×

MTS Gold มองทองคำปีนี้เสี่ยงให้ผลตอบแทนติดลบ เซ่นสงคราม Fed จ่อขึ้นดอกเบี้ย ประเมินแนวรับ 3,600-3,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์

22.07.2026
  • LOADING...
ภาพทองคำแท่งและกราฟแสดงแนวโน้มราคาทองคำ

MTS Gold ประเมินว่าทองคำในปีนี้มีความเสี่ยงที่จะให้ผลตอบแทนติดลบ จากสงครามในตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อขึ้น จนธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยกดราคาทองคำ พร้อมแนะนำให้นักลงทุนรายย่อยเน้นออมทองระยะยาวแบบ DCA และเตือนความเสี่ยงจากการลงทุนด้วยมาร์จิ้น ที่ใช้เงินก้อนเล็กถือครองทองมูลค่าสูง จึงอาจขาดทุนได้หลายเท่าของเงินลงทุน

 

 

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท MTS Gold แม่ทองสุก กล่าวบรรยายในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ประจำปี 2569 หัวข้อ ‘สินทรัพย์ทางเลือก ทองคำน่าลงทุน?’ ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569

 

ทองคำปีนี้เสี่ยงติดลบ ตามทิศทางดอกเบี้ย Fed

 

นพ.กฤชรัตน์ระบุว่า ราคาทองคำที่ปรับลดลงในช่วงนี้มาจากความไม่แน่นอนของสงครามในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น และดันเงินเฟ้อจน Fed มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในตัวเอง จึงมักได้รับแรงกดดันเมื่อดอกเบี้ยสูง

 

สำหรับกรอบราคาปีนี้ หาก Fed ขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในเดือนกันยายน ราคาทองคำมีแนวโน้มลงมาที่ 3,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากขึ้น 2 ครั้ง อาจลงมาที่ 3,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ ราคาทองคำปรับลดลงต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ หรือราว 6 เดือนแล้ว หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ ก็มีโอกาสที่ผลตอบแทนตลอดทั้งปีจะติดลบ

 

นพ.กฤชรัตน์ประเมินว่า การประชุม Fed วันที่ 29 กรกฎาคม น่าจะคงดอกเบี้ยไว้ก่อน ส่วนการประชุมเดือนกันยายนมีโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันเป็นหลัก หากราคาน้ำมันไม่ปรับสูงขึ้น โอกาสที่จะไม่ขึ้นดอกเบี้ยก็มีสูงเช่นกัน โดยเขามองว่ากรณี Worst Case Fed น่าจะขึ้นดอกเบี้ยไม่เกิน 2 ครั้งก่อนทรงตัว

 

โดยสามารถเทียบกับปี 2022 ที่เกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน จน Fed ขึ้นดอกเบี้ยถึง 8-9 ครั้ง ทำให้ผลตอบแทนทองคำปีนั้นติดลบ 0.27% ก่อนที่ราคาจะกลับมาปรับขึ้นทันทีเมื่อดอกเบี้ยเริ่มทรงตัว ทั้งบวก 23% ในปี 2023 บวก 35% ในปี 2024 และบวกถึง 65% ในปี 2025 จึงเชื่อว่าเมื่อสงครามและดอกเบี้ยระดับสูงคลี่คลายในปีหน้า ราคาทองคำจะกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง

 

เตือนมาร์จิ้นเสี่ยงสูง แนะออมทองระยะยาว

 

นพ.กฤชรัตน์ย้ำว่า ความเสียหายของนักลงทุนทองคำจำนวนมากไม่ได้เกิดจากตัวทองคำ แต่เกิดจากการใช้เครื่องมือที่มีอัตราทด (Leverage) อย่าง Gold Futures หรือการลงทุนด้วยมาร์จิ้น ที่ใช้เงินลงทุนเพียงส่วนน้อยถือครองสินทรัพย์มูลค่าสูง ทำให้กำไรและขาดทุนขยายตัวหลายเท่า

 

โดยหากใช้มาร์จิ้น 10% แล้วราคาทองคำปรับลง 2% นักลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนถึง 20% จึงมองว่า Gold Futures เหมาะกับการเก็งกำไรระยะสั้นมากกว่าการลงทุนระยะยาว

 

สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการสะสมความมั่งคั่ง นพ.กฤชรัตน์แนะนำให้ออมทองแบบ Dollar Cost Averaging (DCA) หรือทยอยซื้อสม่ำเสมอด้วยเงินจำนวนน้อย เช่น วันละ 100-200 บาท เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา ซึ่งปัจจุบันเริ่มออมทองได้ด้วยเงินหลักร้อยบาทผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ทำให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

 

ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยรักษามูลค่าความมั่งคั่งและกระจายความเสี่ยงในระยะยาว โดยธนาคารกลางหลายประเทศเพิ่มสัดส่วนถือครองทองคำในทุนสำรองต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังสงครามรัสเซีย-ยูเครน เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการถือสินทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศ

 

นอกจากนี้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนทองคำต่อเนื่อง ทั้งการซื้อขายออนไลน์ การออมทอง และการพัฒนาโทเคนอ้างอิงทองคำ ซึ่งเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุน พร้อมย้ำว่า ‘ทองคำไม่มีวันตาย’ เพราะปรับตัวเข้าสู่โลกดิจิทัลได้ และยังได้รับการยอมรับในฐานะสินทรัพย์ที่มีมูลค่าจริง

 

มาตรการคุมเทรดทองฉุดปริมาณ จับตาแนวคิดเก็บภาษี

 

นพ.กฤชรัตน์กล่าวถึงมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เข้ามาควบคุมการเทรดทองคำ เพราะมองว่าเป็นต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าและเพื่อป้องกันการฟอกเงิน ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการเทรดทองออนไลน์ลดลงเกือบ 60%

 

นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลต่อแนวคิดของภาครัฐที่จะจัดเก็บภาษีจากธุรกิจทองคำ โดยมองว่าหากมีการเก็บภาษีจริง จะทำให้ผู้ประกอบการทองไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และอาจผลักธุรกิจออกไปยังสิงคโปร์และฮ่องกงที่ประกาศตัวเป็นศูนย์กลางการค้าทองคำ

 

นพ.กฤชรัตน์ระบุว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2558 ที่การควบคุมอย่างเข้มงวดทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่บางส่วนย้ายไปตั้งฐานธุรกิจที่สิงคโปร์ ซึ่งต่อมาได้พัฒนาระบบและประกาศตัวเป็นศูนย์กลางทองคำได้สำเร็จ โดยขณะนี้ทางสมาคมอยู่ระหว่างการเจรจากับภาครัฐในประเด็นภาษีดังกล่าว

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories