×

Nasdaq ทำสถิติปิดบวกติดต่อกันยาวนานสุดนับตั้งแต่ปี 1992 ขณะที่ S&P 500 ทะลุ 7,100 จุด จับตาช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดได้จริงหรือไม่

19.04.2026
  • LOADING...
ภาพอาคารตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq พร้อมข้อความ Nasdaq ปิดบวก 13 วันรวด สถิตินานสุดตั้งแต่ปี 1992

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเกิดขึ้นตามมาติดๆ หลังการประกาศหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน

 

ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.52% ปิดที่ระดับ 24,468.48 จุด ซึ่งถือเป็นการปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 13 และเป็นสถิติการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 1992 ขณะที่ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้น 1.2% ปิดที่ 7,126.06 จุด ทะลุแนวต้านสำคัญที่ 7,100 จุดได้เป็นครั้งแรก โดยทั้งสองดัชนีต่างทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) ทั้งในระหว่างวันและราคาปิด ด้านดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones) พุ่งขึ้น 868.71 จุด หรือ 1.79% ปิดที่ 49,447.43 จุด ส่วนดัชนี Russell 2000 ซึ่งเป็นตัวแทนของหุ้นขนาดเล็กก็ทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน โดยพุ่งขึ้นกว่า 2%

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก ซัยยิด อับบาส อะรากชี (Seyed Abbas Araghchi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันศุกร์ว่า “เพื่อให้สอดคล้องกับการหยุดยิงในเลบานอน เราขอประกาศเปิดเส้นทางสัญจรสำหรับเรือพาณิชย์ทุกลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ตลอดช่วงเวลาที่เหลือของการหยุดยิง โดยใช้เส้นทางที่ประสานงานไว้ตามที่องค์การท่าเรือและการเดินเรือแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้ประกาศไปแล้ว”

 

ก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาระบุว่า ผู้นำของอิสราเอลและเลบานอนตกลงที่จะหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ตามเวลาตะวันออก (ET) ของวันเดียวกัน

 

หลังจากการประกาศของอิหร่าน ราคาน้ำมันได้ดิ่งลงอย่างหนักเนื่องจากความกังวลเรื่องอุปทานหยุดชะงักเริ่มคลี่คลาย โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ร่วงลงเกือบ 12% ปิดที่ 83.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานสากล ลดลง 9% ปิดที่ 90.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 

ทางด้านทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันศุกร์ เพื่อขอบคุณอิหร่านที่เปิดช่องแคบดังกล่าว พร้อมระบุในอีกโพสต์หนึ่งว่า อิหร่านตกลงที่จะไม่ปิดเส้นทางน้ำแห่งนี้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ย้ำว่าการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของกองทัพเรือสหรัฐฯ จะ “ยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มที่” จนกว่าจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับเตหะราน พร้อมเสริมว่า “กระบวนการนี้ควรดำเนินไปอย่างรวดเร็วมาก เนื่องจากประเด็นส่วนใหญ่ได้รับการเจรจาตกลงกันเรียบร้อยแล้ว”

 

อย่างไรก็ดี การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งอาจมีข้อจำกัด โดยสำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานว่า เรือและสินค้าที่เชื่อมโยงกับประเทศปรปักษ์จะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางผ่าน นอกจากนี้ รายงานยังระบุด้วยว่าช่องแคบจะถูกปิดลงอีกครั้งหากสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านต่อไป ขณะเดียวกันก็ยังมีความไม่แน่นอนว่าเรือต่างๆ จะถูกบังคับให้จ่ายค่าผ่านทางเพื่อสัญจรในเส้นทางนี้หรือไม่

 

อิหร่านกลับลำ ปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อิหร่านได้ประกาศกลับมาปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นไม่ถึงหนึ่งวันหลังจากที่เพิ่งประกาศเปิดเส้นทางสัญจรทางเรือ สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นทันทีเมื่อมีรายงานการใช้กำลังทางทหาร ได้แก่ ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักรระบุว่า เรือปืน 2 ลำจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Revolutionary Guard) ได้เปิดฉากยิงใส่เรือบรรทุกน้ำมันที่กำลังเดินทางผ่านช่องแคบ

 

แหล่งข่าวในแวดวงการเดินเรือเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า มีเรืออีกอย่างน้อย 2 ลำรายงานว่าถูกยิงขณะพยายามเดินทางผ่านเส้นทางน้ำดังกล่าว

 

ทางการอินเดียได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตอิหร่านเข้าพบในนครมุมไบ หลังจากเรือบรรทุกน้ำมันดิบติดธงชาติอินเดียถูกโจมตีขณะพยายามข้ามช่องแคบ

 

กองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามเตือนว่า การเข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซจะถูกมองว่าเป็นการให้ความร่วมมือกับศัตรูและจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตี โดยกองทัพเรืออิหร่านระบุย้ำว่า ช่องแคบจะถูกปิดจนกว่าสหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อม

 

ความสับสนที่เกิดขึ้นทำให้อุตสาหกรรมการเดินเรือตกอยู่ในสภาวะชะงักงัน โดยภาพวิดีโอจากบริษัทติดตามการเดินเรือ Kpler แสดงให้เห็นว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้าหลายลำพยายามจะออกจากเส้นทางน้ำเมื่อวันศุกร์ แต่ต้องหันหัวเรือกลับ

 

ทางด้านสถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน (IRIB) ซึ่งเป็นสื่อของรัฐ ได้ออกมาชี้แจงว่า สาเหตุที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดอีกครั้ง และการเดินทางผ่านต้องได้รับการอนุมัติจากอิหร่าน เป็นเพราะสหรัฐฯ ไม่ปฏิบัติตามภาระผูกพัน โดยอิหร่านกล่าวโทษว่าสหรัฐฯ ยังคงดำเนินการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านอยู่อย่างต่อเนื่อง

 

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทรัมป์ออกมาตอบโต้ผ่านงานแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว โดยเตือนว่า อิหร่านไม่สามารถแบล็กเมล์สหรัฐฯ ได้ด้วยการปิดเส้นทางน้ำ พร้อมระบุว่าอิหร่าน “ทำตัวเจ้าเล่ห์นิดหน่อย” (got a little cute) ที่ต้องการจะกลับมาปิดช่องแคบอีกครั้ง

 

สถานการณ์ที่พลิกผันอย่างรวดเร็วนี้ สร้างความเสี่ยงอย่างหนักต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่งจะรับรู้ข่าวดีและผลักดันดัชนีตลาดหุ้นจนทำสถิติสูงสุดไปก่อนหน้านี้ การกลับมาปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซพร้อมการใช้กำลังทางทหาร อาจเป็นตัวจุดชนวนให้ราคาน้ำมันและตลาดหุ้นทั่วโลกกลับมาผันผวนอย่างรุนแรงอีกครั้งในสัปดาห์ที่จะถึงนี้

 

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories