×

“My EMMA NOSE” นวัตกรรมลองทรงจมูกให้ถูกจริต แก้ปัญหาคนจินตนาการจมูกใหม่หลังทำไม่ออก สู้ตลาด 7.52 หมื่นล้านบาท [ADVERTORIAL]

13.05.2026
  • LOADING...
รูปภาพแสดงนวัตกรรม “My EMMA NOSE” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI+AR ช่วยให้ผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรมจมูกสามารถลองทรงจมูกใหม่ได้เสมือนจริง

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่าในปี 2568 ที่ผ่านมา ตลาดการทำศัลยกรรมเพื่อความงามในไทยมีมูลค่ามากกว่า 75,200 ล้านบาท ซึ่งการทำศัลยกรรมจมูกยังคงเป็นหนึ่งในการทำหัตถการยอดนิยม

 

แต่เมื่อตลาดใหญ่ขึ้น การแข่งขันก็หนาแน่นขึ้น ทั้งกลยุทธ์การแข่งด้านราคา การจัดโปรโมชัน เรื่อยไปจนถึงการสื่อสารผ่านอินฟลูเอนเซอร์

 

อินไซต์สำคัญของผู้ที่คิดจะทำศัลยกรรมจมูกคือ คนส่วนใหญ่ล้วนมีความกังวลไม่ต่างกันว่า “ผลลัพธ์หลังทำจะยังดูเป็นธรรมชาติและคงความสวยในแบบที่ยังเป็นตัวเองอยู่หรือไม่” ซึ่งถือเป็น Pain Point หลักที่ EMMA Clinic พบในอุตสาหกรรมนี้ แม้ผู้บริโภคจะมีจมูกต้นแบบและคลินิกในใจแล้ว แต่ความกังวลใจดังกล่าวก็ไม่เลือนหายไปอยู่ดี

 

จุดนี้เองที่ My EMMA NOSE แพลตฟอร์ม AI + AR จาก EMMA Clinic ที่พัฒนาร่วมกับ adapter digital ได้เข้ามาปิดจบกลบรอยรั่วการทำศัลยกรรมจมูกให้หมดไป

 

รูปภาพแสดงนวัตกรรม “My EMMA NOSE” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI+AR ช่วยให้ผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรมจมูกสามารถลองทรงจมูกใหม่ได้เสมือนจริง 2

 

ลูกค้าไม่กล้าทำจมูกเพราะกลัวผลลัพธ์โด่งเกินจริง ไม่เป็นธรรมชาติ

 

โดยส่วนใหญ่แล้ว Customer Journey การทำศัลยกรรมเสริมจมูกมักจะเริ่มจากการดูรีวิวและรูป Reference ของดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์เพื่อจินตนาการผลลัพธ์บนใบหน้าตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นก็ดี ภาพต้นแบบเหล่านั้นก็ยังคงเป็นภาพใบหน้าของผู้อื่น ไม่ใช่ภาพจำลองที่เกิดขึ้นบนใบหน้าของเราอยู่ดี

 

จุดนี้คือ Decision Friction หรือหนึ่งในแรงเสียดทานที่ทำให้ลูกค้าไม่กล้าตัดสินใจทำจมูก เมื่อจินตนาการผลลัพธ์ไม่ออก จึงพลอยกังวลว่าผลลัพธ์อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติ ดูโด่งเกินความเป็นจริง

 

เพราะหากลูกค้าขาดความมั่นใจ ลำพังเพียงรีวิว โปรโมชัน หรือภาพเปรียบเทียบก็อาจไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นให้นัดปรึกษาแพทย์ได้ทันที ท่ามกลางตลาดที่มีคู่แข่งจำนวนมาก การสร้างความแตกต่างที่ช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพผลลัพธ์บนใบหน้าตัวเองได้ชัดเจนขึ้นโดยไม่ต้องจินตนาการ จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจ

 

รูปภาพแสดงนวัตกรรม “My EMMA NOSE” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI+AR ช่วยให้ผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรมจมูกสามารถลองทรงจมูกใหม่ได้เสมือนจริง 3

 

MY EMMA NOSE โซลูชันที่เริ่มจาก Pain Point จินตนาการผลลัพธ์ทำจมูกใหม่บนใบหน้าตัวเองไม่ออก

 

กลยุทธ์แก้ไขจุดฝืดของวงการการทำจมูกโดย EMMA Clinic จึงเป็นจุดที่น่าสนใจ เพราะเป็นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าโดยตรง 

 

ในเมื่อจินตนาการภาพทรงจมูกที่จะทำไม่ออก ก็ใช้เทคโนโลยีสร้างทรงจมูกบนหน้าให้เห็นภาพไปเสียเลยด้วยการผสานเทคโนโลยี AI และ AR เข้าด้วยกัน

 

MY EMMA NOSE จึงเป็นการนำ AI และ AR มาสร้างเป็นโซลูชันก่อนการวางแผนทำจมูก เพื่อแก้ไขปัญหาการจินตนาการภาพรวมใบหน้าหลังทำจมูกโดยตรง 

 

เบื้องหลังการพัฒนาแพลตฟอร์ม EMMA Clinic ได้ผนึกกำลังร่วมกันกับ adapter digital ในฐานะเอเจนซี่เพื่อช่วยให้ผู้ที่กำลังวางแผนทำศัลยกรรมจมูกสามารถเห็นภาพผลลัพธ์ความน่าจะเป็นของทรงจมูกต่าง ๆ บนใบหน้าของตัวเอง ก่อนนำไปใช้เป็น Reference ปรึกษาศัลยแพทย์ 

 

โดยเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง MY EMMA NOSE ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ

 

  1. AI Technology – วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าเพื่อแนะนำรูปทรงจมูกที่เหมาะสมตามหลัก Golden Ratio ซึ่งมีให้เลือกถึง 6 รูปแบบ โดยมุ่งเน้นการสร้างความสมดุล ความละมุน และความเป็นธรรมชาติที่สอดรับกับเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคลให้มากที่สุดตามหลักคิดของ EMMA Clinic

 

รูปภาพแสดงนวัตกรรม “My EMMA NOSE” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI+AR ช่วยให้ผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรมจมูกสามารถลองทรงจมูกใหม่ได้เสมือนจริง 4

 

  1. AR Technology – นำผลลัพธ์ทรงจมูกที่ AI แนะนำมาจำลองลงบนใบหน้าจริงของผู้ใช้งาน ช่วยทลายขีดจำกัดในการจินตนาการ และสร้างความเข้าใจในผลลัพธ์เห็นภาพได้ชัดเจนโดยไม่ต้องมีข้อสงสัย

 

รูปภาพแสดงนวัตกรรม “My EMMA NOSE” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI+AR ช่วยให้ผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรมจมูกสามารถลองทรงจมูกใหม่ได้เสมือนจริง 5

 

  1. Golden Ratio Analysis Models – หัวใจสำคัญของการวิเคราะห์ที่พัฒนาร่วมกันระหว่าง EMMA Clinic และ adapter digital ซึ่งใช้การคำนวณอย่างละเอียด ทั้งมุมหน้าตรง มุมด้านข้าง สันจมูก แกนจมูก ปีกจมูก ไปจนถึงองค์ประกอบรวมของเครื่องหน้าทั้งหมดที่ทำให้ภาพรวมใบหน้าดูดีอย่างเป็นธรรมชาติ

 

รูปภาพแสดงนวัตกรรม “My EMMA NOSE” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI+AR ช่วยให้ผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรมจมูกสามารถลองทรงจมูกใหม่ได้เสมือนจริง 6

 

เมื่อเทคโนโลยีทำให้เห็นภาพ ลูกค้าก็กล้าทำจมูกมากขึ้น

 

เทคโนโลยีเบื้องหลังแพลตฟอร์มทั้ง 3 ล้วนแล้วมีส่วนช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพความเป็นไปได้ของทรงจมูกใหม่หลังทำศัลยกรรม 

 

จากเดิมที่ Journey ของคนที่สนใจทำจมูกอาจเริ่มจากสนใจ แล้วเกิดกลายเป็นความลังเล เพราะไม่มั่นใจในผลลัพธ์จนเลื่อนการตัดสินใจออกไป 

 

แต่แพลตฟอร์มนี้ได้เข้ามาเปลี่ยนเส้นทางดังกล่าวจากความลังเลให้กลายเป็น “เห็นภาพ” และเข้าใจ โดยเฉพาะหลักการของ EMMA Clinic ที่เชื่อในการออกแบบความงามเฉพาะบุคคล ผ่านการดึงเอกลักษณ์ของแต่ละคนให้โดดเด่นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะการทำจมูก

 

จะเห็นได้ว่า MY EMMA Nose ได้กลายมาเป็นใน Convincing Tool สำคัญที่ช่วยให้ลูกค้ามีภาพตั้งต้นที่จับต้องได้มากกว่าแค่ความชอบ หรือ Ref จากคนดัง ทั้งยังทำให้การสื่อสารกับแพทย์มีประสิทธิภาพมากขึ้นจากการใช้ภาพจำลองเป็น Reference 

 

กลยุทธ์ใช้ความสบายใจลูกค้าเป็นแต้มต่อในตลาด Red Ocean 

 

เมื่อตลาดศัลยกรรมมีผู้เล่นจำนวนมาก การแข่งขันที่ราคา โปรโมชัน อาจไม่ใช่จุดต่างที่แข็งแรงอีกต่อไป เพราะแทบทุกคลินิกก็ล้วนแล้วแต่ใช้วิธีการเหล่านี้เหมือน ๆ กันไปหมด

 

ขณะที่ EMMA Clinic เลือกใช้กลยุทธ์การเล่นแร่แปรธาตุความกังวลและความสงสัยของลูกค้า เสริมด้วยจุดแข็งการเน้นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติให้กลายเป็นจุดต่างด้าน “ความสบายใจ” และความมั่นใจแทน

 

เพราะในยุคที่การแข่งขันในตลาดมีสถานะเป็น Red Ocean พร้อม ๆ กันกับที่ AI ทำให้ทุกอย่างดูเป็นไปได้ สิ่งที่หายากที่สุดในตลาดความงามอาจไม่ใช่ทางเลือก แต่คือการสร้าง ‘ความมั่นใจ’

 

รูปภาพแสดงนวัตกรรม “My EMMA NOSE” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI+AR ช่วยให้ผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรมจมูกสามารถลองทรงจมูกใหม่ได้เสมือนจริง 7

 

Real Business Partner ยิ่งพาร์ตเนอร์แข็งแรง ก็ยิ่งช่วยเพิ่มแต้มต่อการแข่งในตลาด Red Ocean ได้ตรงจุด

 

อีกกลยุทธ์ที่ทำให้ MY EMMA NOSE น่าสนใจคือบทบาทของ adapter digital ที่ไม่ได้มีสถานะเป็นแค่ Agency แต่ยกระดับสู่การเป็น Business Partner ที่ช่วยขึงอ่าน Pain Point ทางธุรกิจให้ขาด ตลอดจนออกแบบ Customer Experiences พัฒนา AI-driven Solution และเชื่อมนวัตกรรมสร้างอิมแพกต์กับผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง

 

กรณีศึกษาของทั้ง 2 บริษัทนี้ยังสะท้อนทิศทางใหม่ของเอเจนซีในยุค AI เพราะลำพังการทำแคมเปญการตลาดในสังเวียนแข่ง Red Ocean อาจไม่สามารถสร้างความแตกต่างในเชิงการแข่งขันได้ 

 

แบรนด์และพาร์ตเนอร์ที่แข็งแรงจึงต้องเปลี่ยน Paradigm ของกระบวนการคิดทั้งองคาพยพ หันมาเน้นสร้างโซลูชันที่ช่วยแก้ปัญหาหรือช่องโหว่ทางธุรกิจอย่างยั่งยืนแทนแคมเปญหวือหวา 

 

จุดนี้ทำให้บทบาทเอเจนซีของ adapter digital เปลี่ยนผ่านจาก Campaign Maker หรือการดูแลกลยุทธ์ทางการสื่อสารการตลาดไปสู่การเป็น “Business Impact Solution Enabler” หรือพาร์ตเนอร์ที่ช่วยแบรนด์เปลี่ยน Pain Point ให้กลายเป็นแต้มต่อทางธุรกิจได้สำเร็จ

 

ทดลอง “ทรงจมูกที่ใช่สำหรับคุณ” ได้ที่  EMMA Clinic ›

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories