ประเด็นการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยังคงถูกติดตามอย่างเหนียวแน่นจากภาคประชาชน
ประเด็นสำคัญ
ล่าสุดวันนี้ (2 มิถุนายน) ตัวแทนเครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลงและสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ สร.ทช. เข้ายื่นหนังสือและเอกสารหลักฐานโดยตรงต่อคณะกรรมการสรรหา กสทช. เพื่อป้องกันข้อจำกัดทางขั้นตอนธุรการที่อาจทำให้เอกสารการตรวจสอบจากคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาชุดก่อนไม่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณา
โดยการประชุมของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ครั้งที่ 2 จะมีขึ้นในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ BA429 อาคารรัฐสภา
• จับตากรรมการสรรหา กสทช. ประชุมอีก 5 มิ.ย. นี้
การประชุมในวันที่ 5 มิถุนายนที่จะถึงนี้ เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ซึ่งที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากยืนยันว่า คณะกรรมการสรรหามีอำนาจพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติของประธาน กสทช. ได้
นอกจากนี้ มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเข้าร่วมประชุมของกรรมการสรรหาบางราย โดยเฉพาะกรณีของ วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ ซึ่งถูกโต้แย้งว่า ไม่สามารถเข้าร่วมพิจารณาได้ เนื่องจากไม่ได้เป็นกรรมการสรรหาชุดแรกเริ่มตั้งแต่ต้น ซึ่งมีความพยายามอธิบายประเด็นดังกล่าวด้วยว่า ตำแหน่งผู้ว่าฯ ธปท. เป็นกรรมการโดยตำแหน่งตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้ผูกติดกับตัวบุคคลเฉพาะราย
ปัจจัยที่นำมาสู่การยื่นหนังสือโดยตรงของภาคประชาชน คือเอกสารผลสรุปการตรวจสอบคุณสมบัติประธาน กสทช. ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม (กมธ. ICT) วุฒิสภาชุดก่อน ที่มี พล.อ. อนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นประธานกรรมาธิการ
มีรายงานว่าเอกสารชุดดังกล่าวอาจไม่ถูกส่งเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการสรรหา โดยมีการอ้างเหตุผลทางธุรการว่ารายงานยังไม่ได้ผ่านการนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาในสมัยที่แล้ว และวุฒิสภาชุดดังกล่าวได้สิ้นสุดวาระลง ผู้ร้องเรียนจึงตั้งข้อสังเกตว่า กระบวนการดังกล่าวอาจเป็นการระงับไม่ให้เอกสารสำคัญเข้าสู่การพิจารณา
• นำเอกสารผลการตรวจคุณสมบัติส่งถึงมือกรรมการสรรหา
กระทั่งวันนี้ ที่ตัวแทน สร. ทช. เดินทางมาที่สำนักงานศาลปกครองสูงสุด เพื่อยื่นหนังสือต่อ วิษณุ วรัญญู รองประธานศาลปกครองสูงสุด ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสรรหา กสทช. เพื่อนำส่งเอกสารและข้อเท็จจริงให้ถึงมือคณะกรรมการสรรหาโดยตรง
ข้อร้องเรียนมุ่งเน้นไปที่สถานะของ นพ. สรณ ในช่วงก่อนและระหว่างการได้รับการสรรหา โดยมีการระบุว่า นพ. สรณอาจยังคงมีความเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยมหิดลและคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ทั้งในด้านการปฏิบัติหน้าที่ตรวจรักษาผู้ป่วยและการรับค่าตอบแทนรายชั่วโมง ซึ่งประเด็นนี้เชื่อมโยงกับข้อกำหนดตามกฎหมายที่ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานรัฐ และข้อบังคับเกี่ยวกับการประกอบอาชีพที่อาจขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลา
สร.ทช. ได้เสนอข้อเรียกร้อง 3 ประการต่อคณะกรรมการสรรหา ประกอบด้วย
- ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคุณสมบัติของ นพ. สรณว่า มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายหรือไม่
- หากพบว่าขาดคุณสมบัติ ขอให้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายรวมถึงการสรรหาบุคคลใหม่ทดแทน
และ 3. ขอให้แจ้งผลการตรวจสอบต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงาน กสทช. และสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
ภายหลังการยื่นหนังสือ ประธานกรรมการสรรหาได้อนุญาตให้ตัวแทนผู้ร้องเรียนเข้าชี้แจงและจัดทำเอกสารยื่นต่อกรรมการสรรหาที่เหลืออีก 6 คน ในวันประชุมคณะกรรมการสรรหา กสทช. วันที่ 5 มิถุนายน ด้วย


