×

ข่าวดีผู้ผลิตคอนเทนต์! Netflix ประกาศทุ่มงบผลิต Original Content ในเอเชียเพิ่มขึ้นสองเท่า คาดเม็ดเงินกว่า 3 หมื่นล้านบาท

02.12.2020
  • LOADING...
ข่าวดีผู้ผลิตคอนเทนต์! Netflix ประกาศทุ่มงบผลิต Original Content ในเอเชียเพิ่มขึ้นสองเท่า คาดเม็ดเงินกว่า 3 หมื่นล้านบาท

หลังจากผลิตคอนเทนต์จากเอเชียที่ได้รับการตอบรับจากผู้ชมอย่างกว้างขวาง เช่น ซีรีส์ระทึกขวัญซอมบี้ของเกาหลีเรื่อง Kingdom และเรียลิตี้ซีรีส์ Indian Matchmaking แพลตฟอร์มสตรีมมิงที่ใหญ่ที่สุดในโลกกำลังพยายามที่จะยึดฐานที่มั่นในภูมิภาคที่มีจำนวน Subscribers เติบโตเร็วที่สุดด้วยการประกาศทุ่มงบผลิต Original Content ในเอเชียเพิ่มขึ้นสองเท่า

 

คิมมินยอง รองประธานฝ่ายเนื้อหาของ Netflix ขอไม่ลงรายละเอียดเกี่ยวกับงบประมาณปี 2021 ของ Original Content โดยบอกแต่เพียงว่าใช้งบเพิ่มขึ้นสองเท่าเมื่อเทียบกับปีนี้ ทว่า Media Partners Asia บริษัทวิจัยได้ประเมินเม็ดเงินก้อนดังกล่าวว่าอาจมีมูลค่าอย่างน้อย 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3 หมื่นล้านบาทด้วยกัน

 

ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ กล่าวว่าได้ใช้จ่ายไปแล้วเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6 หมื่นล้านบาทตั้งแต่ปี 2018 สำหรับ Original Content ที่สร้างจากท้องถิ่น และนับตั้งแต่เปิดตัวในเอเชียปี 2015 Netflix ได้เปิดตัวภาพยนตร์ Original Content มากกว่า 220 รายการ

 

การลงทุนมหาศาลในครั้งนี้ไม่เพียงรับมือกับการแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้เล่นระดับโลกด้วยกันอย่าง Disney+ ของ Walt Disney และ Prime Video ของ Amazon.com เท่านั้น แต่ยังเป็นการรับมือกับคู่แข่งที่เป็นเจ้าถิ่นอย่าง Viu และ WeTV จาก Tencent อีกด้วย โดยการลงทุนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ Netflix พยายามดึงผู้ใช้ด้วยแพ็กเกจราคาถูก ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวก็ถูกคู่แข่งทำตามเช่นกัน

 

“จุดที่เรานำหน้าคู่แข่งคือการเข้าใกล้ตลาดท้องถิ่นมากขึ้น ค้นหานักเล่าเรื่องที่เก่งและเห็นสิ่งต่างๆ จากมุมมองของคนในท้องถิ่น” คิมมินยองกล่าวในการให้สัมภาษณ์ “เป้าหมายหลักของเราคือเนื้อหาที่สร้างอิมแพ็กในท้องถิ่น”

 

นอกจากแรงหนุนจากการใช้สมาร์ทโฟนแล้ว แพลตฟอร์มสตรีมมิงในภูมิภาคนี้ได้รับการตอบรับอย่างมากจากการแพร่ระบาด ซึ่งบังคับให้ผู้คนอยู่ในบ้านเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ซึ่งโรงภาพยนตร์ถูกปิดชั่วคราว มีการประเมินว่ารายรับจากการสตรีมในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งไม่รวมจีน จะเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าเป็น 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.5 แสนล้านบาท ภายในปี 2025

 

Media Partners คาดการณ์ไว้ว่า Netflix จะมีส่วนแบ่งรายได้ในตลาดสตรีมมิง 35% ในภูมิภาคภายในสิ้นปี 2020 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดแล้ว ตามมาด้วย Amazon Prime Video เป็นอันดับ 2 โดยมีส่วนแบ่งการตลาดราว 10% โดยสมาชิกใหม่ของ Netflix ในเอเชียแปซิฟิกเพิ่ม 46% ในไตรมาสนี้จนถึงเดือนกันยายน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นสูงสุด ขณะที่รายรับเพิ่มขึ้น 66% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว 

 

นอกเหนือจากการดัดแปลงซีรีส์ยอดนิยม และโปรเจกต์แอนิเมชันใหม่ 5 เรื่องแล้ว Netflix จะลงทุนในเนื้อหาจากอินเดียและประเทศตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทยและอินโดนีเซีย

 

แม้แพ็กเกจดูเฉพาะมือถือซึ่งมีราคาต่ำกว่า 5 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนของ Netflix ทำให้มีผู้ใช้มากขึ้นในอินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ซึ่งเข้ามาช่วยผลักดันฐานสมาชิกในเอเชียแปซิฟิกเพิ่มเป็น 23.5 ล้านราย และทำให้เติบโตเร็วที่สุดในบรรดาสี่กลุ่มตลาดทั่วโลกของ Netflix แต่ภูมิภาคนี้ยังเป็นตลาดเดียวที่มีรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ลดลงในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา

 

ในขณะที่แพ็กเกจราคาถูกลงช่วยให้ Netflix ขยายฐานผู้ใช้ในตลาดเกิดใหม่ แต่ยักษ์ใหญ่สตรีมมิงอาจ “เผชิญกับแรงกดดันด้านราคาต่อไปในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า” ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง Vivek Couto ผู้อำนวยการบริหารของ Media จากสิงคโปร์กล่าว

 

ทั้งนี้บริษัทสตรีมมิงกำลังเผชิญกับการตรวจสอบด้านกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ เมื่อเดือนที่แล้วอินเดียได้นำแพลตฟอร์มดังกล่าวมาอยู่ภายใต้ขอบเขตของกระทรวงข้อมูลและการกระจายเสียง ซึ่งทำให้เกิดความกังวลต่อการเซ็นเซอร์ ขณะที่อินโดนีเซียและเวียดนามก็มีความเคลื่อนไหวที่คล้ายกัน เมื่อเดือนที่แล้วรัฐมนตรีเวียดนามกล่าวหา Netflix ว่าหลีกเลี่ยงภาษีท้องถิ่น

 

“เราต้องการปฏิบัติตามกฎระเบียบในตลาดเหล่านั้นให้มากที่สุด” รองประธานฝ่ายเนื้อหาของ Netflix แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าว

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories