สมาคมทีวีดิจิทัลยื่นหนังสือกรรมการ กสทช. จี้เคลียร์ปมกฎหมายประธาน หวั่นกระทบมติวาระ Digital TV Roadmap และแพลตฟอร์มสตรีมมิงแห่งชาติ สืบเนื่องจากมติคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่มีมติ 4 ต่อ 0 เกี่ยวกับปัญหาคุณสมบัติของศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย
โดยผู้ประกอบการประเมินว่า การปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุมและการร่วมลงมติในวาระสำคัญภายใต้สถานการณ์ที่มีข้อถกเถียงทางกฎหมาย อาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่มติของที่ประชุม กสทช. จะถูกโต้แย้งถึงความชอบด้วยกฎหมายในภายหลัง
ด้วยผลกระทบดังกล่าว เมื่อเวลา 08.30 น. ของวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ก่อนหน้าการประชุม กสทช. ซึ่งมีกำหนดเริ่มในเวลา 09.30 น. ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย อุปนายก บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด (ช่อง 3 HD) และ อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) ได้เป็นตัวแทนเข้ายื่นหนังสือถึงกรรมการ กสทช. ทั้ง 7 คน
หนังสือฉบับดังกล่าวระบุถึงจุดยืนและข้อกังวลของสมาชิกสมาคมฯ ซึ่งประกอบด้วยผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล ทั้งประเภทบริการทางธุรกิจและบริการสาธารณะ รวมจำนวน 15 ใบอนุญาต ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากนโยบายของ กสทช.
การประชุม กสทช. ในวันดังกล่าวมีวาระที่เกี่ยวพันกับทิศทางและอนาคตของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย 2 วาระสำคัญ วาระแรกคือการพิจารณา Digital TV Roadmap ซึ่งครบกำหนดระยะเวลา 30 วันที่ที่ประชุม กสทช. เคยมีมติให้สำนักงาน กสทช. นำกลับมาเสนอใหม่
วาระนี้เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการความชัดเจนเพื่อใช้เป็นกรอบในการเตรียมการก่อนที่ใบอนุญาตโทรทัศน์ดิจิทัลในปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในปี 2572
วาระที่สองคือการพิจารณา National Streaming Platform (NSP) ซึ่งเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติสำหรับการเผยแพร่คอนเทนต์โทรทัศน์ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อปรับตัวรองรับพฤติกรรมของผู้ชมที่ย้ายจากการรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินไปสู่การรับชมผ่านอินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มดิจิทัล
ในหนังสือของสมาคมฯ ได้มีการอ้างอิงถึงข้อกฎหมายตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งบัญญัติหลักการเกี่ยวกับการประชุมและการลงมติของคณะกรรมการ กสทช.
รวมถึงข้อกำหนดที่ระบุว่าหากกรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณา กรรมการผู้นั้นจะไม่มีสิทธิเข้าประชุม สมาคมฯ จึงให้ความเห็นว่า กสทช. ควรสร้างความชัดเจนทางกฎหมายเกี่ยวกับสถานะและการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน กสทช. ก่อนที่จะเข้าสู่การพิจารณาและลงมติวาระสำคัญ
สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ระบุเพิ่มเติมว่า การเรียกร้องความชัดเจนในครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาให้การทำงานของ กสทช. หรือการกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมต้องหยุดชะงัก โดยสมาคมฯ สนับสนุนให้การพิจารณา Digital TV Roadmap เดินหน้าต่อไปและไม่ควรถูกเลื่อนออกไปอีก
แต่กระบวนการพิจารณาและลงมติต้องมีความมั่นคงทางกฎหมาย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำกรอบนโยบายไปใช้วางแผนการดำเนินงานได้จริง สมาคมฯ จึงมีข้อเสนอ 3 ประการให้กรรมการ กสทช. ทั้ง 7 คนพิจารณา ประกอบด้วย
- การตรวจสอบความชัดเจนทางกฎหมายเกี่ยวกับสถานะและการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน กสทช. จากผลของมติคณะกรรมการสรรหา การเร่งพิจารณาวาระ Digital TV Roadmap ตามกรอบเวลา 30 วันที่กำหนดไว้
- การจัดการประชุมพร้อมลงมติในวาระสำคัญให้ดำเนินไปโดยปราศจากข้อสงสัยทางกฎหมาย


