วานนี้ (4 สิงหาคม) ที่ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการบันทึกข้อมูลประวัติการรักษาพยาบาลในระบบ ‘หมอพร้อม’ ภายหลังจากที่มีข้อสั่งการด่วนถึงนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ทุกจังหวัด ให้เร่งตรวจสอบและแก้ไขการบันทึกข้อมูลบริการสุขภาพที่แสดงผลไม่ถูกต้อง พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าให้ทราบในทุกสัปดาห์
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2569 พบว่ากระทรวงสาธารณสุขได้รับคำร้องเกี่ยวกับประวัติการรักษาที่ไม่ถูกต้องจาก 12 เขตสุขภาพ รวมทั้งสิ้น 16,350 คำร้อง (จากผู้ร้องประมาณ 7,000 คน) แบ่งเป็นการร้องเรียนผ่านระบบหมอพร้อม 16,346 คำร้อง และร้องเรียนผ่านหน่วยบริการโดยตรง 4 คำร้อง
ขณะนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลของโรงพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตรวจสอบ ทวนสอบข้อมูล ลงบันทึกคำชี้แจง และรายงานผลการตรวจสอบแล้วเสร็จจำนวน 4,890 คำร้อง คิดเป็นร้อยละ 29.9 ของจำนวนคำร้องทั้งหมด
นายแพทย์สมฤกษ์ ได้ยกตัวอย่างกรณีการตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ซึ่งมีผู้ร้องเรียนรวม 736 คำร้อง (แบ่งเป็นกรณีของโรงพยาบาล 158 คำร้อง และ รพ.สต. 578 คำร้อง) ล่าสุดมีการตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลแล้ว 665 คำร้อง หรือคิดเป็นร้อยละ 90.35 โดยพบว่าสาเหตุของความคลาดเคลื่อนเกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
- การลงข้อมูลย้อนหลัง: จากการให้บริการคัดกรองโรคเชิงรุกนอกสถานที่ ทำให้ต้องนำข้อมูลกลับมาบันทึกในระบบภายหลัง
- กระบวนการทำงานของ อสม.: การลงพื้นที่คัดกรองสุขภาพโดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่บันทึกภายหลัง ซึ่งอาจขาดการสื่อสารขั้นตอนที่ครบถ้วนให้ผู้รับบริการทราบ
- ข้อผิดพลาดทางเทคนิค (Human Error): หน่วยงานมีการให้บริการจริง แต่บันทึกรหัสการให้บริการผิดพลาด
ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าวย้ำอย่างชัดเจนว่า จากการตรวจสอบ ยังไม่พบการบันทึกข้อมูลที่สัมพันธ์กับการทุจริตหรือการเบิกจ่ายเงินแต่อย่างใด โดยทางหน่วยงานจะเร่งทวนสอบ ปรับปรุงข้อมูล และชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ร้องต่อไป
ส่วนกรณีของโรงพยาบาลบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ได้รับข้อร้องเรียน 3 คำร้องนั้น ทางโรงพยาบาลได้ทำการตรวจสอบเทียบเคียงข้อมูลอย่างละเอียด ทั้งจากระบบหมอพร้อม ประวัติสุขภาพส่วนบุคคลอิเล็กทรอนิกส์ เวชระเบียนการรักษาของโรงพยาบาล รวมถึงสอบถามบุคลากรผู้ให้บริการและผู้รับบริการ พบข้อเท็จจริงดังนี้
กรณีที่ 1: เป็นประวัติการให้บริการตรวจโควิด 19 ในกลุ่มเสี่ยงสูงด้วยวิธี RT-PCR เมื่อปี 2564 ซึ่งผลตรวจไม่พบเชื้อ
กรณีที่ 2: เป็นประวัติการรับบริการออกใบนัดเพื่อฉีดวัคซีนโควิด 19
กรณีที่ 3: เป็นประวัติการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเมื่อหลายปีมาแล้ว ซึ่งทางโรงพยาบาลลงข้อมูลไว้ถูกต้อง
จากผลการตรวจสอบพบว่า ข้อมูลที่ปรากฏในระบบเป็นประวัติการรับบริการที่เกิดขึ้นจริงในอดีต แต่ผู้รับบริการอาจลืมไปแล้ว ซึ่งทางโรงพยาบาลได้แจ้งข้อเท็จจริงให้ผู้ร้องทั้ง 3 รายรับทราบจนเป็นที่เข้าใจแล้ว
นายแพทย์สมฤกษ์ ได้กำชับให้หน่วยงานสาธารณสุขทุกพื้นที่เร่งสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชน พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนหมั่นตรวจสอบข้อมูลสุขภาพของตนเองผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อม หากพบข้อมูลผิดพลาดหรือน่าสงสัย สามารถกดรายงานผ่านระบบ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้องต่อไป


