วันนี้ (26 พฤษภาคม)สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) นำโดยเดียว วรตั้งตระกูล เลขานุการสมาคม ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย อุปนายก และนันท์พันธ์ แสงไชย กรรมการและเหรัญญิก พร้อมด้วยตัวแทนผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อเรียกร้องให้ กสทช. เร่งปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในการออกประกาศแผนแม่บทกิจการโทรทัศน์ ภายหลังการสิ้นสุดอายุใบอนุญาตประกอบกิจการในปี 2572
เดียว ได้สะท้อนถึงปัญหาความล่าช้าว่า ที่ผ่านมาทางสมาคมฯ และกลุ่มผู้ประกอบการได้พยายามนำเสนอข้อมูลและข้อเสนอเชิงนโยบายต่อ กสทช. มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเรียกร้องให้บรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าสู่วาระการพิจารณาของคณะกรรมการ แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการประกาศแนวทางที่ชัดเจน ความไม่แน่นอนนี้ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถวางแผนการดำเนินธุรกิจในระยะยาวได้ ซึ่งอาจลุกลามเป็นผลกระทบวงกว้าง
ไม่เพียงแต่ในมิติของภาคธุรกิจหรือวิชาชีพสื่อมวลชน แต่ยังรวมถึงภาคสังคมและประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการเข้าถึงเนื้อหาที่ขาดคุณภาพ ตลอดจนภาคสถาบันการศึกษาที่ไม่สามารถปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนด้านการสื่อสารมวลชนระดับชาติให้สอดคล้องกับอนาคตได้
ด้วยเหตุนี้ สมาคมฯ จึงเรียกร้องให้ กสทช. เร่งจัดทำและประกาศ แผนแม่บทและแผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์ภายหลังปี 2572 โดยให้ครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ รูปแบบการอนุญาต โครงสร้างการให้บริการในทุกแพลตฟอร์ม มาตรการคุ้มครองสิทธิประชาชนในการเข้าถึงฟรีทีวี หลักเกณฑ์การแข่งขันที่เป็นธรรม รวมถึงแผนการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีและโครงข่าย ทั้งนี้ หากจำเป็นต้องเปิดประมูลใบอนุญาตใหม่ ผู้ประกอบการก็พร้อมให้ความร่วมมือ แต่ต้องการความชัดเจนในเงื่อนไขล่วงหน้า
นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังเสนอให้มีการกำกับดูแลผู้ให้บริการผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล (OTT) ให้มีมาตรฐานและภาระต้นทุนที่เท่าเทียมกับผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ กสทช. กำหนดกรอบเวลาประกาศแผนแม่บทให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม
ด้าน พันตำรวจเอก ประเวศน์ มูลประมุข เลขานุการประจำประธาน กสทช. ในฐานะตัวแทนรับมอบหนังสือ ได้ออกมาชี้แจงว่า ประธาน กสทช. ได้เร่งรัดและดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความเปิดเผยโปร่งใสมาโดยตลอด โดยวาระการพิจารณาแผนแม่บทและการประมูลคลื่นความถี่ได้ถูกบรรจุเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว รวมถึงในการประชุมวันนี้ด้วย
แต่เนื่องจากมีวาระเร่งด่วนอื่นที่ต้องพิจารณาก่อน โดยเฉพาะประเด็นข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความสำคัญระดับประเทศ หากการพิจารณาวาระดังกล่าวลุล่วงและองค์ประชุมครบถ้วน ก็สามารถหยิบยกเรื่องทีวีดิจิทัลขึ้นมาพิจารณาได้ทันที
สำหรับความกังวลกรณีที่อาจดำเนินการไม่ทันก่อนใบอนุญาตหมดอายุนั้น พันตำรวจเอก ประเวศน์ ยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จทันเวลาอย่างแน่นอน โดยจะไม่มีผลกระทบที่สร้างความเสียหายต่อผู้ประกอบการ และเมื่อแผนแม่บทมีความชัดเจน จะมีระยะเวลาให้ผู้ประกอบการเตรียมตัวอย่างครบถ้วน
ทั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่ากระบวนการพิจารณาต่อใบอนุญาตครั้งต่อไปน่าจะใช้วิธีการประมูล ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงรายละเอียดและเงื่อนไขราคาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ สภาพเศรษฐกิจ และต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป กสทช. ตระหนักดีว่าภูมิทัศน์สื่อจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในอีก 2 ปีข้างหน้า และสื่อโทรทัศน์ย่อมได้รับผลกระทบ
โดยเฉพาะจากพฤติกรรมการรับชมผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่ง กสทช. จะนำปัจจัยเหล่านี้มาพิจารณาเพื่อวางมาตรการป้องกันและเยียวยาอย่างรัดกุม ควบคู่ไปกับการยืนยันว่าสื่อโทรทัศน์กระแสหลักยังคงมีความจำเป็นต่อสังคมไทย






