หนี้นอกงบการเงินที่เกี่ยวข้องกับ AI ของ 5 บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในระยะเวลา 6 เดือน แตะระดับ 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยตัวเลขรวมนี้เทียบเท่ากับ 80% ของมูลค่าสินทรัพย์รวมของทั้ง 5 บริษัท และอาจทะลุยอดสินทรัพย์รวมในเร็ว ๆ นี้ หากบริษัทต่างๆ ยังคงรักษาระดับการขยายตัวในอัตรานี้ต่อไป ด้านธนาคารต่างๆ เริ่มขายสินเชื่อ Data Center เพื่อกระจายความเสี่ยง
ประเด็นสำคัญ
- บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ซุกหนี้ AI ทะลุ 3.2 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มเกือบเท่าใน 6 เดือน
- ภาระหนี้นอกงบการเงิน 5 บริษัทเทคฯ สหรัฐฯ สูงถึง 80% ของสินทรัพย์รวม
- ความกังวลเรื่องหนี้ AI พุ่งสูงขึ้น ING หาผู้ซื้อสินเชื่อ Data Center
- ส่องปรากฎการณ์ธนาคารต่างๆ เร่งเทสินเชื่อ Data Center
- วอลล์สตรีทลดความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อ Data Center
บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ซุกหนี้ AI ทะลุ 3.2 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มเกือบเท่าใน 6 เดือน
สำนักข่าว Nikkei รายงานว่า ภาระผูกพันหรือหนี้สินที่ไม่ถูกบันทึกไว้ในงบการเงิน (Off-balance-sheet debt) ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในระยะเวลา 6 เดือน แตะระดับประมาณ 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางภาวะที่นักลงทุนเริ่มมีความกังวลเพิ่มมากขึ้นต่อการใช้จ่ายที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด
จากการรวบรวมข้อมูลของสำนักข่าว Nikkei จากการเปิดเผยผลประกอบการล่าสุดและการคาดการณ์ของ Alphabet Microsoft Amazon Meta และ Oracle พบว่า กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้ได้จัดหาชิป เซิร์ฟเวอร์ และพลังงานจากซัพพลายเออร์ เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI (AI data centers) โดยมักจะมีการลงนามในสัญญาที่ครอบคลุมระยะเวลาหลายปีเพื่อรับประกันว่าจะได้รับทรัพยากรท่ามกลางภาวะอุปทานตึงตัว นอกจากนี้ บางบริษัทยังใช้วิธีเช่าอุปกรณ์หรือสำรองทรัพยากรการประมวลผลจากสตาร์ทอัพผู้ให้บริการระบบคลาวด์ แทนการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกของตนเอง
โดยภาระผูกพันในการซื้อที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unfulfilled purchase commitments) และสัญญาเช่าที่ยังไม่ได้เริ่มต้น มักจะถูกบันทึกเป็นรายการนอกงบดุล แม้ว่าการดำเนินการดังกล่าวจะสอดคล้องกับมาตรฐานการบัญชีอย่างครบถ้วน แต่ก็ถูกมองว่าเป็น “หนี้แอบแฝง” (hidden debt) ที่มีแนวโน้มจะต้องถูกบันทึกลงในงบการเงินในอนาคต
ภาระหนี้นอกงบการเงิน 5 บริษัทเทคฯ สหรัฐฯ สูงถึง 80% ของสินทรัพย์รวม
หนี้นอกงบการเงินดังกล่าวของทั้ง 5 บริษัทได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยราว 60% เป็นภาระผูกพันในการซื้อ และอีก 40% เป็นภาระผูกพันตามสัญญาเช่าที่ยังไม่ได้เริ่มต้น ตัวเลขรวมนี้เทียบเท่ากับประมาณ 80% ของสินทรัพย์รวมของทั้ง 5 บริษัท และอาจทะลุยอดสินทรัพย์รวมในเร็ว ๆ นี้หากยังคงรักษาระดับการขยายตัวในอัตรานี้ต่อไป
ความกังวลเรื่องหนี้ AI พุ่งสูงขึ้น ING หาผู้ซื้อสินเชื่อ Data Center
มีรายงานว่า ธนาคาร ING กำลังมองหาผู้ซื้อพอร์ตสินเชื่อศูนย์ข้อมูล (Data Center) จำนวน 12 รายการ มูลค่าประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่นเดียวกับธนาคารหลายแห่งที่ต้องการกระจายความเสี่ยงด้านเครดิตที่เชื่อมโยงกับการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานเมื่อวันศุกร์โดยอ้างอิงแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ว่า การประมูลดังกล่าวครอบคลุมถึงสินทรัพย์มูลค่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เชื่อมโยงกับโครงการ Stargate ในรัฐนิวเม็กซิโก
ข้อมูลจากบลูมเบิร์กระบุว่า ING จะจัดกระบวนการประมูลแบบเสนอราคาแข่งขัน หรือ BWIC (Bids-Wanted-in-Competition) โดยกำหนดยอดการเสนอราคาขั้นต่ำที่ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีกำหนดปิดรับในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ อนึ่ง BWIC คือกระบวนการแข่งขันสำหรับนักลงทุนในการเสนอราคาซื้อส่วนใดส่วนหนึ่งของพอร์ตสินเชื่อ
การขายสินทรัพย์ของ ING เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับหนี้สินที่พุ่งสูงขึ้นจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI รวมถึงความเป็นไปได้ที่นักลงทุนอาจได้รับผลตอบแทนที่น่าผิดหวัง
ความกังวลดังกล่าวได้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นหลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งอาจนำไปสู่การระงับ หรือการบังคับใช้ข้อจำกัดที่เข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลในบางรัฐ
ส่องปรากฎการณ์ธนาคารต่างๆ เร่งเทสินเชื่อ Data Center
การขายสินทรัพย์ในครั้งนี้สะท้อนให้ว่ากลุ่มธนาคารกำลังถ่ายโอนสินเชื่อ Data Center ไปยังบริษัทสินเชื่อภาคเอกชน ผู้จัดการสินทรัพย์ และบริษัทประกันภัย ในช่วงเวลาที่การจัดหาเงินทุนเพื่อรองรับกระแสความตื่นตัวของเทคโนโลยี AI กำลังขยายตัว
Hank Calenti นักกลยุทธ์ตลาดโลกจาก SMBC กล่าวว่า โดยทั่วไปแล้ววาณิชธนกิจมักใช้รูปแบบการปล่อยสินเชื่อเพื่อกระจายความเสี่ยง (Lend-to-distribute) สำหรับสินเชื่อประเภทนี้ “กลุ่มผู้ซื้อมีตั้งแต่กลุ่มนักลงทุนในสินเชื่อภาคเอกชน ผู้จัดการสินทรัพย์ ไปจนถึงบริษัทประกันภัย ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้จะซื้อสินทรัพย์ดังกล่าวโดยคาดหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้น”
ความเสี่ยงที่อาจเกิดการชะลอตัวของการก่อสร้าง ส่งผลให้หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI ร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยดัชนี Nasdaq Composite ซึ่งมีสัดส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสูง ปิดตลาดร่วงลง 5.5% ซึ่งถือเป็นวันที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 และร่วงลงสู่ภาวะการปรับฐาน (Correction territory)
พฤกษา เอี่ยมธงทอง Head of APAC equities จาก Aberdeen Investments กล่าวว่า ชัยชนะของพรรคเดโมแครตได้เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการตรวจสอบการพัฒนาศูนย์ข้อมูลที่เข้มงวดมากขึ้น ในช่วงเวลาที่นักลงทุนตั้งคำถามเกี่ยวกับที่มาของเงินทุน และผลตอบแทนที่อยู่เบื้องหลังเม็ดเงินลงทุนด้าน AI ขนานใหญ่นี้อยู่แล้ว
“เรามองว่าความผันผวนในระยะสั้นอาจดำเนินต่อไป ขณะที่ตลาดกำลังประเมินถึงความเป็นไปได้ของความล่าช้าในการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลในสหรัฐฯ และข้อจำกัดด้านกำลังการประมวลผล (Compute capacity)”
วอลล์สตรีทลดความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อ Data Center
เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีรายงานว่ากลุ่มผู้ให้กู้ในวอลล์สตรีท เช่น JPMorgan Chase และ Morgan Stanley กำลังศึกษาแนวทางต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยง (Exposure) จากการปล่อยสินเชื่อให้กับการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล
ตามรายงานของ Financial Times เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม แนวทางเหล่านี้รวมถึงการโอนขายหนี้บางส่วนผ่านช่องทางส่วนตัว (Private sales) ให้แก่สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร รวมถึงการใช้วิธีที่เรียกว่า Significant Risk Transfers หรือการโอนความเสี่ยงด้านเครดิตบางส่วนของธนาคารไปยังนักลงทุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับสินทรัพย์บนงบดุลของธนาคาร
ภาพ: REUTERS/Daniel Cole/File Photo
อ้างอิง:
- https://www.cnbc.com/2026/11/06/ing-ai-data-center-loans-debt.html
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-11-05/mystery-seller-puts-up-500-million-data-center-loans-backing-stargate-cyrusone
- https://asia.nikkei.com/business/technology/artificial-intelligence/us-tech-giants-hidden-ai-debt-swells-90-to-3.2tn-in-6-months

