×

Morning Brief | 12 พฤศจิกายน 2563

12.11.2020
  • LOADING...
ต้อนรับเช้าวันใหม่กับความเคลื่อนไหวสำคัญในโลกเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุน ประจำวันที่ 12 พฤศจิกายน ใน THE STANDARD WEALTH Morning Breif

HIGHLIGHTS

  • Goldman Sachs มองเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว V-shape
  • ดัชนี Nasdaq 100 รีบาวด์ขึ้นได้มากกว่า 2%
  • ตลาดหุ้นจีนร่วงต่อเนื่องวันที่ 2
  • ตลาดหุ้นยุโรปเพิ่มขึ้นต่อเนื่องวันที่ 3
  • ราคาทองคำร่วงต่อ หลังดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า

 

Goldman Sachs มองเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว V-shape
Goldman Sachs มองว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวแบบ V-shape โดยจะฟื้นตัวดีกว่าที่คาดกันไว้จากวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ จากผลการทดลองวัคซีนของ Pfizer และ BioNTech ที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 90% และการที่ โจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ รวมถึงคาดว่าจะมีงบกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการคลังรอบใหม่ออกมาในปี 2021 อีกราว 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นอย่างน้อย พัฒนาการทั้งสองอย่างนี้จะช่วยให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

 

นอกจากนี้ยังมองว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะอ่อนค่าต่อในปี 2021 สำหรับมุมมองในเรื่องค่าเงิน ทาง Goldman Sachs ยังมองว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะอ่อนค่าต่อในปี 2021 โดยคาดว่าค่าเงินยูโรจะอยู่ที่ 1.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อยูโร ค่าเงินหยวนของจีนจะแข็งค่ามาที่ 6.30 หยวน ค่าเงินเยนจะแข็งค่ามาที่ 100 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ และมองว่าค่าเงินที่จะแข็งค่าต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมากที่สุดคือค่าเงินรูเบิลของรัสเซียในกลุ่มค่าเงินของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่

 

ดัชนี Nasdaq 100 รีบาวด์ขึ้นได้มากกว่า 2%
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นในภาพรวมได้อีกครั้งจากการฟื้นตัวที่โดดเด่นของหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี หลังปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในช่วง 2 วันทำการที่ผ่านมา ที่ถูกกดดันจากข่าวด้านบวกในเรื่องวัคซีน หุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มเทคโนโลยีมีการฟื้นตัวที่ดีกันทั้งหมด ส่งผลให้ดัชนี Nasdaq 100 ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้มากกว่า 2% และ S&P 500 ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้เกือบ 0.8%

 

ส่วนดัชนี Dow Jones เริ่มปรับตัวลดลงจากแรงขายของหุ้นในกลุ่มวัสดุอุตสาหกรรมและน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีมากในช่วงเวลาเดียวกับที่หุ้นเทคโนโลยีปรับตัวลดลงแรง ในขณะที่ตลาดกำลังดีใจกับข่าวด้านบวกเกี่ยวกับวัคซีน สถานการณ์การแพร่ระบาดในสหรัฐฯ ถือว่าย่ำแย่ที่สุด ค่าเฉลี่ย 7 วันของตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่รายวันพุ่งขึ้นมาที่ 108,964 รายแล้ว เพิ่มขึ้น 37% จากสัปดาห์ก่อนหน้า

 

ตลาดหุ้นจีน ร่วงต่อเนื่องวันที่ 2
ตลาดหุ้นจีน CSI 300 ลดลง 48.98 จุด หรือ -0.99% ดัชนีรวมหุ้นขนาดใหญ่ของตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลงเป็นวันที่สองติดต่อกัน ไม่ได้มีข่าวด้านลบอะไรเกี่ยวกับตลาดหุ้นจีน ปัจจัยสำคัญมาจากการที่ดัชนีตลาดหุ้นจีนติดแนวต้านสำคัญที่ 5,000 จุด และช่วงที่ผ่านมาจีนเป็นประเทศที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ดีมาก จึงมีเม็ดเงินจากต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนเยอะ ข่าวดีในเรื่องวัคซีนทำให้เริ่มมีกระแสเงินไหลออกไปยังตลาดหุ้นของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลดลงกันค่อนข้างแรง ผู้ผลิตสุราและห้างสรรพสินค้าก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ
1. ByteDance ออกมาเผยว่ามีคนจำนวนมากกว่า 100 ล้านคนในยุโรปที่ใช้งานแอปพลิเคชัน TikTok เป็นประจำ และทางบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มพนักงานจำนวน 200 ตำแหน่งในไอร์แลนด์เหนือภายใน 3 เดือนข้างหน้าเพื่อรองรับการเติบโตสูงในยุโรป เรียกได้ว่า TiKTok ฮิตไปทั่วโลกอย่างแท้จริง

2. ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ของจีนได้มีการปล่อยเงินกู้ใหม่จำนวน 689,800 ล้านหยวน น้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้พอสมควรที่ 794,300 ล้านหยวน

 

ตลาดหุ้นยุโรปเพิ่มขึ้นต่อเนื่อวันที่ 3
ดัชนีของตลาดหุ้นยุโรปยังปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน ดัชนีตลาดหุ้นของประเทศเศรษฐกิจชั้นนำปรับตัวเพิ่มขึ้นกันได้ทั้งหมด โมเมนตัมด้านบวกจากข่าวดีในเรื่องผลการทดลองวัคซีนในคืนวันจันทร์ยังส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นยุโรปได้ต่อเนื่อง นอกจากนี้ คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ECB โดยออกมาแย้มว่าทางธนาคารกลางยุโรปอาจจะมีมาตรการผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้นทั้งในเรื่องของดอกเบี้ยและการอัดฉีดสภาพคล่อง

 

ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ
1. Bloomberg รายงานว่าอิตาลีเป็นประเทศที่มีหนี้สินต่อ GDP สูงถึง 150% ในช่วงสิ้นไตรมาส 2 นักวิเคราะห์คาดว่าอิตาลีต้องการงบกระตุ้นเศรษฐกิจราว 40,000-50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อนำมาใช้จ่ายเพื่อที่จะผ่านฤดูหนาวนี้ไปให้ได้

2. กองทุนความมั่งคั่งแห่งรัสเซียได้ออกมาเผยว่าผลการทดลองวัคซีน Sputnik V ในระยะที่ 3 มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อสูงถึง 92%

 

ราคาทองคำร่วงต่อ หลังดอลลลาร์สหรัฐแข็งค่า
ราคาทองคำปรับตัวลดลงมาปิดที่ 1,865 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 0.64% โดยมีปัจจัยกดดันราคาทองคำจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น ดัชนี US Dollar Index ปิดที่ 93.02 จุด เพิ่มขึ้น 0.29% อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปียังคงทรงตัวในระดับสูงที่ 0.96%

 

Goldman Sachs มองเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว V-shape ดัชนี Nasdaq 100 รีบาวด์ขึ้นได้มากกว่า 2% ตลาดหุ้นจีนร่วงต่อเนื่องวันที่ 2 ตลาดหุ้นยุโรปเพิ่มขึ้นต่อเนื่องวันที่ 3 ราคาทองคำร่วงต่อ หลังดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า

 

 ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories