“ในศาสนาคริสต์ เวลาเสียชีวิตเขาจะมีการเชิญครอบครัวให้ขึ้นมาพูด คุณไม่รู้หรอกว่าคนที่ขึ้นมาจะพูดยังไงเพราะคุณตายไปแล้ว แต่คนที่เขาอยู่ข้างหลัง เขามี Impression ยังไงกับคุณ เขาก็จะพูดถึงคุณอย่างนั้น…”
นี่คือแนวคิดพื้นฐานที่คุณ ปี๊-ธงชัย บุศราพันธ์ ผู้บริหารแห่ง Noble Development ยึดถือเป็นเข็มทิศในการออกแบบชีวิตมาโดยตลอด เขาเชื่อในการเริ่มต้นด้วยการมองไปให้ทะลุถึงตอนจบว่าเราต้องการอะไร เพื่อให้ภาพสุดท้ายนั้นกลับมาเป็นตัวกำหนดการกระทำในปัจจุบัน
วันนี้ The Secret Sauce จะพาทุกคนไปแกะรอยวิธีคิดของนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับหมื่นล้านที่สร้างตัวขึ้นจากศูนย์ ชายผู้เชื่อในการออกแบบชีวิตให้เหมือนกับงานสถาปัตยกรรมที่ต้องมองให้ทะลุถึงตอนจบ ว่าเราต้องการทิ้งร่องรอยอะไรไว้บนโลกใบนี้
🟡 เส้นทางชีวิต ปี๊ Noble จากศูนย์ถึงหมื่นล้าน
หลังจบจากคณะบัญชีแห่งรั้วจามจุรี ปี๊ตัดสินใจเลือกเส้นทางที่แตกต่างด้วยการเริ่มต้นในบริษัทขนาดเล็กที่น้าชายกำลังก่อตั้งในปี 2534 ซึ่งต่อมาคืออาณาจักร Noble Development ในช่วงแรกเขาใช้กลยุทธ์สร้างความแตกต่างอย่างสุดขั้วเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีสไตล์เฉพาะตัว
แต่บททดสอบที่แท้จริงคือวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ที่ทำให้บริษัทตกอยู่ในสภาวะล้มละลาย ในวันที่ทุกอย่างเหลือเพียงกล่องเปล่า ปี๊กลับมองเห็นโอกาสจากความว่างเปล่า เขาใช้เงินมัดจำก้อนสุดท้ายที่มีไปแลกกับการเข้าถึงข้อมูลสินทรัพย์เพื่อทำรายงานวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดในยุคนั้น เขากล้าที่จะวางเดิมพันด้วยการร่อนอีเมลกว่า 200 ฉบับหาบริษัทการเงินระดับโลก จนกระทั่งได้ร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับนักลงทุนต่างชาติและกอบกู้บริษัทกลับมาได้สำเร็จ
🟡 ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องโดดเดี่ยวไหม
เมื่อชีวิตก้าวข้ามผ่านช่วงวัยแห่งการสะสมวัตถุ ปี๊พบว่าแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดคือครอบครัว เขาโชคดีที่มีภรรยาอย่าง ‘นุ่น’ ผู้เข้ามาเติมเต็มและเปลี่ยนวิธีคิดของเขาให้ละเอียดอ่อนและแคร์คนรอบข้างมากขึ้น เขาให้ความสำคัญกับการให้เวลาเต็มที่และพยายามใช้ชีวิตเป็นคู่ขนานไปกับเธอในทุกๆ วัน
ในมิติของการเป็นพ่อ ปี๊เลี้ยงลูกแบบให้ลองผิดลองถูกและสร้างวินัยโดยไม่ประคบประหงมจนเกินไป ความภาคภูมิใจสูงสุดของเขาไม่ใช่ตัวเลขกำไร แต่คือการที่ลูกชายวัย 10 ขวบเลือกที่จะเผชิญความลำบากในต่างแดนเพียงเพราะเชื่อว่ามันจะทำให้เขาเป็นคนที่ดีขึ้น ปี๊เชื่อมั่นในการสร้างค่านิยมที่ส่งต่อกันได้ผ่านการกระทำของตนเองที่เป็นแบบอย่างให้ลูกเห็นว่าชีวิตที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร
🟡 ทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จทั้งงาน ครอบครัว และความสัมพันธ์
คำตอบของปี๊คือการมองหาความสมดุลที่ไม่ได้แปลว่าต้องเลิกทำงาน แต่คือการจัดสรรน้ำหนักใหม่ให้กับมิติต่างๆ อย่างเหมาะสม วันนี้เขาเริ่มให้น้ำหนักกับมิติของสังคมมากขึ้น โดยต้องการใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเพื่อสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่น เขาเชื่อว่าหากเรามัวแต่จดจ่อเพียงด้านเดียว วันหนึ่งเราอาจตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเราพลาดโอกาสสำคัญในการทำสิ่งที่มีคุณค่าไปตลอดทั้งทศวรรษ
การใช้ชีวิตจึงไม่ต้องรีบร้อน แต่ต้องมีความตระหนักรู้อยู่เสมอ หัวใจสำคัญคือแนวคิด Begin with the end in mind หรือการเริ่มต้นโดยมองไปให้ทะลุถึงจุดจบ
“คุณลองเขียนดูสิว่า ในวันที่คุณตายไปแล้ว คุณอยากให้คนอื่นพูดถึงคุณว่าอย่างไร”
เมื่อเห็นภาพปลายทางหรือข้อความบนแผ่นหินหน้าหลุมศพชัดเจน เราจะรู้ว่าควรออกแบบบทบาทในปัจจุบันอย่างไร ทุกการตัดสินใจคือการเลือกทางแยกที่นำไปสู่ฉากสุดท้ายที่เราต้องการจริงๆ
บทสรุปของชีวิตในทัศนะของปี๊จึงคือการกล้ามองตัวเองในกระจกและตอบให้ได้ว่าทางที่เราเลือกนั้นสง่างามและเราสามารถภาคภูมิใจกับมันได้ในทุกวันจริงๆ


