“ปลดล็อกทุกอย่างแล้วครับ ผมก็ทำตามที่ผมบอกไว้เรียบร้อยแล้ว ก็รู้สึกดีที่คว้ามาได้ 2 เหรียญทอง ทำลายสถิติได้ แล้วก็ได้สถิติเอเชียด้วย ดีใจที่ได้เป็นคนไทยได้ยืนบนโพเดียมเหรียญทอง”
นี่คือความรู้สึกของ ‘เทพบิว’ ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 200 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026 และเป็นเหรียญทองที่ 2 ของตัวเอง ทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ก่อนการแข่งขัน
นี่คือค่ำคืนที่น่าจดจำของภูริพลอย่างแท้จริงนะครับ
19.88 วินาที คือเวลาที่พาเขาไปถึงเหรียญทอง 200 เมตร และทำให้ชื่อของภูริพลถูกพูดถึงในอีกระดับ
เพราะการลงแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อคว้าแชมป์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการวิ่งเพื่อตอกย้ำให้คนทั้งทวีปเอเชียเห็นว่า เวลานี้เขาคือนักวิ่งระยะสั้นที่ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของเอเชียอย่างเต็มตัวแล้วนะ
เอเชียนเกมส์ครั้งนี้ ภูริพลสร้างสถิติเอเชียนเกมส์ใหม่ถึง 4 ครั้ง และในระยะ 200 เมตร เวลาของเขา 19.88 วินาที เทียบเท่าสถิติเอเชียที่ เสี่ย เจิ้นเหย่ นักวิ่งระดับตำนานของจีนทำไว้ 19.88 วินาที เมื่อปี 2019
หากย้อนดูผลงานของภูริพลในปี 2026 จะยิ่งเห็นภาพชัดขึ้นว่า เขากำลังขยับเข้าใกล้ระดับโลกมากขึ้นเรื่อยๆ
ในระยะ 100 เมตร ภูริพลทำสถิติ 9.90 วินาที ซึ่งอยู่ในอันดับ 14 ของโลกในปีนี้ และเป็นเวลาที่ดีที่สุดในบรรดานักวิ่งเอเชีย
ส่วนระยะ 200 เมตร เขาทำเวลา 19.88 วินาที อยู่อันดับ 11 ของโลกในปี 2026 ขยับเข้ามาอยู่ในวงโคจรเดียวกับกลุ่มนักวิ่งระดับโลกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น อันเดร เด กราสเซ่ เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2020 (19.84 วินาที) หรือ โนอาห์ ไลลส์ แชมป์โลกปี 2025 (19.91 วินาที)
การยกตัวเลขเหล่านี้มาเทียบ ไม่ได้หมายความว่าภูริพลเหนือกว่านักวิ่งเหล่านั้น อย่างที่เคยบอกไป แต่ละการแข่งขันมีเงื่อนไขและบริบทที่แตกต่างกัน
แต่สิ่งที่ตัวเลขกำลังบอกเราคือ วันนี้ภูริพลไม่ได้อยู่ไกลจากวงกลมของนักวิ่งระดับโลกอีกต่อไป
และผลงานในเอเชียนเกมส์ 2026 ยิ่งตอกย้ำภาพนั้น
100 เมตร เขาคว้าเหรียญทองด้วยเวลาทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 0.14 วินาที
200 เมตร ช่องว่างยิ่งกว้างขึ้นเป็น 0.57 วินาที
ตัวเลขอาจดูเป็นเพียงส่วนต่างของเวลา แต่สำหรับการแข่งขันระยะสั้นที่วัดกันด้วยเสี้ยววินาที นี่คือช่องว่างที่ชัดเจน และหากใครได้ชมการแข่งขัน จะเห็นภาพนั้นชัดเจนยิ่งกว่า เมื่อภูริพลเข้าเส้นชัยเดี่ยว ๆ แบบทิ้งคู่แข่งไว้ด้านหลัง
อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อนำสถิติของภูริพลไปเทียบกับการแข่งขันระดับเมเจอร์ 2 รายการล่าสุดอย่างโอลิมปิก 2024 และชิงแชมป์โลก 2025 เวลาที่เขาทำได้ในปีนี้ดีพอที่จะได้ลงแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของทั้งสองรายการได้เลย
แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่า หากนำเวลา 19.88 วินาที หรือ 9.90 วินาที ไปลงแข่งขันในรายการใดรายการหนึ่งแล้ว ภูริพลจะผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้อย่างแน่นอน
เพราะการแข่งขันจริงมีทั้งจังหวะของแต่ละวัน สภาพร่างกาย ลม การจับสลากฮีต และปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง
แต่ตัวเลขกำลังสะท้อนภาพสำคัญอีกอย่างหนึ่ง
ภาพของนักวิ่งไทยคนหนึ่งที่กำลังขยับเข้าไปวิ่งอยู่ในพวกเดียวกับยอดฝีมือของโลก
โนอาห์ ไลลส์, ออบลิก เซวิลล์, เอ็มมานูเอล เอเซเม, เคนเนธ เบดนาเร็ก และ เลตซิเล เทโบโก ชื่อเหล่านี้คือนักวิ่งที่เราพูดถึงในฐานะ ‘ระดับโลก’ ขณะที่ ภูริพล บุญสอน คือดาวรุ่งจากประเทศไทย
แต่วันนี้ เมื่อมองจากตัวเลขสถิติ ภูริพลกำลังพาตัวเองเข้าไปอยู่ในกลุ่มเดียวกันมากขึ้นเรื่อยๆ
แล้วอะไรคือสิ่งที่ทำให้เวลาของเขาลดลงอย่างต่อเนื่อง?
ภูริพลตอบคำถามนี้หลังคว้าเหรียญทอง 200 เมตรว่า ปัจจัยสำคัญคือการฝึกซ้อม รวมถึงการเตรียมสภาพจิตใจให้พร้อมรับมือกับการแข่งขัน
“ผมมองว่าอยู่ที่การฝึกซ้อมเลยครับ แล้วก็เรื่องของหัวใจตัวเองด้วย ว่าเราพร้อมสู้ขนาดไหน เราอาจจะตื่นเต้นได้ แต่เราต้องควบคุมตัวเองให้ได้ การแข่งขันครั้งนี้เราจะวิ่งออกมาเป็นยังไง เราต้องคิดภาพตามได้”
นั่นแหละครับ เมื่อ Process ในการพัฒนามันถูกต้อง ถูกทาง เห็นผลลัพธ์ คนทำงานมันก็มีกำลังใจกลับไปฝึกซ้อมเพิ่มเติม และเชื่อมั่นว่าตัวเลขที่เคยเป็นกำแพงต่างๆ จะสามารถถูกทำลายลงได้อีกครั้ง
ดังนั้นแนวโน้มและทิศทางในตอนนี้ กับเป้าหมายหลังจากเอเชียนเกมส์คือชิงแชมป์โลก 2027 มารอดูกันเถอะว่า ณ วันนั้น เขาจะสร้างปรากฏการณ์อะไรขึ้นมาให้โลกจำอีกบ้าง
.


