เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศประธานรัฐสภา ยกเลิกระเบียบการขึ้นค่าตอบแทนให้กับผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และคณะทำงานทางการเมือง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป สืบเนื่องจาก โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา มองว่า การปรับเพิ่มงบประมาณในส่วนนี้ยังไม่สอดคล้องกับบริบททางการเงินของประเทศ
ประเด็นสำคัญ
ขณะที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรยืนยันว่า การดำเนินการนี้ไม่มีผลต่อการยกเลิกตำแหน่งการทำงานเดิม และไม่มีความเชื่อมโยงกับกรณีการแอบอ้างตำแหน่งในสภาผู้แทนราษฎรที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
• การปรับเพิ่มค่าตอบแทน เริ่มต้นจากอะไร
ลำดับความเป็นมาของระเบียบดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.) มีมติเห็นชอบให้ปรับเพิ่มเงินค่าตอบแทนในสัดส่วน 20% ให้แก่ผู้ช่วย สส. ผู้ช่วย สว. ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการสามัญ และคณะทำงานทางการเมืองของประธานสภา รองประธานสภา และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จากฐานค่าตอบแทนเดิมที่ผู้ช่วยและผู้ชำนาญการประจำตัว สส. ได้รับ 15,000 บาท และผู้เชี่ยวชาญได้รับ 24,000 บาท
มติดังกล่าวนำไปสู่การออกระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา สส. สว. และกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2568 โดยกำหนดให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
• ทบทวนนโยบาย ก่อนประกาศยกเลิก
ต่อมาเมื่อ โสภณ ซารัมย์ เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีนโยบายให้ทบทวนการขึ้นค่าตอบแทนดังกล่าวตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 โดยพิจารณาว่า ยังไม่สอดคล้องกับบริบททางการเงินของประเทศไทย จึงเสนอให้ชะลอและยกเลิกระเบียบการเพิ่มค่าตอบแทนออกไปก่อน
ที่ประชุม ก.ร. ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบให้ยกเลิกระเบียบดังกล่าวในเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นผลให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่มีการตั้งคำของบประมาณในส่วนนี้สำหรับปีงบประมาณประจำปี 2570
กระทั่งวันนี้ (15 กรกฎาคม) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศยกเลิกระเบียบรัฐสภาฉบับดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 (2) แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. 2545 ประกาศ ณ วันที่ 28 มิถุนายน 2569 ลงนามโดย โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา โดยกำหนดให้การยกเลิกมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
• เลขาธิการสภาฯ ชี้แจง ยกเลิกเพิ่มค่าตอบแทน ไม่ใช่ยกเลิกตำแหน่ง
ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมว่า การยกเลิกระเบียบนี้เกี่ยวข้องเฉพาะการระงับการเพิ่มค่าตอบแทน 20% เท่านั้น ไม่ได้หมายความถึงการยกเลิกตำแหน่งผู้ช่วย สส. และ สว.
ส่วนกรณีการตั้งข้อสังเกตว่าการยกเลิกระเบียบมีความเชื่อมโยงกับกรณีบุคคลแอบอ้างตำแหน่งในสภานั้น ศิโรจน์อธิบายว่า นโยบายการยกเลิกค่าตอบแทนริเริ่มมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 และมีมติในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์การแอบอ้างตำแหน่ง จึงไม่มีนัยยะเชื่อมโยงกัน
อย่างไรก็ตาม โสภณได้กำชับให้มีการตรวจสอบประวัติบุคคลที่จะเข้ามาเป็นคณะทำงานทางการเมืองของประธานสภาและรองประธานสภาอย่างรัดกุมและละเอียดถี่ถ้วน เพื่อป้องกันบุคคลที่มีประวัติไม่ดีเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสภาผู้แทนราษฎร


