วันนี้ (12 พฤษภาคม) ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ภายใต้การอำนวยการของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จัดแถลงผลการปฏิบัติการเชิงรุกในการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ ณ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เพื่อตอกย้ำเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการประกาศสงครามขั้นเด็ดขาดและต้องชนะยาเสพติด ให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ผลการบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในห้วงระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถจับกุมคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้มากถึง 183,979 คดี โดยสามารถตรวจยึดของกลางจำนวนมหาศาล ประกอบด้วย ยาบ้า 915 ล้านเม็ด, ไอซ์ 34,116 กิโลกรัม, เฮโรอีน 756 กิโลกรัม, คีตามีน 5,222 กิโลกรัม และยาอี 274,880 เม็ด ควบคู่ไปกับการใช้มาตรการยึดทรัพย์เพื่อตัดวงจรทางการเงินของขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งสามารถอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดได้มูลค่ารวมกว่า 7,143 ล้านบาท
สำหรับการจับกุมคดีสำคัญในช่วงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ใช้เทคโนโลยีและระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เข้ามาช่วยในการสืบสวนขยายผลจนนำไปสู่การทลายเครือข่ายใหญ่หลายคดี อาทิ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ได้สกัดจับไอซ์น้ำหนัก 498 กิโลกรัมในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่เตรียมส่งออกไปยังเกาะสมุย รวมถึงการแกะรอยเครือข่ายลักลอบขนยาบ้าจากจังหวัดนครพนมส่งปลายทางสมุทรปราการ โดยใช้ระบบวิเคราะห์เส้นทางจนสามารถรวบตัวผู้ต้องหาพร้อมรถยนต์ของกลางได้ยกแก๊ง นอกจากนี้ยังมีการกวาดล้างครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือและแหล่งพักคอยตอนในของประเทศ สามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 30 ราย พร้อมตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 30 ล้านเม็ด
ในส่วนของรูปแบบการลักลอบขนส่งยาเสพติดที่ปรับเปลี่ยนไป เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลทลายเครือข่ายที่ใช้ระบบโลจิสติกส์หรือพัสดุเอกชน โดยสามารถสกัดกั้นการส่งยาบ้าจากเชียงใหม่ไปยังกระบี่และสุราษฎร์ธานี รวมของกลางกว่า 6.96 ล้านเม็ด ขณะที่ตำรวจภูธรภาค 1 ได้บุกทลายบ้านเช่าในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งถูกใช้เป็นแหล่งพักยา ยึดยาบ้าได้อีก 9.5 ล้านเม็ด
ด้านกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่การรถไฟฯ รวบตัวชายชาวมาเลเซีย 3 ราย ลักลอบขนไอซ์เกือบ 100 กิโลกรัมผ่านขบวนรถไฟสายหนองคาย-กรุงเทพฯ และล่าสุดได้บุกทลายแหล่งลักลอบผลิตสารเอโทมิเดต วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย หรือ พอตเค ในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี รวบผู้ต้องหาชาวจีนพร้อมสารเคมีจำนวนมาก
อนุทิน ได้กล่าวยืนยันเจตนารมณ์ในการสนับสนุนภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเต็มกำลัง โดยมุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการสืบสวน เพื่อรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติรูปแบบใหม่ พร้อมย้ำว่าหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหายาเสพติดคือการสร้างกลไกเชิงระบบที่ยั่งยืน และขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ โดยรัฐบาลพร้อมดูแลสวัสดิการและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างดีที่สุด
ทางด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้กล่าวเสริมว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เน้นย้ำนโยบายกดดันทุกมิติ ทั้งการสืบสวน ขยายผล ปราบปราม ยึดทรัพย์ และสกัดกั้นแนวชายแดน โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เร่งรัดขับเคลื่อนการปราบปรามขบวนการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกนายรักษามาตรฐานการทำงานอย่างโปร่งใสและยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน หากพบเห็นเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือความเคลื่อนไหวของบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน 1599 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยทางการจะปกปิดข้อมูลของผู้แจ้งเป็นความลับขั้นสูงสุด


