วันนี้ (31 กรกฎาคม) เวลา 19.00 น. ที่หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง ‘ฝ่าวิกฤต รับมือระเบียบโลกใหม่’ ในงานเสวนา The Intania Forum: Surviving Under the New World Order
อนุทิน กล่าวว่า โลกวันนี้อาจไม่ใช่ New World Order แต่เป็น New World Disorder หรือโลกที่ไร้ระเบียบ ไม่มีสูตรสำเร็จ และเปลี่ยนแปลงเร็วเกินกว่าจะใช้วิธีคิดแบบเดิม รัฐบาลจึงต้องทำให้ประเทศพร้อมเผชิญความไม่แน่นอน โดยยึดความยืดหยุ่น การพึ่งพาตนเอง และการตัดสินใจบนข้อมูลจริง
ที่ผ่านมา ประเทศไทยเติบโตจากโลกาภิวัตน์ ฐานการผลิต การส่งออก และการท่องเที่ยว แต่จุดที่ต้องเร่งเติมคือการวิจัยและพัฒนา หรือ R&D เพราะโลกเทคโนโลยีรอบใหม่ทำให้หลายประเทศเริ่มต้นใกล้เคียงกันมากขึ้น หากไทยลงทุนถูกจุด ยังไม่สายที่จะยกระดับอุตสาหกรรมของตัวเอง
อนุทิน กล่าวว่า ประเทศไทยหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะ AI แต่ทั้งหมดต้องอยู่บนหลัก 4P คือ Prevention ป้องกันผลกระทบ Prosper ทำให้เกิดความรุ่งเรือง Potential เพิ่มศักยภาพประเทศ และ Protection ควบคุมไม่ให้เทคโนโลยีกลับมาทำร้ายมนุษย์ สังคม และธรรมชาติ
“รัฐบาลกำลังหา Critical Path Method (CPM) ของประเทศไทย เพื่อจัดลำดับว่าจะใช้ทรัพยากรจำกัดลงตรงไหนก่อน ให้ใช้เวลาน้อย ทรัพยากรน้อย แต่เกิดผลคุ้มค่าที่สุด พร้อมสร้าง Resilience เพื่อพาประเทศไปสู่ Steady State คือจุดที่มีเสถียรภาพ มั่นคง และต่อยอดได้” อนุทิน กล่าว
อนุทิน กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของรัฐบาลครอบคลุมเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม และการรับมือภัยพิบัติ โดยบางเรื่องต้องใช้ความกล้าหาญดึงงบประมาณมาลงทุน เช่น ระบบป้องกันน้ำท่วม เพราะที่ผ่านมาไทยจ่ายเยียวยาน้ำท่วมปีละราว 50,000 ล้านบาท หากลงทุนโครงสร้างป้องกันเร็วกว่าเดิม ประเทศจะลดความเสียหายระยะยาวได้มาก
ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำว่าเศรษฐกิจไทยยังดีอยู่ แต่โจทย์ใหญ่คือทำอย่างไรให้ความมั่งคั่งกระจายอย่างทั่วถึง ไม่กระจุกอยู่เฉพาะบางพื้นที่ ประเทศไทยไม่ควรมีเพียงกรุงเทพฯ เป็นมหานครเดียว แต่ต้องสร้างเมืองเศรษฐกิจใหม่ มีระบบคมนาคมที่เชื่อมโยงการผลิต อุตสาหกรรม งาน และรายได้เข้าด้วยกัน
อนุทิน กล่าวว่า ทรัพยากรสำคัญที่สุดของประเทศคือคน เทคโนโลยีซื้อได้ แต่คนต้องเรียนรู้เร็วกว่า ปรับตัวเก่งกว่า และมีโอกาสพัฒนาตลอดชีวิต รัฐบาลจะระดมพลังคนไทย “ยกกำลังประเทศ” ผ่านการศึกษา ทักษะใหม่ และการเปิดโอกาสให้คนไทยเป็นผู้สร้าง ไม่ใช่เพียงผู้ใช้เทคโนโลยี
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลจะสนับสนุนนวัตกรรมไทยอย่างจริงจัง ตั้งแต่มหาวิทยาลัย สตาร์ทอัพ อุตสาหกรรม ไปจนถึงการวิจัยและพัฒนาด้านยุทโธปกรณ์ หากไทยผลิตได้ รัฐต้องช่วยสร้างตลาดและโอกาสใช้งานจริง เพื่อให้ R&D ไม่จบเพียงแค่ห้องทดลอง แต่กลายเป็นเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ
นอกจากนี้ อีกภารกิจสำคัญคือการปฏิรูประบบราชการ ให้รัฐทำงานคล่องตัว โปร่งใส และตรวจสอบได้ ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ ปรับกำลังคนให้เหมาะสมกับภารกิจ ไม่ใช่แค่ทำให้รัฐเล็กลง แต่ต้องทำให้รัฐฉลาดขึ้น และช่วยธุรกิจเดินหน้าได้รวดเร็วขึ้น
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า รัฐบาลกำลังจัดระเบียบระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ เพื่อให้ความช่วยเหลือตรงถึงผู้เดือดร้อนจริง พร้อมสร้างโอกาสให้คนวัยทำงานกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ มีงาน มีรายได้ และไม่ติดอยู่กับการรับสวัสดิการเพียงอย่างเดียว
“รัฐบาลมีเสถียรภาพและตั้งใจทำงานเพื่อบ้านเมือง แม้โลกใหม่จะไร้ระเบียบ แต่ไทยต้องไม่ไร้ทิศทาง รัฐบาลจะใช้ความเป็นวิศวกรหาโซลูชัน ใช้ความเป็นนักธุรกิจหาโอกาส และใช้พลังคนไทยทั้งหมดประคองประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง ยั่งยืน และกำหนดอนาคตตัวเองได้” อนุทิน กล่าว


