×

ถ้าหาก สว. ชุดปัจจุบัน ถูกสั่งฟ้องจริง จะเกิดอะไรขึ้น วุฒิสภาจะเดินหน้าต่ออย่างไรเมื่อองค์ประชุมไม่ครบ

14.09.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกแสดงคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นหาก สว. ชุดปัจจุบันถูกสั่งฟ้องจริง โดยมีอาคารรัฐสภาเป็นฉากหลัง

ก่อนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะแถลงผลการพิจารณาสำนวนคดีการทุจริตเลือก สว. ปี 2567 ว่าจะสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน สู่กระบวนการพิจารณาของศาลฎีกาหรือไม่ คำถามที่ตามมาคือ หากมีการสั่งฟ้องจริง แล้วจะกระทบต่อการทำหน้าที่ของ สว. มากน้อยแค่ไหน

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

ในจำนวนผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดตามความเห็นของคณะกรรมการไต่สวนและสืบสวนกลาง ชุดที่ 26 แบ่งเป็น สว. ชุดปัจจุบันที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ทั้งหมด 138 คน หาก กกต. มีความเห็นสั่งฟ้อง สว. ในจำนวนนี้บางส่วนหรือทั้งหมด กฎหมายได้วางแนวทางไว้อย่างไรบ้าง THE STANDARD รวบรวมข้อสงสัยเพื่อหาคำตอบไว้ ดังนี้

 

หาก กกต. ส่งฟ้อง ‘สว. ชุดปัจจุบัน’ ต่อศาลฎีกา จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีเลยหรือไม่

 

ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า หาก กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา และเมื่อศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว ถ้าผู้ถูกกล่าวหาเป็นสมาชิกวุฒิสภา ให้ผู้นั้นหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลฎีกาจะพิพากษาว่าผู้นั้นมิได้กระทำความผิด

 

หลักการนี้ส่งผลให้หาก กกต. มีมติสั่งฟ้อง สว. ชุดปัจจุบันซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ไม่ว่าจะจำนวนกี่คนจากทั้งหมด 138 คน และหากศาลรับคำร้องไว้พิจารณา สว. เหล่านั้นจะเข้าสู่สถานะหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการ ‘ชั่วคราว’ โดยทันที

 

เมื่อ สว. หยุดปฏิบัติหน้าที่ จะยังกลับมาเป็น สว. ได้อีกหรือไม่

 

ในกรณีที่ศาลรับคำร้อง จะมีคำสั่งให้ สว. ที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ต้อง ‘หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว’ โดยเจตจำนงของกฎหมายคือเพื่อป้องกันผลกระทบความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตหากผู้ถูกกล่าวหายังปฏิบัติหน้าที่ สว. ต่อไป

 

โดยหากท้ายที่สุดศาลมีคำพิพากษาว่ากระทำความผิดจริง สมาชิกภาพของ สว. จะสิ้นสุดลงนับแต่วันที่ถูกศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่

 

อย่างไรก็ตาม ควรตั้งข้อสังเกตว่ากรณีนี้จะแตกต่างจากกรณีศาลฎีการับคำร้องในคดีกล่าวหา 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกลไว้พิจารณา โดยศาลไม่ได้สั่งให้ 10 คน ที่เป็น สส. ชุดปัจจุบัน หยุดปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด เนื่องจากศาลเห็นถึงพฤติการณ์และความจำเป็นของ สส. ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่สำหรับกรณีนี้เป็นไปตามมาตรา 62 ของ พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ที่ไม่ได้ระบุไว้ในตัวบทกฎหมายว่าให้ศาลใช้ดุลยพินิจว่าจะสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

 

ระหว่าง สว. ถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว สว. ที่ยังเหลืออยู่จะทำงานต่ออย่างไร

 

การหยุดปฏิบัติหน้าที่ของ สว. ไม่ว่าจำนวนเท่าไรจากผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 138 คน ย่อมส่งผลโดยตรงต่อการนับองค์ประชุมของสภา ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2562 ข้อ 20 กำหนดเงื่อนไของค์ประชุมไว้ว่า ต้องมีสมาชิกลงชื่อมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด “เท่าที่มีอยู่”

 

ในสถานการณ์สมมติดังกล่าว หากมี สว. ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ 138 คน จำนวนสมาชิกวุฒิสภา ‘เท่าที่มีอยู่’ จะเหลือเพียง 62 คน ส่งผลให้องค์ประชุมกึ่งหนึ่งลดลงเหลือเพียง 32 คน ในทางนิตินัย สมาชิกจำนวนนี้ยังสามารถเปิดประชุมและพิจารณาวาระทั่วไปได้ตามปกติ

 

อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าการนำองค์ประชุมจำนวน 32 คนไปพิจารณาวาระสำคัญระดับชาติ เช่น การให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ อาจทำให้เกิดคำถามถึงความเหมาะสมและความชอบธรรม ซึ่งนำไปสู่ข้อเสนอแนะที่ควรชะลอวาระสำคัญเหล่านี้ออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

 

หากศาลพิพากษาให้ สว. พ้นจากตำแหน่ง แล้ว สว. สำรอง จะเข้ามาทำหน้าที่ได้เลยหรือไม่

 

หากกระบวนการยุติธรรมสิ้นสุดลงโดยศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนสิทธิและส่งผลให้สมาชิกภาพว่างลง พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 45 วรรคสอง กำหนดกลไกให้ประธานวุฒิสภาประกาศในราชกิจจานุเบกษาเลื่อนบุคคลในบัญชีสำรองของกลุ่มอาชีพเดียวกันขึ้นมาแทนที่ตามลำดับ โดยแต่ละกลุ่มอาชีพจะมีบัญชีรายชื่อสำรองอยู่ 10 คน เรียงตามลำดับคะแนน

 

หากบัญชีสำรองในกลุ่มอาชีพนั้นหมดลง ให้ประธานวุฒิสภาดำเนินการจับสลากเพื่อเลื่อนบุคคลในบัญชีรายชื่อสำรองจากกลุ่มอาชีพอื่นใดที่ยังมีบุคคลในบัญชีรายชื่อเหลืออยู่ขึ้นมาแทน

 

มีโอกาสต้องเลือก สว. ใหม่อีกครั้งหรือไม่

 

มาตรา 45 วรรคสาม ได้รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินโดยบัญญัติว่า หากดำเนินการเลื่อนบัญชีสำรองจนหมดแล้ว แต่ยังคงมี สว. เหลืออยู่ไม่ถึง ‘กึ่งหนึ่งของจำนวน สว. ทั้งหมด’ หรือคือ 101 คน ประกอบกับอายุของวุฒิสภายังเหลือระยะเวลาเกิน 1 ปี ให้จัดการเลือก สว. ขึ้นใหม่ เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน

 

โดยผู้ที่ได้รับเลือกเป็น สว. ก็จะอยู่ในตำแหน่งได้เท่าเพียงอายุที่เหลืออยู่ของวุฒิสภา

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising