จากกรณีข้อพิพาทระหว่าง ONE Championship กับ รถถัง จิตรเมืองนนท์ ที่ได้มีการเปิดเผยเหตุผลการฟ้องร้องผ่านตัวแทนของฝั่ง ONE ไปก่อนหน้านี้ โดยคดีดังกล่าวถูกดำเนินการใน 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย, ญี่ปุ่น และสิงคโปร์
ล่าสุด รถถังได้ออกมาแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก พร้อมตอบคำถามสำคัญที่หลายฝ่ายจับตามอง โดยเฉพาะประเด็นใหญ่ว่า ไฟต์ระหว่าง รถถัง vs. ทาเครุ ในวันที่ 29 เมษายน จะยังเกิดขึ้นตามกำหนดหรือไม่
THE STANDARD SPORT สรุปประเด็นสำคัญจากคำชี้แจงของฝั่งรถถัง ผ่านทีมกฎหมายที่นำโดย ทนายสันติ สังข์วรรณะ ในรูปแบบเข้าใจง่าย ดังนี้
Q: สรุปแล้วไฟต์ รถถัง vs. ทาเครุ ในวันที่ 29 เมษายนนี้ ยังมีอยู่ไหม?
ทีมกฎหมายของรถถังยืนยันว่า สถานะปัจจุบันคือ ‘ยังไม่ชัดเจน’ และสุ่มเสี่ยง (จะไม่เกิดขึ้น) เนื่องจากทนายความของ ONE สิงคโปร์ ส่งอีเมลระบุว่าสัญญาระหว่างรถถังกับ ONE ถูก Frozen (ระงับผลชั่วคราว)
โดยทีมทนายตีความว่าอาจส่งผลให้การชกที่ญี่ปุ่นถูกระงับไปด้วยโดยปริยาย ขณะนี้อยู่ระหว่างขอความชัดเจนว่ารถถังยังสามารถขึ้นชกภายใต้สถานะนี้ได้หรือไม่
Q: เงื่อนไขแบบไหนที่รถถังจะยอมขึ้นชกในไฟต์นี้?
ต้องมี ‘สัญญาใหม่’ ที่ไม่ผูกพันกับสัญญาเดิม ทีมทนายยืนยันว่าหากจะให้รถถังขึ้นชก ต้องทำเอกสารที่ระบุชัดเจนว่าไฟต์วันที่ 29 เม.ย. เป็นไฟต์เสริมที่แยกขาดจากสัญญาเก่า เพื่อป้องกันการถูกดึงกลับไปผูกมัดด้วยเงื่อนไขเดิมที่ไม่เห็นด้วย
Q: หาก ONE ยืนยันให้ใช้สัญญาเดิม (กับไฟต์วันที่ 29 เม.ย.) จะเกิดอะไรขึ้น?
ถ้าเป็นแบบนั้น รถถังอาจไม่สามารถขึ้นชกได้ ทีมทนายเผยว่าขณะนี้สภาพจิตใจของรถถังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัญหาข้อพิพาท หากยังถูกบังคับให้ใช้เงื่อนไขเดิม รถถังอาจไม่มีแรงจูงใจหรือความพร้อมในการทำหน้าที่บนเวที
Q: ตัวรถถังเองยังอยากชกในไฟต์นี้อยู่ไหม?
รถถังยืนยันว่า พร้อมและซ้อมอยู่ทุกวัน ตนมีเจตจำนงแน่วแน่ว่าอยากเดินทางไปชกตามกำหนด แต่ในฐานะนักมวยไม่ใช่คนจัด จึงต้องรอความชัดเจนจากฝั่ง ONE ว่าจะอนุญาตให้ขึ้นชกภายใต้สถานะ Frozen นี้หรือไม่
Q: สัญญาของรถถังกับ ONE ตอนนี้ยังมีผลอยู่หรือไม่ และสัญญาที่เป็นปัญหาคืออะไร?
ทีมรถถังมองว่า สัญญาเดิมจบลงแล้ว รถถังชกครบจำนวนไฟต์ตามสัญญาปี 2018 และ 2022 เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นไฟต์กับทาเครุจึงถือเป็นไฟต์ใหม่ที่อยู่นอกเหนือข้อผูกพันเดิม
ขณะนี้ทีมทนายความได้ยื่นขอสัญญาคู่ฉบับจากทาง ONE เพื่อมาตรวจสอบอย่างละเอียด แต่พบข้อกังวลสำคัญคือในเอกสารบางฉบับ มีเพียงลายเซ็นของรถถังฝ่ายเดียว โดยไม่มีลายเซ็นของฝั่ง ONE ปรากฏอยู่
ด้วยเหตุนี้ ทีมกฎหมายจึงตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สมบูรณ์ของสัญญา และยังไม่อาจยอมรับการบังคับใช้เงื่อนไขเดิมได้ จนกว่าจะได้รับเอกสารต้นฉบับที่ครบถ้วนและชัดเจนจากทางสิงคโปร์
Q: ทำไมรถถังถึงยังไม่เซ็น ‘ใบปล่อยตัว’ ที่ทาง ONE ส่งมาให้เมื่อ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา?
เพราะเนื้อหาสัญญาถูกแก้ไขจนสุ่มเสี่ยงจะทำให้กลับไปติดล็อกเดิม เพราะเดิมทีทีมทนายรถถังร่างเอกสารนี้เพื่อยืนยันการเป็นอิสระจากสัญญาเก่า
แต่ทางทนาย ONE สิงคโปร์มีการปรับแก้เนื้อหา ซึ่งทีมกฎหมายมองว่าหากเซ็นไปจะเท่ากับยอมรับเงื่อนไขผูกพันเดิมอีกครั้ง จึงสั่งระงับการเซ็นไว้ก่อน
Q: กรณีถูกฟ้องข้อหา ‘หมิ่นประมาท’?
ทีมกฎหมายมองว่า ในเมื่อเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาลในการพิจารณาตามพยานหลักฐาน ทีมทนายยืนยันว่าพร้อมที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจในทุกเขตอำนาจศาล (ไทย, สิงคโปร์, ญี่ปุ่น) โดยจะขอไม่ก้าวล่วงพูดถึงรายละเอียดเชิงลึกในชั้นความลับของคดี
ส่วนมุมมองของรถถัง ยืนยันว่าการออกมาพูดก่อนหน้านี้ไม่ใช่การหมิ่นประมาท แต่เป็นการรักษาสิทธิ์และเรียกร้องความถูกต้องในฐานะนักกีฬาคนหนึ่งเท่านั้น
Q: ท่าทีของรถถังต่อ ONE และ ‘บอสชาตรี’ ในปัจจุบันเป็นอย่างไร?
รถถังยืนยันว่า ยังให้เคารพและพร้อมเจรจาเสมอ และย้ำว่าตนเองต้องการเพียงรักษาสิทธิ์และความถูกต้อง เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ดีให้กับนักมวยรุ่นน้อง ยืนยันว่ายังไม่คิดเรื่องย้ายไปชกที่อื่นเพราะต้องการให้เกียรติทางค่ายที่สร้างกันมา และพร้อมจะหาทางออกที่ยุติธรรมผ่านการพูดคุยมากกว่าการสู้กันด้วยคดีความ


