายุครบ 29 ปีของรถถังเอง
หลังจากนี้ จึงน่าติดตามอย่างยิ่งว่า การกลับมาสังเวียนอีกครั้งในเวอร์ชันที่ผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างเข้มข้นของ ‘The Iron Man’ จะยิ่งใหญ่และดุดันสมการรอคอยขนาดไหน… ต้องติดตามกันต่อไป


