×
88116

กสทช. ผนึกกำลัง อย.​ กวาดล้างโฆษณาผิดกฎหมาย จับตาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โฆษณาเกินจริงเป็นพิเศษ

03.05.2018
  • LOADING...

จากกรณีการโฆษณาอาหารเสริมและเครื่องสำอางไม่ได้มาตรฐาน อย. ถูกตีแผ่และนำเสนอออกไปในวงกว้างจนผู้ผลิตและดารานักแสดงที่รับรีวิวโฆษณาถูกเรียกตัวสอบสวนกันเป็นจำนวนมาก ความเคลื่อนไหวล่าสุดในวันนี้ (3 พ.ค.) สำนักงาน กสทช. และ อย. ได้มีคำสั่งร่วมกันเร่งระงับการโฆษณาผิดกฎหมาย โดยเน้นไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือการโฆษณาเกินจริงเป็นหลัก

 

กสทช. (สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) และ อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) รวมถึงผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ ได้ร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางระงับการออกอากาศผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางที่ไม่ผ่าน อย. และไม่ได้รับอนุญาตโฆษณาออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์ โดยได้ขอสรุปดังนี้

 

  1. ปกติแล้วกระบวนการตรวจสอบโฆษณาที่มีเนื้อหาสาระในลักษณะการจูงใจให้ผู้บริโภคเลือกใช้บริการหรือสินค้าโดย ‘หลอกลวง’ หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด จะต้องผ่านการตรวจสอบจาก กสทช. และ อย. เป็นระยะเวลากว่า 45-60 วัน จึงจะสามารถยุติการออกอากาศได้ แต่หลังจากนี้ทั้ง กสทช. และ อย. จะลดขั้นตอนในการตรวจสอบให้สั้นลงเพื่อไม่ให้กระบวนการยุติการออกอากาศทำได้เร็วกว่าเดิม

 

  1. อย. จะส่งเจ้าหน้าที่มาประจำการที่ศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย) ที่ผิดกฎหมายเพื่อดำเนินการตรวจสอบโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางที่ไม่ผ่าน อย. และไม่ได้รับอนุญาตโฆษณาผ่านสถานีโทรทัศน์ หากพบว่ามีโฆษณาใดผิดกฎหมายจะทำหนังสือแจ้งมาให้เลขาธิการ กสทช. (นายฐากร ตัณฑสิทธิ์) สั่งระงับโฆษณานั้นเป็นการชั่วคราว แล้วส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาการกระทำอันเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคของคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯ และ กสทช. ตามลำดับ

 

หากมีการฝ่าฝืนจะมีโทษปรับตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง การกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 ข้อ 5(2) ที่ระบุว่า ‘การออกอากาศรายการหรือการโฆษณาที่มีเนื้อหาสาระในลักษณะเป็นการจูงใจให้ผู้บริโภคเลือกใช้บริการหรือสินค้าโดยหลอกลวง หรือกระทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับบริการหรือสินค้านั้น หรือโดยการใช้หรืออ้างอิงรายงานทางวิชาการ สถิติ หรือข้อมูลอันไม่เป็นความจริงหรือเกินความจริง จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท และหากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับวันละ 100,000 บาท’
นายแพทย์วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า “ขอย้ำเตือนมายังผู้บริโภค ไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริง อ้างว่ารักษาได้สารพัดโรค ขอให้ผู้บริโภคระลึกไว้เสมอว่า ‘อาหารไม่ใช่ยา’ ไม่สามารถช่วยบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรคได้ เพราะนอกจากจะสิ้นเปลืองเงินแล้วยังอาจได้รับอันตรายจากการปนเปื้อนยาหรือสารอันตรายที่ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ได้

 

“ส่วนเครื่องสำอางมีวัตถุประสงค์เพื่อความสะอาดและสวยงามเท่านั้น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างของร่างกายได้ จึงขอเตือนผู้บริโภคว่าอย่าได้หลงเชื่อสรรพคุณที่อวดอ้างเกินความจริงทางสื่อต่างๆ นอกจากจะเสียเงินโดยไม่จำเป็นแล้วยังอาจได้รับอันตรายโดยคาดไม่ถึง”  

 

หลังจากนี้ทาง กสทช. และ อย. จะให้ความร่วมมือและทำงานในระดับที่ใกล้ชิดกันมากขึ้นเพื่อดำเนินการกำจัดโฆษณาสินค้าผิดกฎหมาย การอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงเพื่อไม่ให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน ผ่านการลดขั้นตอนการตรวจสอบให้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม รวมถึงการที่ อย. จะส่งเจ้าหน้าที่มามอนิเตอร์ศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย) โดยเฉพาะ

กสทช. และ อย. ยังบอกอีกด้วยว่าหากพบเห็นการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายสามารถร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน อย. 1556, อีเมล [email protected], Oryor Smart Application หรือเดินทางมาร้องเรียนด้วยตนเองที่ศูนย์ ศรป. อย. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ หรือสายด่วน กสทช. 1200

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories